• Print

Author Topic: (21/3/10 ) Fic <D/HG> เรื่อง DEBT หนี้รักเลือดบริสุทธิ์  (Read 1250 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

modtanoi1626

  • Guest
ตอนที่ 1


ฮอกวอต์ส ฤดูหนาว วันที่ 24 ธันวาคม เวลา 11 นาฬิกา 45 นาที

เด็กสาวใบหน้าสะสวย ผมสีน้ำตาลทองฟูฟ่องของเธอโบกสะบัดไปตามแรงวิ่งอย่างกระหืดกระหอบ

"ขอทางหน่อยค่ะ..ขอทางด้วยค่ะ" เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ ตะโกนขึ้นพร้อมกับแทรกตัวผ่านเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ยืนหนาแน่นอยู่เป็นกลุ่มอย่างลำบากยากเย็น
เธอวิ่งกระหืดกระหอบไปตามทางเดินบนชานชาลาสถานีรถไฟเวทมนต์ฮอกวอต์ส เพื่อจะไปขึ้นรถไฟให้ทัน
แต่ความพยามของเธอไร้ความหมาย เมื่อรถไฟขบวนสุดท้ายของโรงเรียนออกไปแล้ว เฮอร์ไมโอนี ได้แต่ยืนมองรถไฟเคลื่อนตัวเต็มกำลังผ่านหน้าเธอไป

"โอ้..เฮอร์ไมโอนี..เธอพลาดรถไฟหรือนี่" น้ำเสียงทุ้มใหญ่แสนคุ้นเคย ดังขึ้นด้านหลังของเธอ

"ใช่ แฮกริด..หนูเกิดเปลี่ยนใจกระทันหัน..คิดว่าจะทันซะอีก" เฮอร์ไมโอนี ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เธอรับรู้สัมผัสอันอบอุ่นที่แฮกริดส่งมาให้ ความร้อนจากมือหนาใหญ่
ของเขาแตะที่บ่าเล็กๆ ของเธอเบาๆ

"ไม่เป็นไรนะ..อยู่ฉลองที่โรงเรียนก็ได้" เฮอร์ไมโอนีฝืนยิ้มเล็กน้อยให้แฮกริด ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากชานชาลาและลากซากต้นสนสูงใหญ่เข้าไปในเขตป่าต้องห้าม

เฮอร์ไมโอนี รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เธอคิดว่า ปีนี้จะได้กลับบ้านไปฉลองคริสมาสกับครอบครัว แต่เกิดโชคไม่ค่อยดีนักที่พ่อแม่ของเธอ ได้ไปเข้ากลุ่มแพทย์อาสาสมัคร เพื่อไปตรวจฟันให้เด็กๆ ในชนบทห่างไกล
และกลับมาที่ลอนดอนไม่ได้ เพราะ หิมะตกหนักมาก ไม่สามารถที่จะเดินทางกลับมาให้ทันคริสมาส  ด้วยเหตุนี้เอง เฮอร์ไมโอนีจึงต้องผิดหวังที่ไม่ได้กลับบ้าน แต่ก่อนเธอจะคิดออกว่า จะตอบตกลงคำชวนของรอน
ที่จะไปฉลองคริสมาสกับครอบครัววิสลีย์ มันก็สายเกินไปเสียแล้ว รถไฟขนวบสุดท้ายเดินทางออกจากฮอกวอต์สไปแล้ว ทำให้เธอต้องตกรถไฟและต้องนั่งหัวหดอยู่ที่โรงเรียนตลอดช่วงวันหยุดคริสมาส
เด็กหญิงผมฟูฟ่อง เดินคอตกลากหีบเดินทางของเธอออกจากชานชาลาอย่างเชื่องช้าและเหนื่อยหน่าย เธอเดินเรื่อยเปื่อยตรงเข้าไปในเขตรั้วโรงเรียน ที่มีรถม้าไร้ผู้ลากรออยู่

"เฮ้อ~" เฮอร์ไมโอนีถอนหายใจเสียงดัง ด้วยความเซ็ง ก่อนที่เธอจะพาตัวเองปีนป่ายขึ้นรถม้าพร้อมกับหีบเดินทางใบใหญ่
รถม้าไร้ผู้ลาก พาเธอเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ  จนกระทั่งไปถึงหน้าประตูปราสาท เฮอร์ไมโอนีกระโดดลงจากรถม้า พร้อมกับพยายามยกหีบเดินทางของเธอให้ลงตามมาด้วย

