• Print

Author Topic: 8/5/10 Fic [Draco/Hermione] เรื่อง Because..I love You อัพตอนที่ 6 แล้ว  (Read 1412 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

modtanoi1626

  • Guest
หวัดดีค่ะ..

ชื่อ พัช นะค่ะ ^^ ยินดีที่ได้รู้จัก เพื่อนๆ ทุกคน

วันนี้เอา ฟิค ที่แต่ง เรื่องแรกในชีวิต มาลองให้อ่านกัน

ดีไม่ดี ถูกใจหรือไม่ชอบใจ ยังไงบอกได้นะค่ะ พัชจะเอาไปปรับปรุง ^^

ขอกำลังสักนิดนะค่ะ  โฮะ โฮะ จะได้มีกำลังใจแต่งต่อ ^^!

ฟิคเรื่องนี้ เป็นฟิคที่พัชแต่งขึ้นเอง..โดยอ้างอิงชื่อตัวละครจากหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์นะค่ะ

คุยยืดยาวแหละ..ไปอ่านกันเลยดีกว่า ค่ะ ^^!

-------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 1

รุ่งอรุณยามเช้า แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านผ้าม่านสีขาว สาดส่องเข้ามาในห้องนอนสไตล์ยุโรปแนวคลาสสิกที่แลดูหรูหรา ในทุกๆ ด้าน
บรรยากาศยามรุ่งเช้าภายนอกสดใสผิดกับบรรยากาศภายในห้องนอนหรูหราที่ดูอึมครึมและเย็นยะเยือก
ณ เตียงสี่เสาหรูหรา ขนาดใหญ่ มีร่างชายหนุ่มนอนหลับอยู่ แต่เค้าคงไม่ได้นอนหลับฝันดีเป็นแน่ เพราะร่างกายเค้ากระสับกระส่าย
ใบหน้าบ่งบอกถึงความตึงเครียดในฝัน เม็ดเหงื่อซึบออกมาจากผิวหน้าขาวซีด   

"ไม่....อย่า....อย่าไป....ไม่!!!!!.....แฮ่ก...แฮ่ก" ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ
ในนัยต์ตาสีเงินเบิกกว้าง หายใจหอบและติดขัด
เค้ายกมือขึ้นปาดเหงื่อบริเวณหน้าผากของตัวเอง พร้อมกับใช้มือบีบบริเวณเบ้าตาเพื่อเรียกสติกลับมา

"ให้ตายสิว่ะ....ฝันแบบนี้ครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย" เดรโก มัลฟอย นึกบ่นรำคาณตัวเองในใจ เค้าลุกขึ้นนั่งหย่อนเท้าลงข้างเตียง
พลางมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน

"อีกวันแล้วสินะ..กับชีวิตไร้ความหมาย.." ไม่แปลกที่ เดรโก จะคิดเช่นนั้น เพราะในทุกๆ วันของชีวิตเค้า  ตอนนี้ไม่มีอะไรเลย
ไม่มีความฝัน ไม่มีความหวัง ไม่มีอนาคต และไม่มีกระทั่งความรัก

ชีวิตว่างเปล่า เริ่มต้นตั้งแต่เรียนจบจากฮอกวอตส์ ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เป็นเสมือนแสงสว่างกลางจิตใจเค้า จู่ๆ ก็หายตัวไป ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอไปไหน
แม้แต่เพื่อนคนที่เธอบอกว่า รักมากมาย อย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เองก็ยังไม่รู้
เป็นเวลา 8 ปีแล้วที่ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์  หายตัวไป เดรโกเพียรพยายามตามหาเธอที่สุดเท่าที่ชายคนหนึ่งจะมีความสามารถตามหาหญิงคนรักได้
แต่ก็ว่างเปล่าไม่มีอะไร
แต่เรื่องที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือ คุณและคุณนายเกรนเจอร์  ไม่มีแม้แต่ความทรงจำที่เกี่ยวกับลูกสาวพวกเค้า
เดรโกเคยพยายามเข้าไปในความทรงจำของพ่อแม่เฮอร์ไมโอนี่ แต่ก็ไร้ความหมาย
ความทรงจำของพวกเค้าเปลี่ยนแปลงไปหมด กลับกลายเป็นว่า ทั้งสองไม่เคยมีลูกสาวและไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับฮอกวอตส์เลย
เดรโกเคยใช้ศาสตร์มืดขั้นสูงกับแม่ของเฮอร์ไมโอนี่
เผื่อว่า มันอาจสามารถทำให้เธอรื้นฟื้นความทรงจำกลับมาได้...แต่มันก็เปล่าประโยชน์ ซ้ำร้ายอาจทำให้คุณนายเกรนเจอร์เสียสติไปอีก
เพราะความทรงจำที่ถูกเรียกกลับคืน กับ ความทรงจำเดิมที่ถูกเปลี่ยนแปลง มันจะยิ่งทำให้สมองเธอสับสนและเกิดอาการประสาทหลอน 
แต่เค้าก็ไม่เคยคิดเลิกพยายามตามหาเธอ
ถึงแม้ว่า จะถูกสายตาเย็นชาที่ทิ่มแทงจะเฉือดเฉือนเค้าตลอดเวลานั้น มองดูด้วยความสมเพชว่า เค้าก็เป็นแค่ ไอ้โง่ ที่ถูกผู้หญิงโสโครกหลอกใช้
และพยายามพูดแกมบังคับให้เค้าเลิกตามหาเธอ
อีกทั้งพยายามขนขวายหาผู้หญิงสูงส่งเลือดบริสุทธิ์ให้แต่งงานกับเค้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ผู้หญิงเหล่านั้นไม่มีใครทนท้านต่อความเจ้าอารมณ์และโมโหร้ายของเค้าได้เลย

แต่นั้น..เป็นเพียงแค่อดีตชีวิตที่น่าเวทนาของเดรโก..ที่เค้าต้องพยายามมีชีวิตอยู่ทั้งๆ ที่อยากตาย เพราะหัวใจเพียงหนึ่งเดียวของเค้าหายไป
อีกทั้งผู้เป็นพ่อยังยัดเหยียดสิ่งที่เค้าเรียกว่าภาระกิจอันสูงส่ง
คือการ "ฆ่าล้างเลือดสีโคลนและผู้คิดต่อต้าน" ให้เค้า แต่นั้นมันก็จบลงไปแล้ว เมื่อ"แม่"ผู้ทำหน้าที่เป็นตัวประกันชั้นยอดที่พ่อใช้ข่มขู่เค้า
มาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เดรโกจึงไม่มีเหตุผลใดที่ต้องทนอยู่ใน
สภาพชีวิตเช่นนั้น เค้าหนีออกมาจากที่นั่น...แต่ก็ไม่พ้นการตามล่าตัวของพ่อเค้า จนในที่สุด
เดรโกจึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานของตัวเองมาอยู่ที่ฝรั่งเศสอย่างเงียบๆ เพื่อให้ห่างไกลจากนรกนั้นมากที่สุด แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่เค้ามาที่นี้คือ....


"เดรโก..เดรโก  มัลฟอย..ตื่นสิ..มาคุยกันหน่อย" สาวน้อยร่างบอบบาง หัวหยักศกสีน้ำตาลทอง นั่งคุกเข่า พร้อมเขย่าร่างใหญ่ของชายคนรักที่นอนอยู่ข้างๆ

"อืม....อะไรหน่ะ...เฮอร์...มีอะไร" ชายหนุ่มงัวเงียขึ้นมา พยายามเปิดตาขึ้น เค้าใช้มือขยี้หัวตัวเองเบาๆ
ก่อนจะมองหน้าหญิงคนรัก ที่ตอนนี้ ทำตัวน่าโมโหมาก ที่ จู่ๆ ปลุกคนที่กำลังหลับให้ตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อจะคุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้

"นี้...ฟังหน่อยสิ...ถ้าสมมุตินะว่า ถ้าเธอแต่งงาน...เธอจะไปฮันนีมูน ที่ไหน" หญิงสาวพูดขึ้นใบหน้ายิ้มกว้าง แววตาเป็นประกาย

เดรโกมองหน้าเฮอร์ไมโอนี่ ด้วยความ งง สุดขีด และรู้สึกโมโหนิดๆ ที่ จู่ๆ เธอปลุกเค้าให้ตื่นเพื่อจะถามไอ้เรื่องพันธุ์นี้แค่นั้นหน่ะหรือ..

"....ไม่ไป...." เดรโกพูดด้วยน้ำเสียงรำคาณนิดๆ พร้อมกับล้มตัวลงนอนหันหลังให้เฮอร์ไมโอนี่

"อ้าว...ทำไมหล่ะ..บอกหน่อยสิ...." หล่อนยังไม่ยอมหยุดอาการงี่เง่านั้น..พลางเขย่าตัวเดรโกขึ้นมาอีก  ด้วยความโมโหและอาการตาสว่าง
ของเค้าเริ่มขึ้นแล้ว เดรโกลุกขึ้น พร้อมผลักตัวหญิงสาวให้นอนลงบนที่นอน ก่อนจะนอนทับร่างเธอ

"ชั้นจะไม่ไปไหนทั้งนั้น...เฮอร์ไมโอนี่...ถ้าชั้นแต่งงานกับเธอ..ชั้นจะกินเธอ..ทั้งวันและทั้งคืน...จนกว่าตัวเธอจะหลอมละลายเข้ามาอยู่ในตัวชั้น"
เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดงกล่ำ ด้วยความเขินอายกับคำพูดดุดันแต่เย้ายวนนั้น  เฮอร์ไมโอนี่หันหน้าออกไปข้างๆ ทำอาการเหมือนเริ่มงอน เดรโกเห็นท่าไม่ดี
จึงถามขึ้น..

"แล้วเธออยากไปไหนหล่ะ..." สิ้นเสียงคำถาม เฮอร์ไมโอนี่หันหน้ามาด้วยท่าทีร่าเริง

"ฝรั่งเศส.." เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยสีหน้ายิ้มร่า แต่เธอคงไม่ทันได้สังเกตุว่า แฟนหนุ่มของเธอ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ด้วยความแปลกใจ ก่อนจะพูดขึ้น..

