ผู้เสพความตาย (Death Eater)

ผู้เสพความตาย คือเหล่าผู้วิเศษกลุ่มหนึ่งที่อยู่ฝ่าย ลอร์ด โวลเดอมอร์ หรือ จะเรียนว่าสมุนลูกน้องเจ้าแห่งศาสตร์มืดก็ได้ ผู้เสพความตายมักระทำการอันสร้างความเดือดร้อนสู่ผู้วิเศษทั่วไป และ เมื่อกะทำการก่อความวุ่นวายแต่ละครั้ง จะแสดงสัญลักษณ์ตรามารขึ้นเหนือท้องฟ้าเสมอ

หลังจากที่เจ้าแห่งศาสตร์มืด ลอร์ด โวลเดอมอร์ เหล่าผู้เสพความตายต่างกระจัดกระจาย และ แตกแยก บางคนที่เคยเป็นพวกผู้เสพความตายมาก่อน เมื่อสิ้นที่พึ่ง มักกล่ากับผู้วิเศษทั่วไปว่า ครั้งนั้นที่ตกเป็นเครื่องมือของเจ้าแห่งศาสตร์มืด เพราะ เค้าได้ร่ายคาถาสะกดใจไว้ เช่น ลูเซียส มัลฟอย ได้กระทำเช่นนี้หลังจาก ลอร์ด โวลเดอมอร์ สิ้นอำนาจลงเมื่อคราวที่ทิ้งแผลเป็นไว้บนหน้าผาก แฮร์รี่ พอตเตอร์

หนึ่งในผู้เสพความตายที่ยังคงอยู่ และ เขาได้อยู่ในโรงเรียน Hogwarts นั่นคือศาสตราจารย์ เสนป แต่กระนั้น จน ณ บัดนนี้เรายังให้ข้อสรุปที่แน่นอนกับชายผู้นี้ไม่ได้ เพราะหลังจากที่ ลอร์ด โวลเดอมอร์ กลับมาอีกครั้ง ( แฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มที่ 4 ) ผู้เสพความตายหลายต่อหลายคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง รวมทั้ง เซเวอรัส สเนป และ วีรกรรมของเขาที่ยากเกินให้อภัยคือการปลิดชีพ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ศาสตราจารย์ใหญ่ โรงเรียน Hogwarts ที่เคยให้โอกาศเขามาตลอด ( แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 6 )

การเดินทาง และ เลือกที่จะเป็น ผู้เสพความตาย คุณจะไม่สามารถถอยหลังได้อีก เพราะ การถอยหลัง คือการจบชีวิตคุณไป มีผู้เสพความตายหลายต่อหลายคนที่อยากจะเลิก แต่ก็ต้องตายไป และ มีเหล่าผู้เสพความตายไม่น้อยเลยที่ต้องเสียชีวิต จากมือปรามาร ( คนจากกระทรวงเวทมนตร์ ) จำไว้ อย่าเดินทางสายนี้เป็นอันขาด ไม่ว่านี่จะเป็นทางเลือกสุดท้านที่จะต้องเดิน!

รายชื่อของผู้เสพความตายที่ควรรู้

เดรโก มัลฟอย (ปรากฏตัวครั้งแรก HP1.98)
เด็กชายผมบลอนด์ ผิวและนัยน์ตาสีซีด ใบหน้าเสี้ยม ลูกชายเพียงคนเดียวของลูเซียสและนาร์ซิสซา มัลฟอย ผู้ได้รับคำสั่งจากจอมมารให้สังหารดัมเบิลดอร์และนำผู้เสพความตายเข้าสู่ฮอกวอตส์ผ่านทางตู้อันตรธานในปี 1997 และเป็นหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์สังหารดัมเบิลดอร์ ปัจจุบันแต่งงานกับแอสทีเรีย กรีนกราส และมีลูกชายชื่อ สกอปิอัส ไฮเปอเรียน มัลฟอย

เซเวอรัส สเนป (ปรากฏตัวครั้งแรก HP1.154)
ผู้เสพความตายที่ได้ยิน ‘คำพยากรณ์หายนะ’ นำพามาซึ่งโศกนาฏกรรมของครอบครัวพอตเตอร์ ภายหลังการตายของลิลี่ พอตเตอร์ สเนปได้แปรพักตร์เข้าร่วมกับฝ่ายดัมเบิลดอร์ คอยให้ความช่วยเหลือและปกป้องแฮร์รี่ในฐานะลูกชายของหญิงที่เป็นที่รักตามข้อเสนอของดัมเบิลดอร์ สนเปเคยก้าวขึ้นถึงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน (เป็นอาจารย์ใหญ่คนที่สองที่มาจากบ้านสลิธีริน) ในปี 1997 และเสียชีวิตในครั้งการรบที่ฮอกวอตส์ (สงครามครั้งที่สอง) ในเดือนมิถุนายน 1998

ลูเซียส มัลฟอย (ปรากฏตัวครั้งแรก HP2.69)
ชายใบหน้าเสี้ยมแหลมซีดเผือด ดวงตาสีเทาเยียบเย็น ผู้เป็นพ่อของเดรโก มัลฟอย ในอดีตเคยเป็นพรีเฟ็คของสลิธีริน (คาดว่าอายุมากกว่าสเนป 6 ปี) และเป็นหนึ่งในสิบสองของกรรมการโรงเรียน (ถูกถอดถอนในปี 1993) เป็นผู้เสพความตายที่จอมมารไว้วางใจให้เก็บรักษา ‘สมุดบันทึกริดเดิ้ล’ และต่อมาเมื่อจอมมารสิ้นสลาย ลูเซียสจึงพยายามกำจัดวัตถุศาสตร์มืด รวมถึงสมุดดังกล่าว จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องการเปิดออกอีกครั้งของห้องแห่งความลับ ในปี 1996 ลูเซียสได้เป็นผู้นำกองกำลังผู้เสพความตายอีก 11 คนบุกเข้ากระทรวงเพื่อชิงลูกแก้วพยากรณ์ แต่ถูกจับกุม และภายหลังได้ออกจากคุกเนื่องจากผู้คุมวิญญาณเข้าร่วมเป็นพวกกับจอมมาร

ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ (หางหนอน) (ปรากฏตัวครั้งแรกในร่างแสคบเบอร์ HP1.125, ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกโดยฟัดจ์ HP3.251, ปรากฏตัวครั้งแรกในร่างมนุษย์ HP3.437)
ชายอ้วนเตี้ย ผมสีอ่อนยุ่งเหยิงและล้านเป็นหย่อม ดวงตารื้นฉ่ำน้ำ หนึ่งในสี่ของ ‘ตัวกวน’ เพื่อนสนิทของเจมส์ พอตเตอร์ เป็นพ่อมดแอนนิเมจัสตั้งแต่เป็นนักเรียนปี 5 โดยร่างแปลงคือ หนูสีเทาอ้วนปี๋ ในคราวที่จอมมารไล่ล่าครอบครัวพอตเตอร์ หางหนอนได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รักษาความลับของคาถาฟิเดลลิอัสตามคำแนะนำของซิเรียส แต่หางหนอนกลับหักหลัง ด้วยการบอกที่ซ่อนของครอบครัวแก่จอมมาร ในวันรุ่งขึ้น (1 พ.ย. 1981) หลังจากการตายของเพื่อนและจอมมารหายตัวไป หางหนอนถูกซิเรียสต้อนจนมุม จึงเสกคาถาทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้มักเกิ้ลตาย 12 คน จากนั้นก็กัดนิ้วตัวเอง แล้วแปลงร่างเป็นหนูหนีไป ทำให้ซิเรียสถูกกระทรวงจับกุมและถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้เสพความตาย ต่อมาในปี 1994 หลังจากที่ความจริงถูกเปิดเผย และเกือบจะถูกส่งตัวให้ผู้คุมวิญญาณ หางหนอนได้หนีเป็นอิสระอีกครั้งและออกตามหาจอมมารจนพบในที่สุด และในตอนพิธีกรรมชุบร่างจอมมารในปี 1995 หางหนอนได้เสียสละแขนข้างหนึ่งเพื่อจอมมาร และได้รับมือเงินแทน ต่อมาหางหนอนเสียชีวิตในปี 1998 ด้วยมือเงินของตนเอง เนื่องจากใจอ่อนจะไว้ชีวิตแฮร์รี่ เมื่อครั้งที่แฮร์รี่ถูกจับตัวไปที่ ‘คฤหาสน์มัลฟอย’

วอลเด็น แมคแนร์ (ปรากฏตัวครั้งแรก HP3.393)
พ่อมดสูงล่ำ ไว้หนวดสีดำ (มีการแปลชื่อที่ต่างกันออกไปในเล่ม 5 และ 7 เช่น วอลเด็น และ แม็กแนร์ เป็นต้น) หลังจากที่จอมมารสิ้นอำนาจไปแล้ว แมคแนร์ได้เข้าทำงานในฐานะเพชฌฆาตกำจัดสัตว์ดุร้ายให้กับกระทรวงเวทมนตร์ และเคยได้รับคำสั่งให้ประหารบัคบีค ในปี 1995 แมคแนร์ได้รับการแต่งตั้งจากจอมมารให้เป็นคณะทูตไปสร้างไมตรีกับพวกยักษ์ และนำยักษ์เข้าร่วมสงคราม และมีส่วนร่วมในการบุกกระทรวงในปี 1996 จากนั้นต่อมาถูกจับกุมในครั้งการรบที่ฮอกวอตส์เมื่อปี 1998

นาร์ซิสซา (แบล็ก) มัลฟอย (ปรากฏตัวครั้งแรก HP4.123)
หญิงผมบลอนด์ ร่างสูง ผอมบาง และหน้าตาดี (ถ้าไม่ทำสีหน้าเหมือนมีของเหม็นมาจ่ออยู่ใต้จมูกตลอดเวลา) ผู้เป็นแม่ของเดรโก มัลฟอย จริง ๆ แล้วนาร์ซิสซาปรากฏตัวไม่บ่อยนัก มีบทบาทเพียงแค่ฉากงานควิดดิชเวิร์ลคัพบนชั้นบ็อกซ์ ฉากทำปฏิญาณไม่คืนคำกับสเนป ฉากจอมมารเถลิงอำนาจ ฉากตอนแฮร์รี่ถูกจับตัวไปที่คฤหาสน์มัลฟอย และฉากตอนการรบที่ฮอกวอตส์ อย่างไรก็ดีในช่วงการรบที่ฮอกวอตส์นั้น นาร์ซิสซาเคยตัดสินใจช่วยเหลือแฮร์รี่ด้วยการโกหกจอมมารว่าแฮร์รี่ตายแล้ว หลังจากที่ทั้งสองปะทะกันในป่าต้องห้าม เพื่อถามว่าลูกชายของตนเป็นอย่างไรบ้าง และเมื่อจอมมารบุกเข้าปราสาทได้ เธอก็ไม่ได้ใส่ใจการรบเลย นอกเสียจากว่าวิ่งวุ่นพร้อมสามี เพื่อตามหาลูกชาย

บาร์ทีเมียส เคร้าช์ จูเนียร์ (ปรากฏตัวครั้งแรก HP4.152)
ชายหนุ่มผมสีฟาง ผิวตกกระ บุตรชายเพียงคนเดียวของบาร์ทีเมียส เคร้าช์ และถูกพ่อของตัวเองสั่งขังคุกอัซคาบันชั่วชีวิต ในขณะที่อายุได้ประมาณ 19 ปี เนื่องจากร่วมมือกับเบลลาทริกซ์ โรโดลฟัส และราบาสแตน เลสแตรงจ์ ใช้คำสาปกรีดแทงทรมาณแฟงก์ และอลิซ ลองบัตท่อม จนเสียสติ เพื่อหาที่ซ่อนตัวของจอมมาร ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากแม่ที่เฝ้าอ้อนวอนสามีของเธอ จนในที่สุดก็ดื่มน้ำยาสรรพรสแล้วแลกรูปลักษณ์ภายนอกกับแม่ของตนเอง ออกมาเป็นอิสระ (1 ปีหลังจากเข้าคุก) ในปี 1994 ดัมเบิลดอร์ได้ขอร้องให้แม้ด-อาย มู้ดดี้ไปสอนที่โรงเรียน .. เคร้าช์ จูเนียร์ได้ร่วมมือกับหางหนอนเข้าจัดการแม้ด-อาย จากนั้นจึงปลอมตัวเป็นแม้ด-อาย ไปสอนแทน และร่วมทำภารกิจชิงตัวแฮร์รี่ตามแผนของจอมมารและฆ่าพ่อตัวเอง ต่อมาในปี 1995 ในคืนหลังจากที่จอมมารคืนชีพและความจริงเปิดเผย เคร้าช์ จูเนียร์ถูกคอร์นีเลียส ฟัดจ์ รมต.กระทรวงในขณะนั้นสั่งประหารด้วยการมอบจุมพิตของผู้คุมวิญญาณ

ไอกอร์ คาร์คารอฟ (ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกโดยมาดามมักซีม HP4.282, ปรากฏตัวครั้งแรก HP4.284)
ชายผมสีขาวสั้น ร่างผมสูง ไว้เคราแหลม ฟันสีเหลือง นัยน์ตาสีฟ้า อาจารย์ใหญ่ของสถาบันเดิร์มสแตรงก์ จากบัลแกเรีย เคยถูกจับกุมโดยแม้ด-อาย มู้ดดี้ โดยใช้เวลาถึง 6 เดือน … และภายหลังได้ให้การซัดทอดผู้เสพความตายอื่น ๆ เมื่อจอมมารคืนชีพอีกครั้ง ไอกอร์ตัดสินใจหนี และถูกฆ่าตายในภายหลัง

เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ (ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกโดยซิเรียส HP4.600 & HP5.150, ปรากฏตัวครั้งแรก HP4.672)
หญิงผมดกดำเป็นมันเงา เปลือกตาหนาปรือ มีรอยยิ้มยิ่งยโสและเหยียดหยาม เป็นพี่สาวของอันโดรเมดา (แม่ของท็องส์) และนาร์ซิสซา (แม่ของเดรโก) เคยถูกจับกุมในข้อหาใช้คำสาปกรีดแทงทำร้ายนายและนางลองบัตท่อมจนเสียสติ และเป็นหนึ่งในสิบของผู้เสพความตายที่แหกคุกหมู่ออกมาในปี 1996 ในระหว่างการปะทะกันของภาคีและผู้เสพความตายที่กองปริศนา เบลลาทริกซ์เสกคำสาปพิฆาตใส่ซิเรียส ทำให้ซิเรียสหงายหลังร่วงผ่าน ‘ผ้าม่านมรณะ’ เสียชีวิต ส่วนเบลลาทริกซ์หนีไปได้ จากนั้นเบลลาทริกซ์ก็ออกโรงอีกครั้งในคราวที่จอมมารไล่ล่าแฮร์รี่เหนือน่านฟ้าซอยพรีเว็ต โดยเธอสนใจติดตามท็องส์ หลานสาวแท้ ๆ มากเป็นพิเศษ ด้วยอาจเป็นเพราะว่าท็องส์แต่งงานกับลูปิน จึงทำให้เธอขายหน้า ต่อมาในการรบที่ฮอกวอตส์ เบลลาทริกซ์ได้ปะทะกับมอลลี่ วีสลีย์ และโดนคาถาของมอลลี่ตรงเหนือตำแหน่งหัวใจและเสียชีวิตทันที อย่างไรก็ดีเบลลาทริกซ์ก็นับได้ว่าเป็นผู้เสพความตายที่ใกล้ชิดจอมมารมากที่สุดคนหนึ่ง มากพอที่จะทำให้จอมมารไว้วางใจมอบหมายให้ดูแลฮอร์ครักซ์ชิ้นที่เป็น ‘ถ้วยฮัฟเฟิลพัฟ’ โดยเก็บไว้ในห้องนิรภัยที่กริงกอตส์ และเป็นทหารเอกคนสุดท้ายที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ซึ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้าจอมมารไม่นาน