//โครม!!// "โอ้ย!!!!" เสียงหีบเดินทางหล่นลงจากรถม้าเสียงดัง พร้อมๆ กับเสียงของผู้ที่เป็นเจ้าของมัน  หีบเดินทางใบใหญ่ของเฮอร์ไมโอนี หล่นลงมาจากรถม้าทับลงมาที่เท้าของเธออย่างแรง
ทำให้เฮอร์ไมโอนีถึงกับทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด  เธอก้มหน้า หลับตาปี๋ ด้วยความเจ็บปวดจนแทบร้องไม่ออก มือทั้งสองข้างเกาะกุมเท้าข้างนั้นไว้แน่น ไม่ช้าน้ำใสๆ ก็ไหลออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิท

"โอ้ย..เจ็บ!!..เจ็บชะมัดเลย.." เฮอร์ไมโอนี พยายามฝืนกั้นความรู้สึกเจ็บปวด ด้วยการกัดริมฝีปากของตัวเอง เธอพยายามตั้งสติ และเริ่มถอดรองเท้าออกช้าๆ อย่างเบามือที่สุด

"ช่างเหมาะสมจริงๆ ..พื้นดินสกปรกกับเลือดสีโคลน" เสียงยานคางแสนคุ้นหู ดังขึ้นด้านหลังของเฮอร์ไมโอนี 
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร ไม่ใครอีกแล้วที่จะคิดดูถูกเหยียดหยามคนอื่นได้น่ารังเกียจแบบนี้
เฮอร์ไมโอนี พยายามไม่สนใจกับคนน่ารำคาณอย่าง เดรโก มัลฟอย เธอนิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไรกับเขา เพราะเธอมีสิ่งที่สำคัญกว่าอยู่ตรงหน้า คือ เท้าที่บวมปูดของเธอ

"เป็นใบ้หรือไง..ยัยเด็กเลือดสีโคลน" น้ำเสียงแสดงความเหยียดหยัน ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เฮอร์ไมโอนีรู้สึกว่า มันใกล้กว่าเดิม

"โอ้โฮ้..น่าสมเพชนะ..คงเจ็บน่าดูเลยนะ ว่าไหม" เมื่อสิ้นประโยคไร้สาระของมัลฟอย ก็ตามติดมาด้วยเสียงหัวเราะมากมายตามหลังประโยคนั้น

"น่าสมเพช พวกเลือดโสโครก" เสียงแหลมบาดโสตประสาทของแพนซี่ พาร์กินสัน ดังขึ้นจากด้านหลังของเฮอร์ไมโอนีอีกเช่นกัน

เธอนึกรำคาณคนน่ารังเกียจพวกนี้เต็มทนแต่เธอไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย เพราะเจ็บจนไม่สามรถจะพูดอะไรได้ และ หากโต้ตอบไป เธออาจจะต้องเจ็บมากกว่านี้อีกแน่

"ไปกันเถอะพวกเรา..ฉันเหม็นเลือดโสโครก " มัลฟอยกล่าวขึ้นอย่างรังเกียจ ก่อนจะพาเหล่าลูกสมุนเดินจากเฮอร์ไมโอนีไป

"เออไปซะก็ดีแล้ว..ขอบคุณพระเจ้า" เฮอร์ไมโอนี นึกขอบคุณพระเจ้า ที่ยังอุส่าห์ประทานโชคดีให้เธอบ้าง
เมื่อปราศจากคนน่ารังเกียจ เฮอร์ไมโอนีก็จัดการ ตรวจดูเท้าของตัวเองอย่างเบามือที่สุดและค่อยๆ จับมันพลิกดูอย่างช้าๆ

"ตายหล่ะ!..สงสัยกระดูกแตกแน่เลย" เฮอร์ไมโอนีคิดขึ้นอย่างสยอง เธอแทบอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ เมื่อได้เห็นเท้าบวมปูดของเธอ
แต่เธอก็ต้องจัดการกับตัวเองให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปหามาดามพรอมฟรีย์ เพื่อให้เธอดูอาการให้อีกที

"เอาละ" เฮอร์ไมโอนีหยิบไม้กายสิทธิ์ของเธอออกมาจากเสื้อคลุมและพยายามจัดการเท้าของเธอให้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อม
เฮอร์ไมโอนีโบกไม้กายสิทธิ์เบาๆ และสูบหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปล่งเสียงท่องคาถาออกมา

"เอพิส.."

