เซเวอรัส สเนป (Severus Snape) ถอดรหัสชายผู้ซ่อนความลับไว้ใต้เสื้อคลุม!
หากจะพูดถึงตัวละครที่มีมิติ ลึกลับ และชวนให้พวกเราชาว พอตเตอร์ สตอร์รี่ ตั้งคำถามมากที่สุดในจักรวาล แฮร์รี่ พอตเตอร์ แน่นอนว่าชื่อของ “เซเวอรัส สเนป” (Severus Snape) จะต้องลอยขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน ชายผู้สวมเสื้อคลุมสีดำสนิท สายตาเย็นชา และน้ำเสียงเนิบนาบที่ทำให้เด็ก ๆ ปีหนึ่งขวัญผวา
รู้ไหมครับว่าจริงๆแล้วชื่อของ สเนป นั้น เจ.เค. โรว์ลิง แอบกระซิบว่ามีที่มาจากชื่อหมู่บ้านแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ (อ้างอิง: รากฐานที่มาของชื่อ) วันนี้เราเลยอยากชวนพวกเราชาว พอตเตอร์ สตอร์รี่ มาเจาะลึกเรื่องราวของศาสตราจารย์คนนี้ โดยเราจะหยิบยกเอาข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เราเคยลงไว้ตามหน้าบทความต่างๆ ในเว็บไซต์มาร้อยเรียงเพื่อให้เห็นถึงอัจฉริย และความซับซ้อนของเขากันครับ!

1. รูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกตราหน้า: ตัวร้าย
หากเพื่อน ๆ พลิกเปิดหน้าหนังสือฉบับออริจินัล (Book Canon) สิ่งแรกที่ เจ.เค. โรว์ลิง ใช้สับขาหลอกให้คนอ่านเกลียดและระแวงสเนปตั้งแต่แรกเห็น คือรูปลักษณ์ภายนอกที่แสนเย็นชา ในฉากงานเลี้ยงต้อนรับของเล่มแรก แฮร์รี่ กวาดสายตาไปที่โต๊ะคณาจารย์และพบกับอาจารย์ที่มี “ผมสีดำมันเยิ้ม จมูกงุ้ม และผิวสีซีดเหลือง (Sallow skin)” (อ้างอิง: ศิลาอาถรรพ์, บทที่ 7) และเมื่อต้องสบตากับเขาตรง ๆ ในคาบเรียนปรุงยา แฮร์รี่ ก็พบว่า “ดวงตาของเขาสีดำสนิท… แต่มันช่างเย็นชาและว่างเปล่า ชวนให้คุณนึกถึงอุโมงค์ที่มืดมิด” (อ้างอิง: ศิลาอาถรรพ์, บทที่ 8)
ภาพจำของพวกเรามักจะเห็นสเนป เดินตรวจตราไปตามระเบียงทางเดินคุกใต้ดิน เสื้อคลุมสีดำยาวของเขา จะสะบัดพลิ้วไปตามแรงเดินจนหนังสือเปรียบเทียบเอาไว้ว่า “เขาสะบัดเสื้อคลุมยาวสีดำ และก้าวฉับ ๆ ออกไปจากห้องเรียน ราวกับค้างคาวตัวยักษ์ (Overgrown bat)” (อ้างอิง: นักโทษแห่งอัซคาบัน, บทที่ 7)

ซึ่งหากย้อนดูความทรงจำในวัยรุ่น สเนปก็มีลักษณะ “ผอมโซและซีดเซียว เหมือนกับต้นไม้ที่ถูกปลูกเอาไว้ในที่มืด” มีไหล่ค่อม ท่าเดินแปลก ๆ คล้ายแมงมุม และฟันสีเหลืองที่ไม่เป็นระเบียบ (อ้างอิง: ภาคีนกฟีนิกซ์, บทที่ 28) เหล่านักวิเคราะห์มองว่า รูปลักษณ์ที่ดูละเลยตัวเองนี้ เกิดจากการที่เขาคลุกคลีอยู่แต่ในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยไอระเหยของหม้อปรุงยา และการจมอยู่กับความเศร้าสร้อยในอดีตนั่นเอง
2. อัจฉริยภาพเบื้องหลังวิชาปรุงยาและคาถา
แม้รูปลักษณ์จะดูไม่เป็นมิตร แต่ด้านสติปัญญาและพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ของสเนปนั้นจัดอยู่ในระดับอัจฉริยะ นัยซ่อนเร้นนี้ถูกแสดงออกตั้งแต่วันแรกที่เขาเจอแฮร์รี่ สเนปตั้งคำถามว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันเอาผงจากรากของต้นอัสโฟเดลผสมเข้ากับน้ำสกัดของต้นวอร์มวู้ด?” (อ้างอิง: ศิลาอาถรรพ์, บทที่ 8)