"ฮ่ะ!!...ฝรั่งเศส..ชั้นคิดว่าเธอ..คงอยากจะไป มัลดีฟส์..ซะอีก เธอชอบทะเลไม่ใช่หรือไง" เดรโกถามขึ้น

"มันก็ใช่..ชั้นชอบทะเล..แต่ชั้นก็อยากไปดูอะไรที่มันสวยงาม มีศิลปะ มีวัฒนธรรม มั้งสิ " หล่อนพูดด้วยสีหน้าแง่งอน ทำเอาเดรโก ถอนหายใจด้วยอาการยอมแพ้

"เฮ้อ~ โอเค..อยากไปไหนก็ไป ชั้นพาไปได้หมดทั้งนั้นแหละ......แต่...ตอนนี้......ชั้นอยากพา..เธอ...ไปสวรรค์กับชั้นมากกว่า..." เดรโกพูดกระซิบข้างหูเธอ..พร้อมขบกัดที่ติ่งหูเบาๆ

เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกวูบวาบที่ท้อง ขนลุกชัน นวลหน้าเป็นสีชมพูจัด เดรโกจ้องมองด้วยดวงตาสีเงินลึกซึ้ง "เธอ..ช่างงดงามเหลือเกิน..ยัยเลือดสีโคลน ดวงใจของชั้น" เดรโกพลางคิดและเริ่มลงมือสำรวจเรือนร่างเย้ายวนชวนให้ทรมานนั้น

"ผมยาวเป็นลอนสวยนั่น..ผิวขาวเนียนราวผ้าแพรชั้นดี..นัยย์ตาสีน้ำตาลเปี่ยมด้วยสเหน่ย์หา..ริมฝีปากเรียวบางสีชมพู..ทุกสิ่งทุกอย่างนั่นเป็นของชั้น...ใช่ เธอเป็นสมบัติของชั้น...." เดรโกตื่นจากภวังค์รักที่แสนหวานของเค้า..
ดวงตาสีเงินบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่มีในหัวใจ..เค้ายกมือขึ้นบีบเบ้าตาตัวเองทั้ง 2 ข้างเบาๆ  น้ำหยดใส ไหลออกมาจากดวงตาคู่นั้น เดรโกตัวสั่นเทา ใบหน้าเริ่มแดง

"เธออยู่ที่ไหนนะ..เฮอร์ไมโอนี่..เธอรู้ไหม..ชั้น..จะตายอยู่แล้ว ชั้นอยากจะตาย เผื่อว่าวิญญาณของชั้นมันอาจจะลอยไปเจอเธอบ้าง" เดรโกคิดคร่ำครวญหาหญิงคนรัก เค้ารู้สึกหนทางที่จะตามหาเธอมันมืดไปหมด
มีครั้งหนึ่งที่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ บอกให้เค้าตัดใจและเริ่มต้นชีวิตใหม่ มันอาจจะเป็นสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่ต้องการให้เค้าทำ แต่แฮร์รี่ไม่ได้สัมผัสรับรู้อะไรที่ลึกกว่านั้นเลย..มันจะเป็นไปได้ยังไง..ในเมื่อชีวิตของเดรโกจบสิ้นไปตั้งแต่ที่เฮอร์ไมโอนี่หายตัวไปตั้งนานแล้ว
เค้าไม่หลงเหลือหัวใจให้ใคร ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่อยากจะมีชีวิต

"ให้ตายสิ...แกมันมาสมเพชจริงๆ..เดรโก" เดรโกบ่นสมเพชตัวเองเบาๆ ใช้มือใหญ่ลูบหน้าตัวเอง พลางลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปที่ห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชิ้นที่ใส่อยู่ และเริ่มลงมืออาบน้ำ

เดรโกย้ายมาอยู่ฝรั่งเศสได้ราว 4 เดือน ทุกๆ วันชีวิตเค้าจะหมดไปกับการนั่งดูรูปเฮอร์ไมโอนี่เคลื่อนไหวไปมาและยิ้มให้เค้า อ่านจดหมายที่เธอเขียนถึงเค้า เฝ้าระลึกถึงความหลังที่หวานชื่น

เมื่ออาบน้ำและแต่งตัวเสร็จ เดรโกออกไปยืนที่ระเบียงชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสกับสายลมเย็นๆ ในใจก็พลางคิด

"ถ้าตรงนี้....มีเฮอร์ไมโอนี่ ยืนอยู่ด้วยก็ดีน่ะสิ" แค่คิดเพียงเท่านี้จิตใจเค้าก็ตกวูบราวกับมีใครมาผลักมันลงไปยังก้นเหวลึก เพื่อให้รู้สึกดีขึ้นและมีเรี่ยวแรง เค้าตัดสินใจออกไปข้างนอก
เผื่อว่า วันนี้เค้าอาจจะคิดวิธีตามหาเฮอร์ไมโอนี่วิธีใหม่ได้อีก
เดรโก เดินไปตามถนนที่ทอดยาวในกรุงปารีส ในใจก็พลางคิดว่า "ถ้าได้มีโอกาสอีกสักครั้งชั้น..จะพาเธอมาให้ได้..เฮอร์ไมโอนี่" เดรโกเดินเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเดินมาไกลเท่าไหร่แล้ว เพราะในใจเค้าก็มั่วแต่เหม่อลอย
คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนมาหยุดที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง บรรยากาศรอบๆ นี้ สดชื่นมาก เค้าสัมผัสได้ถึงลมเย็นและแดดอุ่นๆ เค้าเดินทอดน่องเพื่อผ่อนคลายอารมณ์พร้อมกับชื่นชมทัศนียภาพโดยรอบ
เค้าเดินตามทางเดินสีอิฐเรื่อยๆ จนสายตาเค้าไปสะดุดอยู่ที่เก้าอี้ไม้ยาวริมทางเดิน มีเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ผมหยักศกค่อนข้างฟู นั่งอ่านหนังสือที่ดูแล้วไม่ค่อยเหมาะสมกับเธอสักเท่าไหร่ เพราะเล่มมันทั้งใหญ่โตและหนาเหลือเกิน
เมื่อมองดูเด็กคนนี้ มันทำให้เค้าอมยิ้ม  พลันคิดถึงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ผมหยักศกฟูฟ่อง ที่นั่งคร่ำเคร่งอยู่กับหน้าหนังสือ เมื่อหลาย 10 ปีก่อน เด็กที่เค้าเคยเรียกว่า "ยัยเลือดสีโคลนโสโครก" แต่เด็กคนนี้กับเฮอร์ไมโอนี่
ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว...เดรโกสังเกตุเด็กคนนี้ มองดูแล้ว เธอไม่ค่อยเหมือนคนฝรั่งเศสสักเท่าไหร่ ผิวเธอขาวซีดและผมสีบอร์น ถ้าหากเธอผมสีน้ำตาลทองแล้วละก็ เค้าอาจจะคิดว่าเป็นเฮอร์ไมโอนี่ที่โดนกรอกยาพิษทำให้ตัวกลับเป็นเด็กอีกครั้งก็ได้

ตอนนี้เดรโกเริ่มเมื่อยล้าจากการเดินระยะไกลของเค้า  เค้าเริ่มมองมาที่นั่งพัก แต่ทว่าเก้าอี้แถวนั้นถูกนั่งเต็มหมดแล้ว เหลือเพียงเก้าอี้ตัวนั้นที่เด็กหญิงผมบอร์น นั่งอยู่
เดรโกจึงเดินไปที่เก้าอี้นั่นพร้อมกับเอ่ยขออนุญาติ..

"เอ่อ..สาวน้อย..ขอชั้นนั่งด้วยได้ไหม" เดรโกพูดพลางยิ้มให้ แต่เมื่อเด็กหญิงเชิดหน้าขึ้นมามองที่ต้นเสียง เดรโกกลับต้องรู้สึกประหลาดใจ  เมื่อเค้าสบสายตากับเด็กคนนี้  "ดวงตาคู่นี้ดูคุ้นตาจัง" เดรโกคิด
แล้วเค้าก็นึกขึ้นได้....มันจะไม่คุ้นตาได้ยังไงในเมื่อ เด็กคนนี้ตาสีเงินเหมือนกันเค้า เดรโกสบตากับเด็กหญิงอยู่สักครู่ เค้าสังเกตุเห็นได้ว่า เด็กคนนี้มีดวงตาสีเงินเป็นประกาย แต่ทว่ากับดูเย็นชา เดรโกพลางคิด สักครู่ เด็กหญิงก็พูดขึ้น
"เชิญ....ค่ะ"น้ำเสียงเรียบเย็น แต่ไม่แข็งกร้าว เดรโกนั่งอยู่ข้างๆ เด็กคนนี้ ในใจก็พลางคิด...

"ผิวขาวซีด  ผมบอร์น  ตาสีเงิน ....????....!!!! อ่ะ...ทำไม..เด็กคนนี้ เธอเหมือนเรานักว่ะ..ผิดกันแค่ผมไม่ทิ้งตัวตรง..ถ้าใครไม่รู้คงคิดว่า พ่อ - ลูก กันแน่เลย...อยากเห็นหน้าพ่อแม่ เด็กคนนี้จัง" เดรโกคิดติดตลก
"พ่อแม่เด็กจะหน้าตาเป็นยังไงน่ะ..แต่ดูจากรูปลักษณ์แล้ว..คงจะไม่ต่างกันเท่าไหร่" เดรโกพลางคิด เด็กคนนี้คงมีพ่อแม่ที่เหมือนกับเค้า คือ รูปลักษณ์ไม่แตกต่างกัน เหมือนถอดพิมพ์เดียวกันมา

เดรโกนั่งอยู่สักครู่ จ้องมองบรรยากาศโดยรอบ ในใจคิดหาวิธีตามหาตัวเฮอร์ไมโอนี่ต่อไป ในขณะที่เดรโกคิดอะไรอยู่เพลินๆ เค้าก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยพูดขึ้น..
"คุณ...เชื่อเรื่องเวทมนต์ไหม" เด็กน้อยถามขึ้น พร้อมจ้องมองหน้าเดรโก เหมือนกำลังรอคอยคำตอบ

เดรโก มองหน้าเด็กน้อยอยู่สักครู่ เค้าพินิจพิจารณาอยู่ว่า เด็กคนนี้ อยู่ๆ ถามคำถามแบบนี้ขึ้นมาทำไม หรือเธอจะเป็น แม่มดน้อย หรือเธอแค่สงสัย แต่แล้วเดรโกก็ตอบออกไป..

"มันขึ้นอยู่ที่เราเชื่อว่า มันมี และ ไม่มี แค่ไหน เพราะ เวทมนต์ กับ เกมส์มายากลโง่เง่า สำหรับโลกใบนี้แทบจะแยกกันไม่ออกเลย" เดรโกตอบพลางมองหน้าเด็กน้อยด้วยความสงสัย
"ทำไม......เอ่อ..." เดรโกกำลังจะถามต่อ แต่เค้าไม่รู้จะเรียกเด็กหญิงว่าอะไร..เค้าทำท่าชี้ไปที่เธอ

"หนูชื่อ เดบาร่าห์...เรียก เด็บบี้ ก็ได้" เด็กน้อยตอบ สีหน้าเธอไม่ได้ มีความรู้สึก ยินดี ยินร้ายอะไรเลย แต่ เดรโก ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจ


"โอเค..เด็บบี้..ทำไมหนูถึงถามเกี่ยวกับเวทมนต์ขึ้นมาหล่ะ?" เดรโกถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 
"แม่..บอกว่า โลกนี้ไม่มีเวทมนต์" สีหน้าและแววตาเด็กน้อยดูเศร้าๆ ลงอย่างบอกไม่ถูก
"หึ..แม่ของเธอ..คงโลกแคบน่าดู นะ..เด็บบี้" เดรโกเอ่ยกับเด็กหญิง  ด้วยน้ำเสียงเหยียด ๆ
เด็บบี้หันหน้ากลับมาจ้องมองเค้าด้วยแววตาสีเงินคู่นั้น แสดงอาการเหมือนกับกำลังโกรธที่เค้าประเมินแม่ของเธอต่ำแบบนั้น
"แล้วคุณ..เคยเจอโลกที่มันไม่แคบเหมือนโลกใบนี้หรือไง.." เด็บบี้พูดกับเค้าด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความไม่พอใจอย่างมาก
เดรโกมองหน้าเด็กน้อย พลางยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก

"มันก็ไม่เชิงหรอกนะ..เด็บบี้..ถ้าเธอโตกว่านี้..และเธอได้รับโอกาส..เธอก็จะรู้เองว่า มันมีหรือไม่มี" เดรโกพูดทิ้งไว้ให้เป็นปริศนาค้างใจเด็กหญิง
เค้าสังเกตุเห็นสีหน้าครุ่นคิดของเด็บบี้  ยิ่งทำให้เค้าคิดเฮอร์ไมโอนี่ ขึ้นมาจับใจ "สีหน้าแบบนี้..เหมือน เฮอร์ไมโอนี่ เวลาที่ถูกหลอกเลย"เดรโกคิดขึ้นภายในใจ

ทันใดนั้น จู่ๆ เด็บบี้ ก็กระโดดลงจากเก้าอี้ พลางวิ่งไป 4 - 5 ก้าว

"อ๊ะ..คุณริเน่..มารับแล้ว" เด็บบี้พูดเสียงดังด้วยความดีใจ เธอหันหลังกลับมาเพื่อ จะบอกลา เพื่อนใหม่ของเธอ
"หนูกลับก่อนนะค่ะ..คุณ....อ่าว" เด็บบี้มองดูเก้าอี้ไม้ตัวนั้น มันว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดนั่งอยู่ และบริเวณรอบๆ ก็ไม่มีใครที่กำลังเดินอยู่เลย
เด็บบี้ รู้สึก งุ่นงง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในใจก็คิด "เค้าหายไปไหนแล้ว...ทำไม...เดินเร็วจัง" ขณะที่เด็กน้อยกำลังคิดหาคำตอบให้ตัวเอง ก็มีเสียงเรียกชื่อเธอดังมาจากข้างหลัง

"เด็บบี้..กลับกันได้แล้ว..แม่ของหนูคอยอยู่นะ" หญิงสาวร่างท้วม ผมดำ เรียกเธอ พร้อมกับกวักมือเรียก

เด็บบี้จึงต้องทิ้งความสงสัยตรงนั้นไป และ วิ่งไปหาผู้หญิงที่กำลังกวักมือเรียกเธออยู่

________________________________________________________

เดรโก กลับมาที่บ้าน เค้าใช้คาถาหายตัวกลับมา..เพราะคิดว่าถ้าเดินกลับคงจะไม่ไหวแน่

"ป่านนี้..เฮอร์ไมโอนี่เบอร์ 2..คงกำลัง งง อยู่หล่ะมั้ง..หึหึ" เดรโกคิด พลางนึกตลกตัวเอง ที่ จู่ๆ ก็หายตัวกลับมาเฉยๆ
เค้าเดินขึ้น ชั้น 2 ตรงเข้าไปในห้องนอน เดรโกนั่งลงข้างเตียง พร้อมกับหยิบรูปเฮอร์ไมโอนี่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา
รูปของเธอยัง ยิ้มและหยอกล้อกับเค้าอยู่เสมอ มันเป็นรูปที่เค้าถ่ายให้เธอ ตอนไปเที่ยวฮอกส์มี้ดในฤดูหนาว
เดรโกยิ้มให้รูปเธอเบาๆ แต่แววตาเค้า สะท้อนความเศร้าหมองออกมาชัดเจน เค้าลูบภาพถ่ายของเธอเบาๆ ราวกับว่า มันคือ ใบหน้าของเธอ

"เฮอร์ไมโอนี่....ชั้นคิดถึงเธอจัง"

 

« Last Edit: 08 May 2010, 04:51:13 AM by ☆☆Rose Miyuki☆☆ »

Back@White

  • Guest
มาต่อไวๆนะครับ

สู้ๆ

Xeno

  • Guest
 :(  อยากอ่านอ่า    เราคิดว่าเราเดาทางถูกนะ  เอ ถูกรึเปล่า  เร็วๆนะ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆ

PJT SiKok

  • มักเกิ้ล
  • *
  • Offline Offline
  • Posts: 17
มาต่อไวๆน้า
น่าติดตามากเลยอะ  ><

Piloty Potter

  • Only U!! Only Harry!!
  • มนุษย์หมาป่า
  • ******
  • Offline Offline
  • Posts: 386
ชักสนุกเเล้ว มาต่อไวๆนะคะ

เอาใจช่วย

modtanoi1626

  • Guest
FIC [Drraco/Hermione] Because..I love u ตอนที่ 2
« Reply #5 on: 10 November 2009, 03:44:20 PM »
หวัดดีค่ะ..

ในที่สุดก็ได้อัพตอนที่ 2 ซะที หลังจากดองไว้เกือบจะได้ที่แหละ..^^

ตอนที่ 2 นี่ ช่วยเป็นกำลังใจให้พัชด้วยนะค่ะ

ขอคอมเม้นทักทายกันหน่อยนะค่ะ จะได้มีกำลังแต่งต่อไป  ติ อะไร ว่า อะไรได้นะค่ะพัชจะได้ปรับปรุงแก้ไข

ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่านค่าาาาาา

_______________________________________________________________________________

ตอนที่ 2


 แสงแดดอ่อนในยามเช้ากำลังจะหมดลง..เวลานี้เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ..เดรโกเผลอนั่งหลับอยู่ข้างๆ เตียงของเค้า ในมือ
ยังคงถือรูปเฮอร์ไมโอนี่ไว้แนบอก..เค้าหลับสนิทเสียจนไม่รู้สึกเลยว่า มีใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในบ้านของเค้า..
เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นไม้เนื้อแข็งชั้นดี.......จังหวะการก้าวของฝีเท้า ไม่ช้า ไม่เร็ว และ หยุดเดิน ในบางช่วง
ลักษณะเหมือนกำลัง ค้นหาอะไรบางอย่าง....เสียงฝีเท้าเดินขึ้นมาที่บันไดอย่างไม่ยอมหยุด...เสียงฝีเท้านั้นใกล้เข้ามายังห้องนอนของเดรโก
ขึ้นทุกที ทุกที    ..... และหยุดลงที่หน้าห้อง เสียงหมุนลูกบิดประตูดังขึ้น ....เมื่อประตูเปิดออก..

เจ้าของเสียงฝีเท้านั้น เดินตรงเข้ามาหาเดรโกอย่างรวดเร็ว

"เดรโก...เดรโก  มัลฟอย...." เจ้าของฝีเท้าหยุดยืนอยู่หน้าเดรโก พร้อมตะโกนปลุกเค้าให้ตื่น

เดรโกสะดุดตื่นขึ้น เมื่อได้ยินเสียงแหลมบาดหูของคนปลุก เค้าหันขึ้นไปมองที่ต้นเสียงโดยเร็ว..ก่อนจะพบว่า ต้นเสียงนั้นไม่ใช่ใครเลย..เธอ..คือคนที่เค้าคุ้นเคยมานาน

"ว่าไง..แพนซี่.." เดรโกทำท่าเหนื่อยๆ ก่อนจะยืนขึ้น วางรูปเฮอร์ไมโอนี่ไว้ที่เดิม

"ทำตัว..ตายซาก ตามเดิมนะ เดรโก" แพนซี่ กล่าวอย่างอเหน็ดอนาถใจ เมื่อเห็นเดรโก สภาพไม่ต่างจากผีดิบซะเท่าไหร่ ต่อให้ปกติเค้าจะเหมือนอยู่แล้วก็ตาม

"ช่างชั้นเถอะ..แพนซี่.." เดรโก รีบบอกปัด ก่อนที่เพื่อนสาวของเค้าจะบ่นอะไรต่อมิอะไรยืดยาว เค้านั่งลงบนเตียง พลางก้มหน้าใช้มือนวดขมับ 2 ข้าง
ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นถามแพนซี่

"เธอ..มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่" เดรโกถามด้วยน้ำเสียงสงสัยในการมาถึงของเพื่อนสาว

"เมื่อวานนี้เอง..ชั้นจะกลับอาทิตย์หน้า..วันนี้เลยแวะมาหาเธอ.." แพนซี่ตอบคำถามเค้า พลางยืนมองหน้าเพื่อนชายของเธอ..เค้าดูไม่เหมือน
เดรโก คนที่เคยเรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์เลย ใบหน้าเค้าเหมือนผ่านสงครามเลวร้ายมาแสนสาหัส

"เธอกินอะไรหรือยัง.." แพนซี่ถามเค้าด้วยความเป็นห่วง น้ำเสียงของเธออ่อนโยนมาก แต่เดรโกไม่ได้ ตอบอะไร เค้าเพียงแค่ ส่ายหน้าเบาๆ เท่านั้น

"โอเค..งั้นจัดการตัวเธอให้เรียบร้อยซะ..ชั้นจะลงไปข้างล่าง..ทำอะไรให้เธอกิน" เมื่อพูดจบ แพนซี่จึงเดินออกจากห้องไป เดรโกลุกขึ้นจากเตียง
ตรงไปที่ห้องน้ำ เค้าจัดการชำระล้างใบหน้าให้รู้สึกตาสว่างขึ้น

ขณะที่ เดรโกกำลังเดินลงไปชั้นล่าง เค้าได้ยินเสียง แพนซี่บ่นอู้อี้ เหมือน หมีกินผึ้งอยู่ในห้องครัว  เดรโกจึงเดินตรงเข้าไปในห้องครัว เค้าหยุดยืนที่หน้าห้อง
ภาพที่เค้าเห็นคือ แพนซี่ ยืนเท้าเอว มองตู้เย็นเค้า

"ให้ตายสิ...เดรโก..เธอกินอะไรมั้งไหมเนี่ย..ดูสิ..ตู้เย็นเธอ..ไม่มีอะไร..นอกจากน้ำกับเบียร์" แพนซี่หันมาบ่นเดรโก เมื่อเธอรู้ว่าเค้ายืนอยู่ตรงประตูห้อง

เดรโก ชี้นิ้วไปที่ เคาส์เตอร์ด้านหลังแพนซี่

"ไวน์  แชมเปญ บรั่นดี ก็มีนะ...เธอจะกินอะไรหล่ะ" เดรโกพูดน้ำเสียงยานคาง แต่แพนซี่รู้สึกไม่สบอารมณ์กับคำตอบนั้นเลย
เธอเดินตรงไปที่เค้า และทำท่าเท้าเอวอีกครั้ง

"ชั้นหมายถึง..อาหาร..เดรโก..อาหาร..ไม่ใช่..ของมึนเมาของมักเกิ้ลพร้อมนี้" น้ำเสียงแพนซี่ดูไม่ค่อยจะดีนัก

"อ๋อ..ถ้าเรื่องนั้นก็ต้องไปกินข้างนอก.." เดรโกเหมือนจะรู้แล้วว่า ไม่ควรจะ กวนอารมณ์เธออีก ไม่อย่างงั้นเค้าอาจจะถูกสาปให้กลายเป็นวัสดุเพื่อทำอาหารกลางวันก็ได้

"งั้นไปแต่งตัว..เราจะไปกินข้าวข้างนอกกัน..ชั้นหิวแล้ว..และเรามีเรื่องต้องคุยกันด้วย..ให้เร็วนะ เดรโก" เธอออกคำสั่งน้ำเสียงเด็ดขาด  เดรโกไม่ตอบอะไรต่อ
เค้าเดินขึ้นไปเตรียมเครื่องแต่งกายบนห้องนอน..หยิบเสื้อคลุม..และกระเป๋าสตางค์ลงมาด้วย เค้าเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็เจอแพนซี่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เธอมองซ้าย
มองขวา ไปรอบๆ ห้องรับแขก

"ว๊าว..รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นสลิธิลีนเลยนะ" เธอหันมาพูดกับเดรโกน้ำเสียงฟังดูประชดประชัน มากกว่าจะฟังดูดีใจ   เดรโกมองดูเธอแล้ว กรอกตาไปรอบ
ในใจก็คิดว่า เธอจะบ่นอะไรนักหนา..เป็นยายแก่หรือยังไงกัน  เดรโกใช้นิ้วกระดิกเรียกแพนซี่ให้ออกมา เค้าเดินนำเธอออกไปก่อน แพนซี่จึงเดินตามเค้าออกมา
เดรโก หันไปล็อคประตูบ้านสีดำบานใหญ่ และ เดินตรงไปที่โรงเก็บรถ แพนซี่เดินตามเดรโกไป และยังมองเค้าด้วยความสงสัย

"เธอ..ไม่มีเอลฟ์ประจำบ้านหรอ" แพนซี่ถามด้วยความสงสัย เพราะคนอย่างเดรโก  มัลฟอย ไม่น่าต้องมาทำอะไรเองแบบนี้  เดรโกหยุดเดินและหันกลับไปหาแพนซี่

"ชั้น...ยังไม่อยากข้องแวะ กับโลกเวทมนต์ตอนนี้..แพนซี่..เรามีแม่บ้านมักเกิ้ลมาทำความสะอาดให้..อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ..โอเคมั๊ย" เดรโกพูดตัดรำคาณแพนซี่
เค้ารู้สึกเหนื่อยสมองจริงๆ กับเพื่อนสาวคนนี้.."ยิ่งอายุมากขึ้นความจู้จี้ของเธอมันเพิ่มตามอายุหรือยังไงกันนะ" เดรโกนึกรำคาณแพนซี่นิดๆ
ถ้าหากเค้าเป็น เดรโก มัลฟอย คนเก่า แพนซี่คงโดนเค้าตะหวาดและไล่ตะเพิดกลับบ้านไปแล้ว..แต่ตอนนี้เค้าโตเป็นผู้ใหญ่อายุมากขึ้น
สติและความอดทนก็มากขึ้น ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันทำให้เค้าเข้มแข็ง..แต่มีเพียงเรื่องเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้น..ที่มันยังคงทำให้เค้า แพ้และอ่อนแอ อยู่เสมอ

เดรโกเดินมาถึงโรงเก็บรถขนาดใหญ่ ภายในมีรถยนต์จอดอยู่หลายคัน เค้าเดินตรงไปที่ รถ BMW สีดำขลับที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก
แพนซี่ ยืนมองเดรโกอยู่ด้านนอกโรงเก็บรถ อย่างทึ่งๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่า คนที่จงเกลียดจงชัง มักเกิ้ล อย่างเค้า จะอาศัยอยู่แบบมักเกิ้ล ใช้สิ่งประดิษฐ์ที่มักเกิ้ลสร้างขึ้นในการดำรงชีวิต
เดรโกขับรถออกมาจอดข้างๆ แพนซี่  เธอเปิดประตูและเข้าไปนั่งข้างๆ เค้า
เดรโกขับรถยนต์คันงาม ไปเรื่อยๆ จนมาถึงถนนเล็กๆ ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ในเขตที่อยู่อาศัยชนชั้นกลางในกรุงปารีส
ในใจเค้าก็เหม่อลอย คิดอะไรฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อย ร่างกายเค้าเองก็ เหนื่อยอ่อน เพราะเวลานอนหลับทุกครั้งเค้ามักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก
เนื่องจากฝันถึงเหตุการณ์ร้ายๆ ต่างๆ นานาและไม่ได้หลับตานอนอีกจนกระทั่งเช้า

"เดรโก..ระวัง !!!!" เสียงหวีดร้องของ แพนซี่ พาร์กินสัน ดังลั่นขึ้น ทำให้เค้าสะดุ้งตกใจ เหยียบเบรคเข้าเต็มแรง รถยนต์เบรคตัวเองด้วยความแรง
ทำให้ล้อสีกับถนนเกิดเสียงดังขึ้นบริเวณนั้น เดรโกตั้งสติได้ เค้ารีบวิ่งลงจากรถ เพื่อดูว่า มีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่
เดรโกเห็นร่างเด็กน้อยคนหนึ่ง นั่งคุกเข่า ใช้มือ 2 ข้างปิดหูไว้ด้วยความหวาดกลัว อยู่ที่หน้ารถเค้า

"หนูน้อย..เธอเป็นอะไรหรือเปล่า...เจ็บตรงไหนมั๊ย?" เดรโกถามด้วยความเป็นห่วง น้ำเสียงเค้าสั่นไหว เต็มไปด้วยความกังวล
เด็กน้อยหันหน้าขึ้นมา..เดรโกกลับต้องรู้สึกประหลาดใจขึ้นอีกครั้ง

"อ้าว!!..เด็บบี้" เดรโกกล่าวทักเด็กหญิง น้ำเสียงเค้าฟังดูประหลาดใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก แถมยังในสถาณการณ์เช่นนี้ด้วย
เด็กน้อย มองหน้าเดรโก ใบหน้าสวยงามของเธอ แสดงอาการตกใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เธอไม่ได้ร้องไห้โยเย เหมือนเด็กอื่นๆ  เธอลุกขึ้นยืนและกล่าวทักเดรโกอย่างน่าขัน
"อ่อ..คุณ...สวนสาธารณะ" น้ำเสียงใสซื่อของเด็กน้อย ที่ไม่รู้จะเรียกเค้าว่าอะไร ทำให้เดรโกถึงกับอมยิ้มออกมา
"ชั้นชื่อ มัล...เอ่อ..ชั้นชื่อ เดรก " เดรโกบอกกับเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เค้าคิดว่าไม่อยากแนะนำตัวเองหรือให้ใครต่อใครเรียกเค้าด้วยชื่อสกุลนั้นอีกแล้ว
มันฟังดูโหดร้ายและน่ากลัว เค้าไม่ได้ภูมิใจ ในชาติตระกูลนี้เลย ตัวเค้าเองไม่ได้ต้องการให้ใครต่อใครกลัวเค้าหรือมองเค้าอย่างน่ารังเกียจ
เด็บบี้ ยิ้มเบาๆ ให้เค้า  เดรโกพลางนึกขึ้นมาได้

"เอ่อ...เด็บบี้..เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" เดรโกพลางจับร่างเล็กๆ หมุนไปรอบๆ
"หนูไม่เป็นอะไรค่ะ..แค่ตกใจเท่านั้น" เด็บบี้เดินถอยหลัง เว้นระยะห่างของเธอกับเดรโกเล็กน้อย
"บ้านหนูอยู่แถวนี้หรอ..เด็บบี้" เดรโกถามด้วยความสงสัย เพราะเค้าเจอเธอแถวนี้ 2 ครั้งแล้ว
"เปล่าค่ะ...บ้านหนูอยู่ย่าน Passyหน่ะ" เด็กน้อยตอบเดรโก พลางใช้มือน้อยปัดกระโปรงสีชมพูที่เปื้อนฝุ่น
เดรโกมองหน้าเด็กน้อยอย่างสงสัย..บ้านเธออยู่ไกลจากที่นี้ตั้งเยอะลำพังเด็กหญิงตัวเล็กๆ แบบนี้จะมาเอาได้ยังไง
"แล้วนี่..เธอมาทำอะไรแถวนี้หน่ะเด็บบี้..ใครพามา" เดรโกรู้สึกเป็นห่วงเด็กหญิงมาก จนเค้ารู้สึกแปลกใจในตัวเองเหมือนกัน
"อ่อ...หนูมาอยู่บ้าน คุณริเน่..เธอดูแลบ้าน..และดูแลหนู..วันนี้แม่จะกลับดึกเลยให้หนูมาอยู่กับริเน่ก่อน" เด็บบี้ตอบเค้าพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย
เดรโกมัวแต่ห่วงใย เด็กน้อยจนลืมไปว่า เค้ามีธุระที่จะต้องไปและมีคนคอยเค้าอยู่ เด็บบี้มองเข้าไปในรถยนต์ของเดรโก
"หนูว่า..คุณควรไปได้แล้ว..เพื่อนของคุณคงกำลังคอยอยู่" เด็บบี้ละสายตาออกจากรถและมองมาที่เดรโกเหมือนจะช่วยเตือนสติเค้า
"เอ่อใช่..ชั้นลืมไปเลย...โอเค..เด็บบี้..เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว..งั้นชั้นต้องไปแล้วนะ..เอาไว้เจอกันวันหลัง..ชั้นจะเลี้ยงเค้กเธอเป็นการขอโทษแล้วกัน" เดรโกรีบพูดก่อนจะรีบเดินไปที่รถยนต์อย่างเร็ว
เด็กหญิงตัวน้อยเดินขึ้นมาจากถนน เธอขึ้นมายืนบนทางเท้า พร้อมโบกมือให้เดรโก

แพนซี่มองเดรโกด้วยความสงสัย ก่อนเธอจะเอ่ยปากถาม ..แต่ชายหนุ่มก็ถามขึ้นซะก่อน

"เธอมีปัญหาอะไรกับชั้นงั้นหรือ..แพนซี่" เดรโกถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

"เด็กคนเมื่อกี้...ใครกันหรอ..ดูเธอสนิทกับเค้าจัง" แพนซี่ถามคำถามขึ้นและยังมองเดรโกไม่เลิก

"อ่อ..พอดีเมื่อเช้า..ชั้นบังเอิญไปนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับเธอที่สวนสาธารณะ" เดรโกตอบด้วยน้ำเสียงเฉยชาไม่แสดงถึงความแปลกใจอะไรในคำถาม

"ชั้นว่า..เด็กนี้...เหมือนเธอจัง...เธอคิดงั้นไหม" แพนซี่ถามเค้า ด้วยท่าทีดูเหมือนตื่นเต้น
เดรโก ผละจากการตั้งใจมองถนน หันมามองหน้าแพนซี่ครู่เดียว

"เธอคิดว่างั้นหรอ..แพนซี่" เดรโกถามเพื่อนสาวของเค้าด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่า เธอก็คิดแบบเดียวกับเค้า
แพนซี่ไม่ได้ตอบอะไรเดรโกต่อ ทั้งคู่อยู่ในบรรยากาศเงียบเชียบ ไม่นานเดรโกก็ขับรถยนต์มาถึงย่านถนนที่มีภัตตาคารและร้านอาหารชื่อดังมากมาย

"ตกลง...เธอจะกินอะไร แพนซี่" เดรโกถามขึ้นเพราะ ไม่รู้ว่าจะเลือกร้านไหนให้ถูกใจเพื่อนของเค้า

"ปกติเธอกินที่ไหนหละ" แพนซี่ถามเค้าต่อ เพราะเธอเองไม่ได้มาฝรั่งเศสบ่อยนักและไม่ได้อยู่ครั้งละนานๆ จึงไม่รู้ว่าร้านไหนดีหรือไม่ดี

"ถ้างั้น..กินฟัวกราส์..ไหม" เดรโกเอ่ยชวนแพนซี่ขึ้น เพราะเค้าก็ไม่รู้จะพาเธอไปกินอะไรที่มันดีไปกว่านี้อีกแล้ว..

"ก็ได้..ตามใจเธอเลย" แพนซี่ตอบสนองความคิดเค้า เดรโกจึงขับรถยนต์ไปจอดไว้หน้าภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสแห่งหนึ่ง 
เดรโกเดินลงจากรถยนต์ ทันใดนั้นก็มีบริกรเดินมาหาเค้าอย่างเร่งรีบ

"ยินดีต้อนรับครับ..เมอซิเออร์..ผมจะเอารถไปเก็บให้นะครับ" บริกรกล่าวต้อนรับทั้งคู่เป็นภาษาฝรั่งเศส พร้อมกับก้มศีรษะลง  เดรโกยืนมองบริกรคนนั้น พร้อมผงกศีรษะให้เล็กน้อย

"ขอบใจมาก" พูดจบ เดรโกจึงเดินขึ้นบันไดภัตตาคารพร้อมกับมีแพนซี่เดินตามหลัง
ภายในภัตตาคารหรูหราและโอ่อ่า การตกแต่งเป็นรูปแบบฝรั่งเศสขนานแท้ ตกแต่งด้วยความประณีตบรรจง
และมีวงดนตรีคลาสติกบรรเลงเพลงเบาๆ อยู่ภายในภัตตาคาร
ขณะที่เดรโกกับแพนซี่กำลังเดินเข้าไปในภัตตาคารก็มีผู้จัดการของภัตตาคาร เดินมาหาพวกเค้า

"ไม่ทราบว่า..ท่านได้จองไว้ไหมครับ" ผู้จัดการภัตตาคารกล่าวด้วยความนอบน้อม

"ไม่ได้จองไว้" เดรโกตอบเสียงเรียบๆ

"ไม่ทราบว่า..วันนี้กี่ท่านครับ..เมอซิเออร์ " ผู้จัดการถามด้วยมารยาท

"2" เดรโกแสดงน้ำเสียงที่เริ่มอาการไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก..("ถ้าแก..ถามชั้นอีกคำถามเดียว ..ชั้นจะให้แกได้เต้นประกอบเพลงรอบร้านแน่")เดรโกคิดในใจด้วยอารมณ์เริ่มหงุดหงิด

"ถ้า..ถ้าเช่นนั้น..เชิญทั้ง 2 ท่านทางด้านนี้ครับ" ผู้จัดการภัตตาคารลุกหลีลุกลน..เค้ารู้ถึงปฏิกริยาไม่พอใจของเดรโก เค้ารีบนำทางทั้งคู่ขึ้นชั้น 2ของภัตตาคาร
และนำทางไปที่โต๊ะอาหาร  บริกรที่ยืนอยู่ระแวกนั้น เดินมาที่โต๊ะของทั้งคู่ พร้อมขยับเก้าอี้ให้แพนซี่นั่ง

"ขอบใจ" แพนซี่กล่าวสั้นๆ กับบริกรที่ขยับเก้าอี้ให้เธอ

"เมนูอาหารครับ" บริกรคนหนึ่งส่งเมนูอาหารให้เดรโกและแพนซี่

"เธอ..จะกินอะไร " เดรโกถามแพนซี่ ในขณะที่เค้านั้นก็มีเมนูอยู่ในใจแล้ว

"อืม..อะไรก็ได้แล้วแต่เธอแนะนำแล้วกัน" แพนซี่วางเมนูลงบนโต๊ะ เธอนั่งใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางไว้

"ถ้างั้น..เราทั้งคู่ขอ ฟัวกราส์ แล้วก็ ไวน์ Sauternes ของ Bordeaux ด้วย 1 ขวด" เดรโกหันไปสั่งกับบริกรที่อยู่ข้างๆ เค้า  บริกรจดรายการอาหารอย่างเร็วและเก็บเมนูอาหารออกไปจากโต๊ะ

เดรโกนั่งมองหน้าแพนซี่ สีหน้าเธอดูมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่มาก

"เธอกับวิสลีย์เป็นยังไงกันบ้าง..แพนซี่" เดรโกถามเธอขึ้น อีกฝ่ายหันมาด้วยความแปลกใจที่ จู่ๆ เค้าก็ถามเธอเรื่องนี้

"ก็ดีนะ..รอน ดีกับชั้นและลูกๆ มาก เค้ารักเด็กๆ และครอบครัว..เค้าพยายามทุกอย่าง เพื่อให้ชั้นและลูกๆ อยู่กันอย่างสุขสบาย" สีหน้าแพนซี่สะท้อนความรู้สึกภาคภูมิใจในสามีของเธอ

"งั้นหรอ..ไม่น่าเชื่อเลยนะ..คนเหยาะแหยะอย่างวิสลีย์..จะมีความพยายามขนาดนี้" เดรโกพูดเสียงยานคางตามลักษณะปกติของเค้าและพลางยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
 เค้าไม่ได้ดูถูก รอน วีสลีย์ เลย แต่กลับรู้สึกดีใจแทน แพนซี่ ที่ได้มีความสุขในชีวิตแต่งงานกับคนที่เธอรัก

"ใช่...รอน...พยายามมากเลย..ชั้นรู้ว่าเค้าลำบากและอึดอัดใจมากแค่ไหน...เพราะฐานะทางบ้านเค้าเองก็ไม่ได้ดีอะไรมากมาย...แล้วไหนจะพ่อแม่ชั้นอีก
พวกเค้าคัดค้านที่เราแต่งงานกัน..เพราะเหตุผลแค่ครอบครัวรอนยากจน..จนป่านนี้แล้ว พวกเค้าก็ยังไม่ยอมรับพวกเราเลย..." แพนซี่พูดระบายเรื่องราวอึดอัดใจให้เพื่อนรักของเธอฟัง
นัยน์ตาสีดำขลับเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัดเจน
เดรโกมองเธอ พร้อมกับค่อยๆ เลื่อนมือเรียวยาวเกาะกุมมือเล็กๆ ของเธอไว้

"ไม่เป็นไรนะ...ยังไง วีสลีย์ก็รักเธอ..ยังไงก็ดีกว่าชั้น.........." เดรโกมองแพนซี่และยิ้มให้เธอเบาๆ เพื่อสื่อให้เธอรู้ว่า เค้าจะเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ ก่อนจะถอนมือออกเบาๆ

"ขออภัยครับ..ขออนุญาติเสริฟ์เครื่องดื่มนะครับ" บริกรหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาทางด้านซ้ายของเดรโก พร้อมกับรินไวน์ชั้นเลิศ ที่ใช้ทานคู่กับฟัวกราส์ อย่างมีมารยาทที่สุด
เมื่อรินไวน์ให้เดรโกเสร็จ บริการหนุ่มจึงรินให้ทางแพนซี่ เมื่อเสร็จสิ้นหน้าที่ เค้าจึงโค้งตัวและเดินหันหลังกลับไปยืนประจำที่เดิม

"ใช่..เธอแย่กว่าชั้นเยอะ..เดรโก...เพราะมีเธอชั้นถึงคิดได้ว่า ปัญหาของชั้น มันแค่เรื่องเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับเธอ..ถ้าเกรนเจอร์ไม่ใช่มักเกิ้ล...ป่านนี้พวกเธอคงมีความสุขมากกว่าคู่ไหนๆ บนโลกไปแล้ว" แพนซี่ยิ้มให้เดรโก อย่างเห็นใจเค้า
เดรโกสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปล่อยออกมาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดภายในจิตใจ เค้ามองใบหน้าเพื่อนสาว ก่อนจะเอ่ยปากถามเรื่องที่เธอต้องการคุยกับเค้า

"ว่าแต่...เรื่องที่เธอบอกว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องการคุยกับชั้นหน่ะ..เรื่องอะไร..แพนซี่" เดรโกจ้องมองใบหน้าหล่อนอย่างสงสัย

"เอ่ย....เรื่อง....เรื่องของ เกรนเจอร์ หน่ะ" แพนซี่เอ่ยปากบอกเค้าด้วยความลังเล ในใจไม่รู้ว่า ควรจะพูดดีไหม เพราะมันจะยิ่งเป็นการย้ำเตือนให้เดรโก รู้สึกสะเทือนใจมากไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่หากเธอไม่พูด เค้า
ก็ไม่อาจฉุดตัวเอง ขึ้นมาจากก้นเหวแห่งความเศร้าหมองได้
เมื่อได้ยินเรื่องที่ต้องการพูดคุยของแพนซี่ เดรโกมีท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิม เค้าดูตื่นเต้นพร้อมทั้งดูตื่นตะหนก
"เธอ....ทำไม....เฮอร์ไมโอนี มีอะไรงั้นหรอ"  เค้าเอ่ยปากถามแพนซี่อยากเร็ว
แต่ยังไม่ทันที่แพนซี่จะกล่าวอะไร
"ขออภัยครับ...ขออนุญาติ..เสริฟ์อาหารครับ" บริกรหนุ่ม 2 คน โค้งตัวเบาๆ เล็กน้อย ก่อนจะวางจานฟัวกราส์ หอมกรุ่น ชวนให้ลิ้มลอง ต่อหน้าเดรโก และ แพนซี่ เมื่อเสร็จหน้าที่ บริกรทั้ง 2 จึงเดินจากตรงนั้นไป
"อืม...น่ากินดีนะ.." แพนซี่ยิ้มให้กับอาหาร พลางหยิบส้อมและมีดขึ้นมา เธอไม่ได้สังเกตุเห็นเลยว่า เพื่อนร่วมโต๊ะนั่น หงุดหงิดและไม่มีอารมณ์ที่จะทานฟัวกราส์แสนอร่อยตรงหน้าเลย
"แพนซี่......" เดรโกเรียกชื่อเธอ เน้นน้ำเสียงเบาๆ "พูดเรื่องเฮอร์ไมโอนี ก่อนได้ไหม" เดรโกร้อนรนมาก เค้าต้องการฟังเรื่องของคนรักโดยเร็วที่สุด
แพนซี่รู้สึกเซ็งเล็กน้อยที่เดรโก จู่ๆ ก็ขัดอารมณ์ความอยากกินของเธอ เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่อง
"เฮ้อ..~..โอเค..ได้...เรื่องที่ชั้นจะพูดก็คือ...ชั้นสงสารเธอ ที่เห็นเธอทนทุกข์เพราะ เกรนเจอร์หายตัวไป เลยขอให้ รอนช่วยตามหา..ชั้นก็เลยรู้ว่า..ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวหรอก..ที่ตามหาเกรนเจอร์ ..ทั้งรอนและพอตเตอร์เอง ก็ตามหาเหมือนกัน"
เมื่อได้ฟัง เดรโกรู้สึกงุ่นงงกับเรื่องราว แพนซี่จ้องมองหน้าเค้าและเริ่มเล่าต่อ
"รอนบอกว่า พอตเตอร์ให้เพื่อนที่เป็นมักเกิ้ล ทำงานที่เค้าเรียกกันว่า ตำรวจ ช่วยสืบหาให้ แต่ว่า..มันหายากมาก มีคนชื่อแบบเดียวกับ เกรนเจอร์มีเยอะมากจริงๆ ในอังกฤษ และเมื่อพวกเค้าลองสุ่มไปหาตัว ปรากฏว่ามันก็ไม่ใช่เธอ"  แพนซี่เลิกคิ้วขึ้น
ใบหน้าของเธอแสดงความผิดหวังเล็กน้อย เธอมองหน้าเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารท่าทางเค้าดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
"เธอคิดอะไร..เดรโก"
"เธอลองใช้ชื่อกลางของเฮอร์ไมโอนีดูหรือยัง" น้ำเสียงเค้าฟังดูเหมือนรอคอยความหวังให้ มักเกิ้ลตำรวจคนนั้นอาจจะค้นหาไม่ละเอียด เลยไม่เจอสุดที่รักของเค้า
แพนซี่สบสายตาเดรโกอย่างเชื่องช้า ก่อนเธอจะหันลงไปมองและใช้มีดหั่นชิ้นฟัวกราส์
"เฮอร์ไมโอนี เจน เกรนเจอร์ งั้นใช่ไหม" แพนซี่พูดขึ้นในขณะที่เธอกำลังหั่นฟัวกราส์และใช้ส้อมจิ้มมันเข้าปาก
เดรโกมองหน้าเธออย่างแปลกใจ
"ใช่......"
"พวกนั้นลองกันหมดแล้ว..เดรโก..แต่มันไม่ใช่เธอเลยสักคน..ชั้นคิดว่า หล่อนอาจเปลี่ยนชื่อ หรือ ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว..อย่าลืมสิ..ว่าคนรักของเธอ..หล่อนเก่งกาจแค่ไหน...หล่อนอาจใช้เวทมนต์ชั้นสูงที่ทำให้เราหาตัวเธอไม่เจอ..ตลอด 8 ปีมานี่ก็ได้"
แพนซี่พูดพลางหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบเบาๆ
เดรโกรู้สึกท้อแท้อย่างบอกไม่ถูก เค้านั่งกุมขมับทั้ง 2 ข้าง เค้ารู้สึกเศร้าและเซ็งที่ได้ยินเรื่องนี้  แพนซี่มองหน้าเพื่อนรัก เธอส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความเห็นใจเดรโก แต่เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย
"เดรโก...ชั้นว่าสิ่งที่เธอทำได้คือ รอปฏิหาริย์...และ......" "ไม่ต้องพูดแล้ว..แพนซี่"  เสียงของเดรโกขัดขึ้นขณะที่แพนซี่กำลังจะพูดต่อ
"ชั้นรู้ว่า..เธอต้องการจะพูดอะไร...ยังไงซะ เธอก็น่าจะรู้ว่า ชั้นรักใครไม่ได้อีกแล้ว..และชั้นเองก็รู้ว่า ถ้าต้องการเลิกรักเฮอร์ไมโอนี ทางเดียวที่ทำได้ คือ ชั้นต้องจบชีวิตตัวเอง....แค่นั้น"
ตอนนี้ใบหน้าซีดเซียวกลับแดงกล่ำ นัยน์ตาสีเทาเริ่มคลอด้วยน้ำใสๆ เล็กน้อย เดรโกเก็บอาการไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเค้าไม่อยากร้องไห้ออกมากลางร้านอาหารแน่นอน มันเป็นเรื่องที่น่าขายหน้ามาก
แพนซี่เลื่อนมือเล็กๆของเธอ จับมือใหญ่ขาวซีดของเดรโก พร้อมยิ้มให้เค้าเบาๆ
"ก็ได้...ชั้นเข้าใจเธอแล้ว...ชั้นจะเป็นกำลังใจให้เธอเสมอแล้วกันนะ"
ท่าทีของเดรโกเริ่มผ่อนคลายลงแล้ว เค้าใช้มือใหญ่ลูบผ่านใบหน้าหล่อเหลาเพื่อเรียกสติกลับคืน ก่อนจะยิ้มตอบเพื่อนรัก
"ขอบใจมาก...แพนซี่  วิสลีย์.." เดรโกพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  แพนซี่ยิ้มตอบเค้าอย่างขบขัน ก่อนจะดึงมือกลับ พร้อมกับเริ่มลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าอีกครั้ง
"ชั้นว่า..ตอนนี้เธอควรจะกินให้มากๆนะ เดรโก จะได้มีแรงตามหาเฮอร์ไมโอนีต่อไป..ไม่งั้นเธออาจจะได้ตาย...ก่อนที่จะเจอหล่อน" แพนซี่พูดประชดประชันเดรโกด้วยความหมั่นไส้ เพราะเค้าดูซูบผอมและอ่อนแรงมาก
"ขอบใจ..คุณนายวิสลีย์..หวังว่านี้คงไม่ใช่ คำพูดที่เธอพร่ำบอกสามีเธอบ่อยๆ หรอกนะ" เดรโกพูดเสียดสีเธอด้วยความขบขัน
"หมายความว่ายังไง...คุณมัลฟอย" แพนซี่มองเดรโกอย่างค้อนๆ  เดรโกเบะปากทำหน้ากวนๆ พร้อมกับยักไหล่
"ก็หมายความว่า..เธอพร่ำบอกวิสลีย์แบบนี้ทุกวันหรือเปล่า..ว่าให้กินมากๆ จะได้มีแรงหาเงินให้เธอพลาน..ไม่งั้น..วิสลีย์อาจจะตายก่อนหาเงินได้มากพอที่จะเป็นค่าช็อปกระหน่ำของเธอ...ฮ่า ฮ่า" เดรโกหัวเราะอย่างพอใจ
"จะบ้าหรอ...ไม่ขนาดนั้นหรอก...แต่ก็เกือบถูกนะ..ฮ่าฮ่า" แพนซี่หัวเราะอย่างชอบใจ
ทั้ง 2 ทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย พลางคุยกันถึงเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา แพนซี่เล่าให้เดรโกฟังทั้งชีวิตการแต่งงานของเธอ  เรื่องความซุกซนของลูกๆ หน้าที่การงานของรอน
จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งคู่ทานอาหารเสร็จและเรียกเก็บเงิน มื้อนี้เดรโกรับหน้าที่เลี้ยงแพนซี่อย่างเต็มที่เพื่อต้อนรับการมาของเพื่อนรัก ที่ครั้งหนึ่งเธอกับเค้าเคยเกือบได้เป็นคู่สามีภรรยากัน แบบคลุมถุงชนตามความพึงพอใจของตละกูล
............................
เดรโกขับรถไปตามทางที่แพนซี่บอก เพื่อไปส่งเธอยังโรงแรมที่เธอพักอยู่
เมื่อถึงหน้าโรงแรมเดรโกจอดรถยนต์สีดำขลับของเค้า
"เธอจะขึ้นไปดื่มอะไรไหม" แพนซี่ถามขึ้น
"ไม่หล่ะ..ขอบใจมาก..สำหรับทุกอย่าง...แพนซี่" เดรโกตอบและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เธอ
"ฮึ..แค่นี้เรื่องเล็กน้อยนะ...ชั้นไปหล่ะ..ถ้ามีโอกาสชั้นจะมาเยี่ยมเธออีก..."แพนซี่พูดทิ้งท้ายก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป
เดรโกขับรถยนต์คันงามของเค้าเพื่อกลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้านเค้าขับผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
สายตาเค้าบังเอิญไปเห็นเหตุการณ์หนึ่งเข้า
เค้ารีบจอดรถบริเวณที่สามารถจอดรถได้ เค้าวิ่งไปยังที่เกิดเหตุโดยเร็ว เมื่อใกล้ถึงที่เกิดเหตุเดรโกหยุดเดินอย่างช้าๆ เพื่อดูสถานการณ์
"ยัยเด็กประหลาด..ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอควรมานั่งนะ..รู้มั๊ยย...มันทำให้พวกเราขนหัวลุก เหมือนอยู่ในป่าช้าเลย" เด็กชายร่างใหญ่ ผมสีน้ำตาลเข้ม ยืนกอดอกพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยันกับเด็กหญิงที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ตรงหน้าเค้า
"ช่ายยยยย....พวกเราไม่ต้องการเห็นเธออยู่ที่นี้...เพราะฉะนั้นเธอรีบไปซะ!!!!!" เด็กชายคนหนึ่งพูดเสริม ขณะนี้เด็กชาย 4 คนยืนล้อมเด็กหญิงที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้คนเดียว
เดรโกยืนมองดูเหตุการณ์ เค้ารู้สึกคุ้นตากับเหตุการณ์นี้ นั่นเพราะมันเหมือนชีวิตเค้าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ชีวิตในฮอกวอตส์ ชีวิตเด็กที่ไม่ต้องคิดอะไร สนุกกับการแกล้งคนอื่นไปวันๆ สนุกกับการค่อยรังแกเลือดสีโคลน
แต่เดรโกกลับไม่รู้สึกสนุกเลย เมื่อยืนมองดูเหตุการณ์นี้ในเวลาที่เค้าอายุล่วงเลยวัยเด็กนั้นมาแล้ว เค้ารู้สึกไม่พอใจเด็กผู้ชายกลุ่มนั้นมาก ที่รุมแกล้งเด็กผู้หญิงอ่อนแอเพียงคนเดียว
ทันใดนั้น เด็กชายร่างใหญ่ดึงหนังสือที่เด็กหญิงตัวน้อยกำลังอ่านอยู่ออกจากมือของเธอ พลางโยนมันลงกับพื้นและเหยียบอย่างสะใจ
"อย่านะ!!!" เด็กหญิงร้องขึ้น เธอรีบยืนขึ้นและผลักเด็กชายร่างใหญ่ให้ออกจากหนังสือเธอ
"เฮ้ย!!!หนอย..ยัยผีดิบ..พ่อแกไม่ได้สั่งสอนหรือไง..แกกล้าดียังไงมาผลักชั้น!!!อ๋อ..ใช่ชั้นลืมไป เธอมันไม่มีพ่อนินะ..เลยไม่มีใครสั่งสอน ว่า "ผีดิบ"ไม่ควรมาอยู่รวมกับ "คน"!!!" เด็กชายร่างใหญ่ตะโกนด้วยความเกี้ยวกร้าว
เค้ารีบเดินจ้ำอ้าวตรงมาที่เด็กหญิงอย่างเร็ว
เดรโกเห็นท่าไม่ดีแน่ เค้าร่ายคาถาสร้างภาพลวงตาใส่เด็กชายร่างใหญ่คนนั้น ลูกไฟสีดำพุ่งใส่เด็กชายอย่างเร็ว จนไม่มีใครสังเกตุเห็นเลย
ทันใดนั้น....

"อ๊ากกกกก.....ช่วยด้วยยยย....ช่วยด้วยยยยย...ไปเร็วววว....วิ่งเร็ววววว...อ๊ากกก" เด็กชายร่างใหญ่ ตะโกนโวยวายขึ้น ท่ามกลางความงุ่นงงของเพื่อนๆ ในกลุ่ม
"ฌอง...ฌอง...แกเป็นอะไรว่ะ" เด็กชายร่างผอมสูง ตะโกนเรียกเพื่อนที่กำลังร้องโวยวายตอนนี้
"งูไง แกไม่เห็นงูหรือไง....ไปเร็วเข้าวิ่งเร็ววววว...ถ้าแกไม่ไป ชั้นไปแล้วนะ" เด็กชายร่างใหญ่รีบวิ่งจากตรงนั้นไปอย่างเร็ว เพื่อนๆ ต่างวิ่งตามเค้าด้วยความงง ว่าเค้าเป็นอะไร แล้ว งูอะไรนั่นอยู่ไหนกัน
เด็กหญิงที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้เองก็งง ไม่แพ้กัน เธอมองไปรอบๆ สังเกตุดูหลายๆ จุด ก็ไม่พบงูแม้แต่ตัวเดียว
"ไหนหล่ะงู.."เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะได้ยินเสียงหนึ่งเรียกชื่อเธอ ดังมาจากข้างหลัง
"หวัดดี..เด็บบี้..เจอกันอีกแล้วนะ" เดรโกเดินตรงมาทักทายเด็กน้อยที่เค้าเพิ่งช่วยจากการโดนรุมรังแกอย่างไม่ยุติธรรม
"อ๊ะ!! คุณเดรก..หวัดดีค่ะ" เด็บบี้กล่าวทักทายเดรโก ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเค้าอีก
"เธอมาทำอะไรที่นี่หน่ะ..เด็บบี้" เดรโกถามขึ้น เพราะน่าแปลกที่บังเอิญเจอเธออีกแล้ว
"ที่นี่...ก็ที่ที่ คุณจะขับรถชนหนูเมื่อเที่ยงไง" เด็บบี้แหงนหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ  เมื่อได้ฟังคำตอบเดรโกมองไปรอบๆ สถานที่นั้น
"อ๋อ....ใช่จริงๆ ด้วย...อ่อ..เมื่อกลางวันชั้นต้องขอโทษเธอด้วยนะ...คงไม่บาดเจ็บอะไรใช่ไหม" เดรโกพูด พลางลูปผมเด็กน้อยเบาๆ
เธอหันมายิ้มให้เค้า เด็กหญิงนั่งลงพิงต้นไม้อีกครั้ง ขณะที่เปิดหนังสือเล่มหนาในมือ
เดรโกมองเธออยากเอ็นดู เค้ารู้สึกสุขใจเวลาอยู่ใกล้ๆ เด็กคนนี้ มันทำให้เค้ารู้สึกเหมือนอยู่กับเฮอร์ไมโอนี เวลาที่เค้าเฝ้ามองเธออ่านหนังสือ เฝ้ามองใบหน้างดงามและดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกาย
เดรโกตัดสินใจนั่งลงข้างๆ เด็บบี้ แต่ไม่รู้ว่า ปีศาจหรือจอมมารที่ไหนไปดลใจให้เค้าเอ่ยถึงเรื่องเมื่อสักครู่นั้นอีก ซึ่งแท้จริงแล้วมันไม่สมควรเอาซะเลย

"เมื่อกี้..เธอทะเลอะกับเด็กพวกนั้นหรอ" เดรโกเอ่ยถามขึ้น ขณะมองเด็บบี้อ่านหนังสือ
เธอหันมามองหน้าเดรโกอย่างช้าๆ สายตาเย็นชาของเธอสบตากับเค้าอย่างเยือกเย็น
"คุณเห็นด้วยหรอ" เด็บบี้ถามเดรโกน้ำเสียงเย็นชา ขณะนี้เด็บบี้ไม่ค่อยทำให้เดรโกรู้สึกสุขใจเสียแล้ว เธอช่างแตกต่างจากเฮอร์ไมโอนีเสียจริง
อันที่จริงแล้วเด็บบี้ดูเย็นชา ไร้ความรู้สึก และไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์กับใครเท่าใดนัก
เดรโกเลิกสบตากับเธอ เค้าพยายามละสายตาไปทางอื่น เพื่อหลีกหนีแรงกดดันที่เด็บบี้สร้างขึ้น