"เอกซ์เปลลิอามัส!!" เสียงๆ หนึ่งตะโกนคาถาปลดอาวุธใส่ไม้กายสิทธิ์ของเฮอร์ไมโอนีอย่างเร็ว ก่อนที่เธอจะทันร่ายคาถาซ่อมเท้าและก่อนที่เธอจะได้ป้องกันตัวเอง
ไม้กายสิทธิ์ของเฮอร์ไมโอนีกระเด็นออกไปไกล เธอจ้องมองมันอย่างตื่นตระหนก

"แอ๊กซีโอไม้กายสิทธิ์" เสียงนั้นร่ายคาถาอีกครั้ง คราวนี้ไม้กายสิทธิ์ของเธอลอยละลิ่ว ข้ามศีรษะของเธอไปทางด้านหลัง เฮอร์ไมโอนีพยายามตั้งสิตไม่ให้ตื่นกลัวและพยายามหันไปมองทางด้านหลังอย่างช้าๆ
เฮอร์ไมโอนีรู้สึกว่า โชคดีของเธอหมดไปแล้ว พระเจ้าคงเมตตาเธอเท่านี้ รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าขาวซีด ทำให้เฮอร์ไมโอนีรู้สึกว่าความเจ็บปวดของเธอยังเล็กน้อยว่าความรู้สึกแย่สุดๆ ที่ได้เจอกับ ไอ้ซีด ..มัลฟอย
เฮอร์ไมโอนีถึงกลับกลอกตาไปมาด้วยความเซ็ง เธอหันกลับไปมองเท้าของเธอเหมือนเดิม ดีกว่าที่จะเอาสายตาไปมองคนอย่างมัลฟอย
มัลฟอย เมื่อเห็นว่า เฮอร์ไมโอนี กลอกตาใส่เขา มันทำให้รู้สึกว่า ตัวเอง เหมือนอะไรที่น่ารังเกียจที่ ยัยเลือดโสโครกคนนี้ยังเมินหน้าหนี
มัลฟอยที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง เฮอร์ไมโอนีและยืนควงไม้กายสิทธิ์ของเธอเล่นอยู่ ก็รีบเดินย่างสามขุมตรงมาที่เฮอร์ไมโอนีอย่างเร็ว   

"โอ้โฮ..มองดูไม่เข้าค่อยดีเลยนะ เกรนเจอร์" เสียงยางคางดังขึ้นข้างหน้าเฮอร์ไมโอนี เธอเหลือบขึ้นไปมองเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มลงมองเท้าอีกครั้ง

"คืนไม้กายสิทธิ์ฉันมา..มัลฟอย" เฮอร์ไมโอนีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและนิ่งที่สุด เพราะไม่ต้องการเป็นตัวตลกให้มัลฟอย หัวเราะเยาะเธอ

"แหม..พูดจาไม่น่าฟังเลยนะเกรนเจอร์ พวกมักเกิ้ลเขาสอนลูกหลานแบบนี้เองหรอ..มิน่าหล่ะ..ถึงได้เป็นพวกชั้นต่ำ" มัลฟอยกล่าวกระแทกกระทั้นและดูถูกอย่างรุนแรง
จนทำให้เฮอร์ไมโอนีทนไม่ไหว เธอมองขึ้นไปที่มัลฟอยด้วยแววตาอาฆาตแค้นและพยายามจะลุกขึ้นไปตบหน้ามัลฟอยสักฉาดสองฉาด แต่ความพยายามของเธอล้มเหลว เมื่อความเจ็บปวดที่เท้ารุนแรงขึ้น เพราะ
มัลฟอยเอาเท้าของเขาเหยียบเท้าของเธอเอาไว้

"โอ้ย!!!" เฮอร์ไมโอนีร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่มัลฟอยยืนกอดอก มองดูเท้าบวมปูดของเธออย่างสะใจ