ซึ่งหากอ้างอิงข้อมูลลึก ๆ จากหมวดพืชสมุนไพรวิทยา (Herbal Medicine) จะพบว่าส่วนผสมทั้งสองนี้คือกุญแจสำคัญในการปรุง ยาตายทั้งเป็น (Draft of Living Death) ซึ่งในภาษาดอกไม้ การเอาอัสโฟเดล (พืชที่เกี่ยวพันกับชีวิตหลังความตาย) มารวมกับวอร์มวู้ด (ความขมขื่น/ความเศร้าโศก) แฝงความหมายลึก ๆ ส่งถึงลิลี่ แม่ของแฮร์รี่ว่า “ฉันเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของเธอ” เป็นรหัสลับที่เขาส่งถึงแฮร์รี่ตั้งแต่วันแรกโดยไม่มีใครรู้

นอกจากนี้ หากเพื่อน ๆ ย้อนไปเช็กข้อมูลในบทความเรื่อง คาถาของเจ้าชายเลือดผสม จะพบว่าสเนปเป็นผู้คิดค้นคาถาขึ้นมาใหม่มากมายตั้งแต่สมัยเรียน เช่น คาถามัฟฟลิอาโต (Muffliato) ที่ทำให้คนรอบ ๆ ได้ยินเพียงเสียงหึ่ง ๆ เพื่อซ่อนความลับ, คาถาเลวิคอร์พัส (Levicorpus) จับห้อยหัว และที่ร้ายกาจที่สุดคือ คาถาเซ็กตัมเซมปร้า (Sectumsempra) คำสาปศาสตร์มืดที่ส่งผลทำให้เกิดแผลฉกรรจ์เหมือนโดนกรีดด้วยดาบล่องหน ซึ่งสเนปเป็นคนเดียวที่มีคาถาต้านมนตร์พึมพำราวกับบทเพลงเพื่อรักษาแผลนี้ได้ แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าถึงแก่นแท้ของเวทมนตร์อย่างลึกซึ้ง
3. เส้นทางสายดาร์ก: จาก “ผู้เสพความตาย” สู่สายลับสองหน้า
ด้วยความคลั่งไคล้ในศาสตร์มืดมาตั้งแต่เด็ก ซิเรียส แบล็ก เคยเล่าว่าสเนปตอนอยู่ปีหนึ่งรู้คาถาคำสาปมากกว่าเด็กปีเจ็ดครึ่งโรงเรียนเสียอีก เขาก้าวเข้าสู่กลุ่มเพื่อนบ้านสลิธีรินที่ต่อมากลายมาเป็นแกนนำผู้เสพความตายรุ่นแรก ๆ อย่างเอเวอรี และมัลซิเบอร์ ดัมเบิลดอร์เคยบรรยายถึงเด็กกลุ่มนี้ไว้ว่า “เป็นพวกที่แสวงหาการปกป้อง พวกรักความรุนแรง และพวกที่โหยหาชื่อเสียงอันน่าสะพรึงกลัว” (อ้างอิง: ถ้วยอัคนี, บทที่ 30)
หลังเรียนจบ สเนปเข้ากลุ่มผู้เสพความตายและประทับ “ตรามาร” (Dark Mark) ไว้ที่แขน ผลงานที่ทำให้โวลเดอมอร์โปรดปรานเขาที่สุด แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่สเนปเสียใจที่สุดในชีวิต คือการที่เขาแอบไปได้ยิน “คำพยากรณ์” ของซิบิลล์ ทรีลอว์นีย์ และนำความไปรายงานจอมมารทันที โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่ามันจะชี้เป้าไปที่ครอบครัวพอตเตอร์ ดัมเบิลดอร์เคยกล่าวกับสเนปว่า “แกนำคำพยากรณ์นั้นไปให้ลอร์ดโวลเดอมอร์ และคำพยากรณ์นั้นเองที่ชี้เป้าให้เขาออกตามล่าลิลี่และลูกชายของเธอ” (อ้างอิง: เจ้าชายเลือดผสม, บทที่ 25) และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเข้าหาดัมเบิลดอร์เพื่อแปรพักตร์มาเป็นสายลับสองหน้า (Double Agent)
ความยอดเยี่ยมในฐานะสายลับของสเนป คือการที่เขาเป็นพ่อมดเพียงคนเดียวในโลกที่สามารถโกหกโวลเดอมอร์ได้ยาวนานหลายปีผ่าน “วิชาสกัดใจ” (Occlumency) ซึ่งสเนปอธิบายว่า “ผู้ที่เชี่ยวชาญการสกัดใจจะสามารถปิดกั้นจิตใจของตนจากความรู้สึกและความทรงจำที่ขัดแย้งกับเรื่องโกหก ทำให้ผู้พินิจใจได้ยินเฉพาะสิ่งที่ผู้สกัดใจต้องการให้ได้ยินเท่านั้น” (อ้างอิง: ภาคีนกฟีนิกซ์, บทที่ 24)