โรโดลฟัส เลสแตรงจ์ (ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกโดยซิเรียส HP4.600, ปรากฏตัวครั้งแรก HP4.672)
สามีของเบลลาทริกซ์ ซึ่งถูกจับกุมด้วยข้อหาเดียวกัน และแหกคุกออกมาด้วยกัน จากข้อมูลใน HP6.389 ทำให้พอเดาได้ว่าโรโดลฟัส น่าจะมีอายุไล่เลี่ยหรือเคยเรียนชั้นปีเดียวกับจอมมาร ในตอนบุกชิงลูกแก้วพยากรณ์ โรโดลฟัสก็ร่วมอยู่ในคณะด้วย และมีบทบาทอีกครั้งเมื่อตอนที่ร่วมมือกับภรรยาตามไล่ล่าท็องส์ หลังจากนั้นก็ไม่กล่าวถึงโรโดลฟัสอีกเลย

ราบาสแตน เลสแตรงจ์ (ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกโดยซิเรียส HP5.151, ปรากฏตัวครั้งแรก HP4.672)
น้องชายของโรโดลฟัส เลสแตรงจ์ เคยถูกจับกุมพร้อมพี่ชายในข้อหาเดียวกัน จากนั้นก็แหกคุกออกมา และเข้าร่วมคณะบุกกระทรวงในปี 1996

แอนโทนิน โดโลฮอฟ (ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกโดยไอกอร์ HP4.666, ปรากฏตัวในภาพครั้งแรก HP5.659)
พ่อมดใบหน้ายาวซีดเซียวและบูดเบี้ยว ถูกจับกุมในฐานความผิดฆาตกรรมกิดเดียน และเฟเบียน เพรอเว็ต (พี่ชายทั้งสองคนของมอลลี่ วีสลีย์) สมาชิกภาคีนกฟีนิกซ์รุ่นแรก โดยโดโลฮอฟถูกจับกุมตัวได้ก่อนที่ไอกอร์จะให้การซัดทอด จากนั้นได้แหกคุกออกมาพร้อมกับเบลลาทริกซ์ และเข้าร่วมคณะชิงลูกแก้วพยากรณ์

ออกัสตัส รู้กวู้ด (ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกโดยไอกอร์ HP4.666, ปรากฏตัวในภาพครั้งแรก HP5.659)
ชายใบหน้าปุปะด้วยรอยแผล และผมเยิ้มเป็นมัน ทำงานอยู่ในกองปริศนา และถูกจับกุม (ตามคำให้การของไอกอร์) ในฐานเปิดเผยความลับของกระทรวงให้แก่จอมมาร จากนั้นได้แหกคุกออกมาพร้อมกับเบลลาทริกซ์ และเข้าร่วมคณะชิงลูกแก้วพยากรณ์

วิลด์ส – ไม่ทราบข้อมูลเพิ่มเติมปัจจุบัน
เซลวิน
– ไม่ทราบข้อมูลเพิ่มเติมปัจจุบัน
สองพี่น้องอะมีคัส และอะเล็กโต แคร์โรว์
– ไม่ทราบข้อมูลเพิ่มเติมปัจจุบัน
โรว์
– ไม่ทราบข้อมูลเพิ่มเติมปัจจุบัน
จักสัน – ไม่ทราบข้อมูลเพิ่มเติมปัจจุบัน
เรกูลัส แบล็กเคยเป็นผู้เสพความตาย แต่ถูกฆ่าโดยโวลเดอมอร์
วิกกี้ส์เสียชีวิตแล้ว ถูกฆ่าตายโดยมือปราบมาร
เอเวน โรเซียเสียชีวิตแล้วโดยฝีมือของ มือปราบมาร
แอนโทนิน โดโลโฮวปัจจุบันเป็นนักโทษอยู่ในคุกอัซคาบัน
ทราเวอร์สปัจจุบัน เป็นนักโทษอยู่ใน คุกอัซคาบัน
มัลซิเบอร์เป็นนักโทษอยู่ในอัซคาบัน
ออกัสตัส ลัควูทปัจจุบันเป็นนักโทษอยู่ในคุกอัซคาบัน
เอเวอรี่เคยเป็นผู้เสพความตาย และ พ้นความผิด
กอยลี่เคยเป็นผู้เสพความตาย และ พ้นความผิด
แครปบี้เคยเป็นผู้เสพความตาย และ พ้นความผิด
นอท์ตพ้นความผิดแล้ว