"อ้าว..ไม่ยักรู้..โคลนตมก็เจ็บเป็นด้วย" มัลฟอยกล่าวด้วยน้ำเสียงพึงพอใจที่ได้เห็นเฮอร์ไมโอนีเจ็บปวด แต่มัลฟอยก็ยังคงทิ้งน้ำหนักลงที่เท้าของเฮอร์ไมโอนีเรื่อยๆ พร้อมกับหัวเราะอย่างพอใจ
เฮอร์ไมโอนีรู้สึกเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด จนร้องไม่ออก เธอรู้สึกเหมือนถูกก้อนหินลูกใหญ่มหึมาหล่นทับ ใบหน้าอมชมพูระเรื่อ บัดนี้กลายเป็นสีขาวซีด ดวงตาของเธอเริ่มพร่ามัวเต็มที
เมื่อทรมานเธอจนสะใจเต็มที่ มัลฟอยจึงค่อยถอนเท้าของเขาออกจากเท้าของเฮอร์ไมโอนี
ด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง จนเธอไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้ เฮอร์ไมโอนีเป็นลมล้มพับไป เพราะทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหว
มัลฟอย เมื่อได้เห็นเฮอร์ไมโอนีล้มพับไป เขาเองก็ตกใจไม่น้อย เขาหันไปมองซ้ายมองขวา แต่บริเวณนั้นไม่มีผู้คนเลย เพราะ นักเรียนเกือบครึ่งโรงเรียนกลับบ้านกันไปหมดแล้ว
มัลฟอยทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเฮอร์ไมโอนี เขาใช้ไม้กายสิทธิ์ดันตัวเเธอให้หงายขึ้น ก่อนจะใช้ไม้กายสิทธิ์เขี่ยผมที่ปิดบังใบหน้าของเธออยู่

"เกรนเจอร์...เกรนเจอร์..นี้!..อย่ามาหลอกฉันหน่อยเลย..มารยาเธอใช้กับฉันไม่ได้หรอก..ตื่นสิ" มัลฟอยพยายามเรียกเฮอร์ไมโอนีให้ตื่นขึ้น แต่ดูเหมือนว่า เธอจะไม่ได้ยินที่เขาพูดเลย
มัลฟอยมองใบหน้าของเฮอร์ไมโอนี ด้วยความตื่นตะหนก เขาใช้ไม้กายสิทธิ์จิ้มไปตามตัวเธอราวกับเธอเป็นขยะที่เขาไม่อยากแตะต้อง

"เกรนเจอร์ !!..ฉันบอกให้ตื่นไง" มัลฟอยเรียกเฮอร์ไมโอนีเสียงดังขึ้นกว่าเดิม แต่เธอก็ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง คราวนี้มัลฟอยจึงเก็บไม้กายสิทธิ์ที่เขาใช้จิ้มตัวเธอ เปลี่ยนมาเป็นใช้ฝ่ามือเรียวยาว ตบหน้าเธอเบาๆ

"เกรนเจอร์!!..เกรนเจอร์!!..แย่แล้ว..ทำยังไงดี" ใบหน้าของมัลฟอยจากปกติที่ขาวซีดอยู่แล้ว เวลานี้ใบหน้าของเขาดูแทบจะไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงเลย มัลฟอยตัดสินใจประคองเฮอร์ไมโอนีขึ้นมาไว้ที่อกของเขา
และใช้มือตบหน้าของเธอเบาๆ อีกครั้ง แต่เฮอร์ไมโอนีก็ยังไม่รู้สึกตัว มัลฟอยจึงกลั้นใจละทิ้งความรังเกียจทุกอย่างไปและช้อนอุ้มร่างบอบเบาขึ้น

"รอเดี๋ยวนะ  ฉันจะพาไปหามาดามพอมฟรีย์" มัลฟอยอุ้มร่างบางของเฮอร์ไมโอนีวิ่งเข้าไปในประสาท ในขณะที่อุ้มเธอไป จิตใจของมัลฟอยคิดไปต่างๆ นานา ทั้งกลัวว่า จะมีเด็กบ้านสลิธีรีนมาเห็น ทั้งกลัวว่าจะมีใครคิดว่า เขาทำร้ายเธอ
กลัวว่าจะถูกหักคะแนนบ้าน แต่สิ่งที่กลัวยิ่งกว่านั้น คือ กลัวว่า ยัยเลือดสีโคลนที่เขาอุ้มอยู่จะเป็นอะไรไป มัลฟอยวิ่งกระหืบกระหอบแทบขาดใจ เขาจวนจะหมดแรง แม้ว่า ห้องพยาบาลจะอยู่แค่ชั้นหนึ่ง แต่มันก็ไกลมากจากหน้าประสาท
มัลฟอยพยายามกลั้นใจวิ่งไปให้ถึงห้องพยาบาลอย่างเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เมื่อเห็นประตูหน้าห้องพยาบาล เขารู้สึกดีใจมากอย่างบอกไม่ถูก มัลฟอยรีบวิ่งเข้าไปข้างในและรีบเดินอย่างเร็วไปที่เตียงนอน โดยไม่ได้สนใจว่า จะมีใครอยู่หรือไม่
มัลฟอยค่อยๆ ประคองวางร่างของเฮอร์ไมโอนีเบาๆ เขาหันกลับไปเพื่อจะไปตาม มาดามพอมฟรีย์ ให้เธอมาดูอาการ แต่ไม่ปรากฏว่า มาดามจะอยู่ในห้อง มัลฟอยรู้สึกใจเสีย เมื่อไม่พบมาดามพอมฟรีย์ มันยิ่งเพิ่มความตื่นกลัวให้เขาขึ้นไปอีก

"ฉันจะทำยังไงดี" มัลฟอยหันไปซ้ายทีขวาที เผื่อว่าจะเจอใครสักคนที่พอช่วยอะไรเขาได้บ้าง แต่ในห้องพยาบาลตอนนี้ ไม่มีใครเลย มัลฟอยจึงตัดสินใจจะใช้คาถาซ่อมจมูกกับเท้าของเฮอร์ไมโอนี
เขาค่อยๆ หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา และเดินไปหาเฮอร์ไมโอนีช้าๆ

"เอาละ..เกรนเจอร์ ฉัน...ฉันจะซ่อมเท้าให้เธอเอง.." มัลฟอยค่อยๆ ใช้มือลูบที่เท้าบวมปูดที่เริ่มเป็นสีม่วงเข้มของเฮอร์ไมโอนีเบาๆ  พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ

"เฮ้อ..อันที่จริงฉันก็ไม่เคยใช้คาถานี้..ถ้าเกิดอะไรขึ้น..มันเป็นความผิดของเธอนะที่สลบไปเอง..แต่ฉัน..ฉันจะตั้งใจทำให้สำเร็จ" มัลฟอยกล่าวโยนความผิดให้เฮอร์ไมโอนีหน้าตาเฉย
เพราะเขารู้สึกว่า นี้ไม่ใช่ความผิดของเขา มันเป็นเพราะ ยัยเลือดสีโคลน คนนี้ อ่อนแอ เอง แต่เขาก็จะพยายามเพื่อช่วยเธอ เพราะ ที่เธอสลบไปก็เพราะ เขา เป็นคนทำเอง
มัลฟอยเริ่มสูดลมหายใจลึกๆ อีกครั้ง และร่ายคาถาออกมา

"เอพิสกี้"

"แป๊ก!!" เสียงของกระดูกลั่นดังขึ้น จากภายในเท้าของเฮอร์ไมโอนี  มัลฟอยผู้ร่ายคาถา ยืนมองดูเท้าข้างนั้นอย่างชั่งใจ ก่อนที่เขาจะใช้มือจับเท้าของเธอและพลิกมันไปมา

"เหลือเชื่อ..ได้ผลแหะ" มัลฟอยขยับเท้านั้นไปมา อย่างภูมิอกภูมิใจ

"โอ้..เกิดอะไรขึ้นเนี่ย" เสียงอุทานอย่างตกใจของมาดามพอมฟรีย์ ดังขึ้นด้านหลังของมัลฟอย เธอเดินมาที่เตียงอย่างเร็ว เพื่อดูว่า ใครเป็นอะไร

"โอ้ มิสเกรนเจอร์..เกิดอะไรขึ้นกับเธอ มิสเตอร์มัลฟอย" มาดามพอมฟรีย์ถามมัลฟอยอย่างตื่นตะหนก แต่แววตาของเธอก็มองมัลฟอย อย่างผู้กระทำผิด

"เอ่อ..ผมเปล่าทำอะไรเธอนะครับ มาดาม พอดีว่า เธอถูกหีบหล่นใส่เท้า..ผม..ผมไม่เห็นมาดามก็เลย..ซ่อมเท้าของเธอก่อน" มัลฟอยพยายามอธิบาย ในขณะที่มาดามก็ไปตรวจดูที่เท้าของเฮอร์ไมโอนี