เขายอมทำ ปฏิญาณไม่คืนคำ (Unbreakable Vow) ที่เดิมพันด้วยชีวิตเพื่อปกป้องเดรโก มัลฟอย (อ้างอิง: เจ้าชายเลือดผสม, บทที่ 2) และยอมลงมือสังหารดัมเบิลดอร์ตามแผนการ เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดตามข้อมูลในบทความ ทำเนียบศาสตราจารย์ใหญ่ โรงเรียนเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ ! ซึ่งระบุว่าสเนปได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง (รักษาการแทน) ศาสตราจารย์ใหญ่ในช่วงปี 1997 – 1998 ซึ่งเขาได้ใช้ตำแหน่งสูงสุดในยุคมืดนี้คอยปกป้องนักเรียนฮอกวอตส์อย่างลับ ๆ ไม่ให้ถูกสองพี่น้องแคร์โรว์ทำร้ายรุนแรงเกินไปภายใต้คำสั่งของจอมมาร
4. บทสรุปแห่งหัวใจ: มนตราแห่งความรักแท้ที่มีต่อ ลิลี่ เอฟวันส์
อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้เสพความตายที่เก่งกาจและเย็นชาคนหนึ่ง ยอมทนแบกรับความเกลียดชังจากทั้งสองฝ่าย? คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียวครับพวกเรา นั่นคือ “ลิลี่ เอฟวันส์”

มิตรภาพเริ่มต้นตั้งแต่เด็กชายในตรอกสปินเนอร์สเอนด์แอบเฝ้ามองเด็กหญิงที่มีพลังเวทมนตร์ หนังสือบรรยายไว้ว่า “สเนปดูเหมือนจะเฝ้ามองเธอจนเต็มอิ่ม ราวกับภาพของเธอคือสิ่งที่เขาปรารถนาจะเห็นมาตลอดชีวิต” (อ้างอิง: เครื่องรางยมทูต, บทที่ 33) แม้ในตอนปี 5 เขาจะพลั้งปากตวาดใส่เธอด้วยความอับอายว่า “ยัยเลือดสีโคลนสกปรก” (Mudblood) จนตัดขาดมิตรภาพไปตลอดกาล (อ้างอิง: ภาคีนกฟีนิกซ์, บทที่ 28) แต่หัวใจของเขาก็ไม่เคยเปิดรับใครอีกเลย
หลักฐานเชิงเวทมนตร์ที่พิสูจน์ความรักนี้คือ “ผู้พิทักษ์” (Patronus) ของสเนปที่เป็น “กวางตัวเมียกระโดด” (Silver Doe) รูปร่างเดียวกับของลิลี่ไม่มีผิดเพี้ยน ฉากที่ตราตรึงใจพวกเราที่สุดคือตอนที่ดัมเบิลดอร์ถามด้วยความประหลาดใจว่า “หลังจากเวลาผ่านไปนานขนาดนี้เชียวหรือ?” และสเนปตอบกลับด้วยคำสั้น ๆ ว่า: “ตลอดกาล (Always)” (อ้างอิง: เครื่องรางยมทูต, บทที่ 33)

และในวาระสุดท้ายของชีวิตที่เพิงโหยหวน ใบหน้าของสเนปซีดขาวราวกับ “หน้ากากความตาย” (Death mask) หลังจากถูกนากินีทำร้าย แฮร์รี่ได้เข้าไปประคองเขาไว้ วินาทีนั้นสเนปไม่ได้ขอร้องให้ช่วยชีวิต แต่เขาเอ่ยขอบางสิ่งเป็นครั้งสุดท้าย: “มอง… มา… ที่… ฉัน…” เขากระซิบ ดวงตาสีเขียวสบกับดวงตาสีดำ… (อ้างอิง: เครื่องรางยมทูต, บทที่ 32) เพราะแฮร์รี่คือคนเดียวที่ถอดแบบ “ดวงตาสีเขียวมรกตรูปอัลมอนด์” ของลิลี่มา สเนปเพียงแค่ต้องการให้ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนลาจากโลกนี้ไป คือดวงตาของผู้หญิงที่เขารักที่สุดในชีวิตนั่นเองครับ

ตลอดชีวิตของ เซเวอรัส สเนป เขาต้องใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายในฐานะสายลับสองหน้า ตรามารที่แขนกลายเป็นตั๋วผ่านทางที่เขาต้องใช้เพื่อทำภารกิจปกป้องโลกเวทมนตร์ เขายอมตกนรก ยอมให้โลกตราหน้าว่าเป็นคนชั่ว ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อทำตามคำสัญญาและปกป้องลูกชายของหญิงสาวที่เขารัก “ตลอดกาล”
Notes and References
- นิยายชุด Harry Potter (ฉบับภาษาอังกฤษ/ภาษาไทย): เล่ม 1 (ศิลาอาถรรพ์), เล่ม 4 (ถ้วยอัคนี), เล่ม 5 (ภาคีนกฟีนิกซ์), เล่ม 6 (เจ้าชายเลือดผสม), และ เล่ม 7 (เครื่องรางยมทูต)
- รากฐานที่มาของชื่อตัวละครใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ !
- พืชสมุนไพรวิทยา (Herbal Medicine)
- คาถาของ “เจ้าชายเลือดผสม” (Sectumsempra & Spells)
- ปฏิญาณไม่คืนคำ (Unbreakable Vow)
- ทำเนียบศาสตราจารย์ใหญ่ โรงเรียนเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ !
