ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone)

ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ออเรเรียส ดัมเบิลดอร์ (Aurelius Dumbledore) เกิดเมื่อปี 1901 เขาเป็นพ่อมดชาวอเมริกันผู้มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่  20 เป็นลูกบุญธรรมของคุณนาย แมรี่ ลู แบร์โบน (Mary Lou Barebone), โนเมจ (ผู้ไร้เวทมนตร์) แกนนำผู้ต่อต้านผู้วิเศษในชื่อกลู่มเซเล็มใหม่ New Salem Philanthropic Society (NSPS)

ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) มีพลังเวทมนตร์ด้านศาสตร์มืดที่เรารู้จักกันในชื่อ ออบสคูรัส (Obscurus) ซึ่งเราได้เรียนผู้วิเศษที่มีพลังนี้ว่า ออบสคูเรียล (Obscurial) โดยตัวเขานั้น เติบโตมาในโลกผู้ไร้เวทมนตร์ และต้องปกปิดพลังของเขามาโดยตลอด จนกระทั่งการมาถึงของกิลเดอวัล ผู้คาดหวังว่าจะได้ใช้พลังของ ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) เพื่อเป็นตัวช่วยในการฆ่า อัลบัส ดัมเบิลดอร์ (Albus Dumbledore)

แม้ว่าในตอนท้ายของภาพยนตร์ “สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์” จะกล่าวว่า คือน้องชายที่หายสาปสูญของ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ แต่เราก็ยังไม่ทรายอย่างแน่ชัดถึงตัวตนของเขาโดยแท้จริง

ประวัติ

จากข้อมูลของ ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) คาดว่าเขาเกิดในช่วงปี ค.ศ. 1901 ในครอบครัวตระกูล ดัมเบิลดอร์ ซึ่งกำลังเตรียมเดินทางไปยังอเมริกา ด้วยเหตุผลบางประการ ก่อนจะถูกสลับตัวกับ คอร์วัส เลสแตรงจ์ ที่ห้า (Corvus Lestrange V) น้องชายของ ลีต้า เลสแตรงจ์ ในระหว่างการเดินทาง ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำให้ ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหนึ่งในทายาทของครอบครัว เลสแตรงจ์ มาโดยตลอด แต่กระนั้น.. น้องชายของ ลีต้า เลสแตรงจ์ ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรืออับปางในตอนนั้นเสียแล้ว

ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) ถูกเลี้ยงดูโดย เออม่า ดูการ์ด (Irma Dugard) ที่สวมบทบาทเป็นคุณป้าผู้มีหลาน 2 คน ร่วมกับ ลีต้า เลสแตรงจ์ ก่อนที่เธอผู้เป็นลูกครึ่งเอลฟ์ จะพา ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) ไปให้กับ แมรี่ ลู แบร์โบน (Mary Lou Barebone) เพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถซ่อนให้รอดพ้นสายการการตามล่าเพื่อแก้แค้นจากตระกูล คามา (Kama) โดยสุดท้ายแล้วความจริงก็ถูกเปิดเผยในที่สุดว่าเขานั้น ไม่ใช่คนในตระกูลเลสแตรงจ์ ที่ต้องแก้แค้นเลย..

ในช่วงปี (1905-1926)

ในวันที่ 21 ตุลาคม 1905 ถูก แมรี่ ลู แบร์โบน (Mary Lou Barebone) โนแมจ (No-Maj) หญิงผู้ไร้เวทมนตร์ชาวอเมริกัน ได้รับเลี้ยง ครีเดนซ์ เป็นลูกบุญธรรรม ซึ่งเขายังเป็นหัวหน้ากลุ่มต่อต้านผู้วิเศษในชื่อกลู่มเซเล็มใหม่ New Salem Philanthropic Society (NSPS) อีกด้วย โดยเธอได้เปลี่ยนชื่อใหม่ของเขาเป็น ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) นับตั้งแต่วันนั้น และได้เลี้ยงดูเขาในนครนิวยอร์กมาโดยตลอดร่วมกับ แชสทิตี้ แบร์โบน (Chastity Barebone) และ โมเดสตี้ แบร์โบน (Modesty Barebone) โดย ครีเดนซ์ คิดมาตลอดว่าเขา คือผู้เป็นแม่

จากเหตุการณ์ที่ ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) โดนทำร้ายร่างกายโดยการฟาดเข็มขัดของ แมรี่ ลู และ แมรี่ ลู ยังได้ประกาศกร้าวต่อหน้า ครีเดนซ์ (Credence) ว่าเธอไม่ใช่แม่ของเขา แถมยังกล่าวว่าแม่จริงๆของเขานั้น เป็นคนร้ายอาจ และวิกลจริต ทำให้ตัว ครีเดนซ์ (Credence) บัลดาลโทศะจนเป็นเหตุให้ แมรี่ ลู เสียชีวิตด้วยพลัง ออบสคูรัส ของเขา

เหตุการณ์ที่ ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) ถูกทำร้ายร่างกายโดย แมรี่ ลู ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากแต่เป็นประจำ เพราะก่อนหน้านี้ พอร์เพนทีน่า โกลด์สตีน (Porpentina Goldstein) ก็ได้พบกับเหตุการณ์ที่ ครีเดนซ์ (Credence) ถูกทำร้ายโดย แมรี่ ลู มาแล้วเช่นกัน ซึ่งในตอนนั้นเธอก็ได้ยื่นมือเข้าช่วย และนี่ถือเป็นเหตุการณ์ที่เธอทำผิดกฎหมายเวทมนตร์ เหตุเพราะได้ใช้เวทมนตร์กับ โนเมจ (ผู้ไร้เวทมนตร์) อันนำมาซึ่งบทลงโทษให้ถูกสั่งพักงานจากการเป็นมือปราบมารเป็นการชั่วคราวนั่นเอง

การพบกับ กิลเดอวัลด์ (1926–1927)

ในช่วงเดือนธันวาคม ปี 1926 ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) เริ่มไม่สามารถควบคุม และ ปกปิดพลัง ออบสคูรัส (Obscurus) ของเขาได้อย่างดีนัก และนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ เดินทางมายังมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อตามหาผู้ที่มีพลัง ออบสคูรัส (Obscurus) เช่นกัน

6 ธันวาคม หลังจากได้เดินทางไปขอการสนับสนุนจาก เฮนรี่ ชอว์ ซีเนียร์ (Henry Shaw Senior) แต่กลับถูกเย้ยหยันโดยลุกชายของเขา ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) จึงได้ใช้พลัง ออบสคูรัส (Obscurus) ของเขาในการฆาตกรรมลูกชาย เฮนรี่ ชอว์ กลางงานเลี้ยงที่ City Hall เพื่อแสดงให้เห็นว่า พลังของผู้วิเศษนั้น มันมีอยู่จริง

ในวันถัดมา ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) พบไม้กายสิทธิ์ของเล่นในห้องนอนของ โมเดสตี้ แบร์โบน ซึ่ง แมรี่ ลู โกรธพร้อมกับลงมือทำร้าย ครีเดนซ์ (Credence) ก่อนที่ โมเดสตี้ จะยอมรับว่าไม้กายสิทธิ์ของเล่นนั้นเป็นของเธอเอง

แต่ด้วยความบัลดาลโทศะของ ครีเดนซ์ (Credence) ที่ได้รู้คชัดว่า แมรี่ ลู ไม่ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นลูกด้วยซ้ำ พร้อมกับโดนกระทำมาโดยตลอด เขาจึงปลดปล่อยพลัง ออบสคูรัส (Obscurus) ออกมาจนเป็นเหตุให้ แมรี่ ลู และ แชสทิตี้ แบร์โบน เสียชีวิตพร้อมกันในบ้านหลังนั้นทันที

แม้ว่า เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ที่อยู่ในรูปร่างของของ เพอร์ซิวาล เกรฟส์ (Percival Graves) จะรับรู้การมีอยู่ของพลังจาก ออบสคูรัส (Obscurus) ได้ แต่เขาก็คิดว่า ครีเดนซ์ (Credence) เป็นเพียงสควิปเท่านั้น ไม่สามารถที่จะถูกสอนจนกลายเป็นผู้วิเศษได้ เขาจึงปฎิเสธ ครีเดนซ์ (Credence) อย่างไม่ใยดี แถมคิดว่าน้องสาวของเขาต่างหากที่เป็นคนมีพลังที่เขาต้องการ เหตุเพราะเค้าชื่อว่าผู้ที่เป็น ออบสคูเรียล (Obscurial) จะต้องเป็นเด็กที่มีอายุสั้นไม่เกิน 10 ปีเท่านั้น จนกระทั่งความลับถูกเปิดเผยว่า ครีเดนซ์ (Credence) ต่างหากที่เป็น ออบสคูเรียล (Obscurial) ก็สายไปเสียแล้ว เขารู้สึกว่าราวกับถูกหักหลังจากคนที่เชื่อใจที่สุด

การตาย

ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) เชื่อว่าถูกทำลายไปแล้วที่สถานีรถไฟใต้ดิน หลังจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์​ฯ ภาคแรกโดยสมาชิก MACUSA สภาเวทมนตร์อเมริกา ซึ่งในช่วงเวลานั้น นิวท์ และ ทีน่า ได้ร่วมกันขัดขวางอย่างสุดความสามารถ พร้อมทั้งเกลี้ยกล่อม ครีเดนซ์ (Credence) เพื่อให้ควบคุมพลังของเขาเอาไว้ แต่มันก็ช้าไป

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวาย เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ถูกเปิดเผยตัวจนว่าเขาได้แทรกซึมอยู่ในสภาเวทมนตร์อเมริกามาตลอด ทั้งนี้ ครีเดนซ์ (Credence) สามารถหลบหนีออกมาได้ และ นิวท์ ได้ช่วยลบความทรงจำของเหล่าโนแมจ (ผู้ไร้เวทมนตร์) ทั้งหมดในเมืองให้ลืมเรื่องราวเลวร้ายครั้งนี้ไปเสีย จากความช่วยเหลือของ ธันเดอร์เบิร์ด

เรื่องราวในคณะละครสัตว์ ปี (1927)

ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) เดินทางมายังนครปารีส ฝรั่งเศส โดยได้ร่วมอาศัยอยู่กับคณะละครสัตว์ผู้วิเศษ Circus Arcanus, สเกนเดอร์ (Skender) และได้พบกับ มาเลดิกตัส (Maledictus) นามว่า นากินี (Nagini) ผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ และหวังที่จะค้นหาครอบครัวที่แท้จริงของเขา

ในช่วงเวลานั้น เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ได้เดินทางยังมา ปารีส ฝรั่งเศส เช่นเดียวกัน แถมยังได้เริ่มรวบรวมพรรคพวกผู้วิเศษให้เข้ามายังอุดมการณ์เดี่ยวกับเขา อีกทั้งยังออกตามหา ครีเดนซ์ (Credence) เพื่อจะใช้เขาเป็นเครื่องมือในการกำจัด อัลบัส ดัมเบิลดอร์ (Albus Dumbledore) อีกด้วย

ครีเดนซ์ (Credence) หนีออกมาจากคณะละครสัตว์พร้อมกับ นากินี (Nagini) โดยหวังเพียงเพื่อจะตามหาครอบครัวที่แท้จริง จนไปพบกับ เออม่า ดูการ์ด (Irma Dugard) ซึ่งยังไม่ทันจะได้ทราบข้อมูลอะไรมากนัก เธอก็ถูกฆ่าโดย กันนาร์ กริมสัน (Gunnar Grimmson)

เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อ ยูซุฟ คามา (Yusuf Kama) เชื่อว่า ครีเดนซ์ คือ คอร์วัส เลสแตรงจ์ ที่ห้า (Corvus Lestrange V) ลูกชายของ คอร์วัส เลสแตรงจ์ (Corvus Lestrange IV) มีศักดิ์เป็นน้องชายของ ลีต้า เลสแตรงจ์ ผู้หายสาปสูญ เขาต้องการฆ่า ครีเดนซ์ (Credence) เพื่อที่จะแก้แค้นให้กับการตายของแม่เขาจากการกระทำอันร้ายกาจของ คอร์วัส เลสแตรงจ์ (Corvus Lestrange IV) อีกทั้งยังคิดว่า ครีเดนซ์ (Credence) คือลูกชายที่ คอร์วัส เลสแตรงจ์ (Corvus Lestrange IV) รักมากที่สุด และนี่เป็นคำสั่งเสียของพ่อ ยูซุฟ คามา (Yusuf Kama) ทั้งยังเป็นคำมั่นจากเวทมนตร์ปฏิญาณไม่คืนคำอีกด้วย จึงต้องทำให้สำเร็จ

ความจริงถูกเปิดเผยอีกครั้งเมื่อ ลีต้า เลสแตรงจ์ เล่าให้ทุกคนรู้ว่าน้องชายของเธอได้ตายไปแล้วจริงๆ และนั่นก็เป็นเพราะเธอได้สลับตัวน้องชายของเธอไปโดยไม่ตั้งใจ ยูซุฟ คามา (Yusuf Kama) จึงถูกปลดล็อคจากคาถา ปฏิญาณไม่คืนคำ แต่นั่นก็ไม่ทำให้ ครีเดนซ์ (Credence) เบาใจนัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขากลับไม่รู้ว่าเขาเป็นใครอีกครั้ง