"โอ้..ดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก..นับว่าเธอเก่งพอตัวนะ มิสเตอร์มัลฟอย..แต่ฉันก็ขอเตือนเอาไว้ ว่าการใช้คาถานี้ ถ้าเธอไม่ระวัง มิสเกรนเจอร์อาจจะเหลือแค่ข้อเท้าก็ได้..คราวหน้าคราวหลัง ระวังด้วย" มาดามพอมฟรีย์กล่าวตักเตือนมัลฟอย ก่อนที่เธอเดินไป
หยิบเครื่องปฐมพยาบาลและยามารักษาอาการบวมที่ยังเหลืออยู่ มัลฟอยมองดูใบหน้าที่หลับสนิทของเฮอร์ไมโอนี เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขากล้าสัมผัสตัวเธอ มีคำถามเกิดขึ้นในใจของเขาว่า "ทำไมถึงกล้า"
และเป็นอีกครั้งที่เขาสัมผัสตัวของเธอ มัลฟอยใช้นิ้วมือเรียวยาว เขี่ยผมที่ปรกใบหน้าของเธอเบาๆ ก่อนจะใช้นิ้วมือลูบไล้ที่ตามนวลแก้มที่มีแต่คราบน้ำตา

"เธอติดหนี้ฉันแล้วนะ..เกรนเจอร์" มัลฟอยพึมพำเบาๆ กับเฮอร์ไมโอนีที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ก่อนที่เขาจะละนิ้วมือออกจากนวลแก้มขาวและเดินออกไปจากห้องพยาบาลเงียบๆ
มัลฟอยหันกลับมามองที่เตียงของเฮอร์ไมโอนีอีกครั้ง

"แล้วฉันจะมาทวงหนี้นะ..เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์" มัลฟอยกล่าวเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้า
 

______________________

คลิปประกอบ ฟิค เรื่องนี้ ค่ะ ดูแล้วเป้นไงบ้าง  คอมเม้นให้บ้างนะค่ะ จะได้เอาไป ปรับปรุง

http://www.youtube.com/watch?v=6GmB64H_GcM&feature=player_embedded
« Last Edit: 21 March 2010, 05:11:09 PM by ☆☆Rose Miyuki☆☆ »

Mewziiyer

  • หากข้ามีเวทมนตร์ 55555
  • ผู้วิเศษเลือดบริสุทธิ์
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 225
  • ความสุขเดินตามคุณไปทุกพื้นที่ :)
เธอแต่งเรื่องเก่งจัง ^^
ชมเชย ๆ แล้วเรื่องที่แล้วอ่ะ
อยากอ่าน ๆๆ แล้วนะ - -
ไงก็ขอบคุณนะคะที่อุสาห์แต่งมาให้อ่าน  :D

เด็กหญิงผมแดง

  • ผู้วิเศษเลือดบริสุทธิ์
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 233
สนุกดีนะค่ะ .. ขอชม ๆ ^^

ยังไงก็ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกันนะค่ะ :D

modtanoi1626

  • Guest
ขอบคุณ ทุกคน สำหรับ Comment นะค่ะ

ูู^^ อีก 2 เรื่อง พยายาม แต่งต่ออยู่ค่ะ

อย่าเพิ่งเบื่อ รอ ซะก่อนนะค่ะ  แหะๆ ..


^^

nym_nymphadora

  • Guest
 :D  สนุกมากเลยค่ะ จะติดตามอ่านไปเรื่อยๆ นะคะ

[ [ ◘ อะรี่ พอตเตอร์ ◘ ] ]

  • Hold On ~ Only U ...!
  • มนุษย์หมาป่า
  • ******
  • Offline Offline
  • Posts: 260
  • " Everything " means " Nothing " !!
ยอดเยี่ยมไปเลยอ่า ^^

สนุกมากมายยย อยากอ่านต่อจัง ๆ  :D :D


nuntida_zu

  • Guest
แต่งได้ดีมากๆๆ


ชอบๆๆมีต่อมั๊ยค่ะ :D

Loser' Change

  • มักเกิ้ล
  • *
  • Offline Offline
  • Posts: 36
  • ฉันมีความสุขแค่เพียงได้มองเธอ =)
แต่งเรื่องเก่งจังเลยนะค่ะ 55


อ่าเข้าเรื่องดีกว่า
ไปแต่งนิยายขายได้สบายเลยเน้อ
« Last Edit: 16 September 2010, 07:14:07 AM by mymun_vinsent »
"คนบางคนเสีย 'คนรัก' ไป เพราะเรียกร้อง 'ความรัก' มากเกินไป" -Miin

voyza

  • Tonight
  • ผู้วิเศษเลือดสีโคลน
  • ***
  • Offline Offline
  • Posts: 118
  • สตูเปฟาย
อ่านต่อๆๆๆ

  • Print