ครีเดนซ์ (Credence) หันกลับมาหา เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ อีกครั้งเพียงเพราะอยากรู้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองว่าเป็นใคร ซึ่งนี่ถือเป็นการแยกทางระหว่างเขา กับ นากินี (Nagini) ที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอดอีกด้วย และแม้ว่า ครีเดนซ์ (Credence) จะเลือกที่จะมาอยู่ร่วมกับ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ แล้ว เขาก็ยังไม่มั่นใจกับการตัดสินใจของเขาอย่างเต็มที่นัก

แต่กระนั้น เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ก็ได้มอบไม้กายสิทธิ์ให้กับ ครีเดนซ์ (Credence)  พร้อมกับให้ชื่อใหม่กับเขา นั่นก็คือ ออเรเลียส ดัมเบิลดอร์ (Aurelius Dumbledore) นั่นเอง

ลักษณะทางกายภาพ

  • ผมดำ
  • ดวงตาสีน้ำตาล
  • ผิวซีด
  • ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง
  • มักจะมีปัญหาวิตกกังวล และขี้อาย
  • ชอบยืนงอ

ความสามารถด้านเวทมนตร์

  • เขาไม่ได้ถูกฝึกฝนการใช้เวทมนตร์มาตั้งแต่ยังเด็ก และด้วยความที่ ออบสคูเรียล (Obscurial) มักมีอายุสั้น ซึ่งเมื่อเขาเป็น ออบสคูเรียล (Obscurial) และมีอายุยืนยาวได้มากขนาดนี้ พลังของ ออบสคูรัส (Obscurus) ในตัวของเขาจึงมีแนวโน้มว่าจะมากกว่า ออบสคูเรียล (Obscurial) ที่เคยปรากฎมาเลยก็เป็นได้
  • พลัง ออบสคูรัส (Obscurus) สามารถสร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้มหาศาล และทำให้เป็นผู้วิเศษที่มีพลังมากกว่าผู้วิเศษทั่วไป
  • ออบสคูรัส (Obscurus) สามารถแยกตัวจาก ออบสคูเรียล (Obscurial) ได้
  • ออบสคูรัส (Obscurus) อาศัยอยู่ในสถานที่หนาวเหน็บได้เป็นอย่างดี
  • เมื่ออยู่ในรูปร่าง ออบสคูรัส (Obscurus) จะไม่มีผู้วิเศษคนไหนสามารถฆ่าเขาให้ตายได้ หรืออาจกล่าวว่า ผู้ที่เป็น ออบสคูเรียล (Obscurial) จะเสียชีวิตได้ก็ต่อเมื่อไม่อยู่ในสภาวะที่เป็น ออบสคูรัส (Obscurus) เท่านั้น
  • ไม้กายสิทธิ์ของ ครีเดนซ์ (Credence) ได้มาจาก กิลเดอวัล ซึ่งไม่ใช่การเลือกไม้กายสิทธิ์อย่างถูกต้องนัก อาจทำให้พลังเวทมนตร์ของเขาไม่คงที่ ผิดเพี้ยน จนสร้างความเสียหาย และเกิดความผิดพลาดได้

สมบัติ

  • ไม้กายสิทธิ์ : ได้รับมาหลังจากเข้าร่วมกับ กิลเดอวัล
  • นกฟีนิกส์ : ที่ปราสาท Nurmengard Castle ว่ากันว่า นกฟีนิกส์มันจะมาหาคนในตระกูล ดัมเบิลดอร์ ในยามที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดเสมอ

อื่นๆ

  • มีแนวคิดที่ว่าชื่อ ครีเดนซ์ (Credence) มาจากภาษาละตินในคำว่า credere ซึ่งหมายถึงความไว้วางใจ และความเชื่อ ส่วนคำว่า แบร์โบน (Barebone) ที่เป็นนามสกุลนั้น เป็นแองโกล-แซ็กซอน ที่น่าจะมาจากชื่อมูลบ้านในอังกฤษชื่อ Barbon หรือ Barbourne นั่นเองครับ
  • ในทางตรงกันข้ามกับชื่อของ ออเรเลียส (Aurelius) คาดว่าจะมาจากภาษาละติน ซึ่งมีความหมายว่า สีทอง และทองคำ โดย Marcus Aurelius ยังเป็นชื่อของนักเขียนปรัชญาสมัยศตวรรษที่ 2 อีกทั้ง ออเรเลียส (Aurelius) ยังเป็นชื่อของจักรพรรดิโรมัน และเป็นชื่อของนักบุญ เช่น Saint Aurelius อีกด้วย

 

Notes and References