"เอ่ย..บังเอิญเห็นนิดหน่อยหน่ะ..พวกนั้นทำอะไรเธองั้นหรอ..เล่าให้ชั้นฟังได้นะ" เดรโกกล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อหวังว่าเด็กน้อยอาจเปิดใจรับเพื่อนใหม่บ้างก็ได้
เด็บบี้ละสายตาที่จ้องมองเดรโก เธอก้มหน้าลงเหมือนไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าของเธอ

"พวกนั้น...ก็แค่พวกงี่เง่าหน่ะ.." น้ำเสียงเด็บบี้ฟังดูสั่น ๆ เหมือนเธอพยายามรวบรวมพลังที่มีทั้งหมดเก็บกดบางอย่างเอาไว้
เดรโกได้ยินดังนั้น เค้านั่งหันหน้ามาหาเด็บบี้ เพื่อพร้อมที่จะรับฟังในทุกปัญหาที่เด็กหญิงตัวเล็กๆ ต้องเผชิญอยู่

"เรื่องมันเป็นยังไง..เล่าได้ไหม"เดรโกเอ่ยถามเธอขึ้น

"มัน...." น้ำเสียงเด็บบี้เริ่มสั่นไหวมากขึ้น "มัน...ก็แค่.."ตอนนี้น้ำเสียงเธอแย่เต็มทีแล้ว ประโยคสุดท้ายเธอตะเบ่งเสียงออกมาเต็มแรงราวกับว่ามันจะทำให้เธอหายอึดอัดใจ

"มันก็แค่...หนูเป็นเด็กไม่มีพ่อ..ฮือ..ฮือ" เด็บบี้ปล่อยโฮออกมาเต็มที่ เธอนั่งกอดเข่า ปิดบังใบหน้าที่อาบน้ำตาเอาไว้
เดรโกรู้สึกสะเทือนใจอย่างที่สุด เค้าไม่น่าถามเรื่องนี้ออกไปเลย เค้าทำให้เด็กคนนี้ต้องร้องไห้ เค้าจะทำยังไงดี
เด็บบี้ยังคงร้องไห้อย่างรุนแรงต่อไป เดรโกจนปัญญาจะทำให้เธอหยุดร้อง เค้าครุ่นคิดอยู่สักครู่ เมื่อมีสิ่งหนึ่งแวบเข้ามาในหัวเค้า
เดรโกค่อยๆ ประคองกอดร่างน้อยๆ ให้เข้ามาใกล้เค้า พร้อมลูบเรือนผมบอร์นของเด็บบี้เบาๆ

"ชู่ว์~..ใจเย็นๆ นะ..ทุกอย่างจะดีขึ้น..เธอไม่ใช่คนที่โชคร้ายที่สุดในโลก..โลกนี้เ

PON EILEEN SNAPE

  • LOVE HARRY POTTER ALWAYS
  • นักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ปี 3
  • ********
  • Offline Offline
  • Posts: 667
  • I LOVE SEVERUS SNAPE
สนุกมากๆเลยค่ะ

มาต่อไวๆนะค่ะ จะรอติดตามค่ะ

PON EILEEN SNAPE

  • LOVE HARRY POTTER ALWAYS
  • นักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ปี 3
  • ********
  • Offline Offline
  • Posts: 667
  • I LOVE SEVERUS SNAPE
Re: FIC [Drraco/Hermione] Because..I love u ตอนที่ 2
« Reply #7 on: 14 November 2009, 11:31:05 AM »
โหๆๆ มันมากๆเลยค่ะ

สนุกสุดยอด โดนใจอย่างแรงเลย

มาต่อไวๆนะค่ะ

modtanoi1626

  • Guest
ตอนที่ 3

---กรุงปารีส  ประเทศฝรั่งเศส----


ณ สวนสาธารณะในเขตที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลางแห่งหนึ่งในกรุงปารีส ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา
ราวกับตัวละครเอกในนิยายรักแสนโรแมนติก นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนเก้าอี้ไม้ยาวริมทางเดิน
เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำและจัดแจงพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงระดับข้อศอก เขาช่างดูหล่อและเซ็กซี่เหลือเกิน
ในแบบที่ผู้ชายดีพร้อมคนหนึ่งควรจะเป็น...

เดรโก มัลฟอย หรือ คุณเดรก ของเด็กหญิงตัวน้อยเพื่อนใหม่ของเขา
มานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่สวนสาธารณะนี้เกือบหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ แล้ว
เหตุที่เดรโกทำเช่นนี้ซ้ำๆ กันทุกวัน เพราะเขาต้องการ
พบกับเด็บบี้อีกครั้ง เพื่อคลายข้อสงสัยที่เขาเพิ่งได้พบเมื่อหลายวันก่อน
แต่ดูเหมือนความพยายามของเดรโกจะไร้ผล เขาไม่พบเด็บบี้เลย แม้แต่วันเดียว
ราวกับว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
เดรโก พยายามมองไปรอบๆ สวนสาธารณะที่เขานั่งอยู่ แต่ก็ไม่ปรากฏว่าจะมีเด็กหญิงตัวเล็กๆ
ผมบอร์นเดินอยู่แถวๆ นั้นเลย เดรโกถอนหายใจยาวๆ อีกครั้ง เมื่อความปรารถนาของเขา
ล้มเหลว
แต่ทันใดนั้น สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นคนที่คุ้นตา .. เดรโกจำเขาได้
เด็กผู้ชายร่างใหญ่ ผมสีน้ำตาลเข้ม ที่เดรโกเคยสาปให้เขาเห็นภาพหลอน
เดรโกไม่รอช้า เขาทิ้งหนังสือพิมพ์ลงที่เก้าอี้และรีบเดินอย่างเร็วไปหาเด็กชายผู้นั้น
เมื่อใกล้ประชิดตัว เดรโกยื่นมือเข้าไปแตะไหล่์ เด็กชายเบาๆ

"อ๊ากกกก...อ๊ากกกก.." เสียงเด็กชายร้องดังขึ้นด้วยความตกใจ..ทำให้เดรโกพลอยสะดุดไปด้วย
เดรโกมองใบหน้าของเด็กชายอย่างช้าๆ พลางคิดในใจว่า ใช่คนๆ เดียวกันหรือเปล่า
เพราะเด็กคนนี้ดูอิดโรย ขอบตาทั้ง 2 ข้างดำคล้ำมาก เมื่อเด็กชายได้สติคืนจากความตกใจแล้ว
เขามองหน้าเดรโกอย่างระแวง

"คุณ..คุณมีอะไรกับผมหรือเปล่า" เด็กชายถามขึ้นน้ำเสียงสั่นๆ
เดรโกขมวดคิ้วมองใบหน้าเด็กชายสักครู่ ก่อนจะถามเขานอกเรื่อง

"เธอ..ไม่ค่อยได้นอนหรือไง..ทำไมขอบตาเป็นแบบนั้น" เดรโกถามเด็กชายอย่างสงสัย
เด็กชายไม่รั้งรอ เขาพยักหน้าให้เดรโกก่อนจะตอบคำถาม

"ผม..ผมนอนไม่ได้มาหลายวันแล้ว..ทุกๆ วันผมฝันร้ายตลอดเลย" เด็กชายน้ำเสียงสั่นๆ เหมือนจะร้องไห้
เดรโกยืนกอดอก ขมวดคิ้ว มองเด็กชาย

"เธอฝันอะไร" เด็กชายมองหน้าเดรโกอย่าง งงๆ แต่เขาก็ตอบ

"ฝันเห็น งูใหญ่สีดำ ไล่ตามทุกวันเลย..มัน..มันไล่ฆ่าผมอยู่ทุกคืน ..ฮ่ะ ฮือ ฮือ" เด็กชายเสียงสั่น
เขาร้องไห้ออกมาเพราะ ความกลัวฝันร้ายที่ตามหลอนเขาทุกคืน  เดรโกจ้องมองเด็กชายอย่าง งงๆ
เขารู้ว่า เขาเป็นคนสาปเด็กคนนี้
ให้เห็นภาพหลอนเอง แต่มันก็ไม่ถึงขนาดทำให้เก็บเอาไปฝันร้ายได้ทุกคืน
หรือบางที เขาอาจจะยังเด็กเกินไปเลย มีความกลัวมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า
เดรโกนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กชาย  เด็กชายใช้มือขยี้ ดวงตาที่เพิ่งผ่านการร้องไห้เมื่อครู่นี้

"คุณ..คุณจะทำอะไร" เด็กชายถามเดรโกที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า เดรโกยิ้มให้เขาเบาๆ

"เธออยากหายฝันร้ายไหม" เด็กชายเบิกตากว้าง เหมือนมีเทพเจ้าลงมาโปรดเขา เด็กชายพยักหน้าแรงๆ
อย่างเต็มใจ เดรโกมองเขา แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย

"งั้นเธอหลับตาซะ" เดรโกสั่งเด็กชาย  เขายอมทำตามแต่โดยดี เหมือนกับรู้ว่า เดรโกจะช่วยเขาได้
เดรโก ยื่นนิ้วชี้เรียวยาวของเขา เคลื่อนผ่านหน้าผากของเด็กชาย จนไปถึงปลายคาง โดยไม่ได้แตะต้องใบหน้าของเด็กชายเลย
เมื่อเสร็จสิ้น เดรโกลุกขึ้นยืน พร้อมกับพูดกับเด็กชาย

"เอาละ..เธอลืมตาได้แล้ว" เด็กชายทำตามคำสั่ง เวลานี้เขารู้สึกหัวสมองเบาโล่งและรับรู้ได้ถึงความสุข
เด็กชายยิ้มกว้างพลางเอามือจับศีรษะของตัวเอง แล้วจึงค่อยหันไปยิ้มให้เดรโก
เดรโกจ้องมองเขาอย่างเย็นชาจนเด็กชายต้องหุบรอยยิ้มลง

"ฉันคิดว่า ที่เธอฝันร้ายเพราะ เธอเกเรเกินไป..นี่อาจเป็นบทลงโทษ เพราะฉะนั้นเธอควรเปลี่ยนแปลงตัวเธอเองซะใหม่"

เด็กชายมองเดรโก อย่างเคารพ เขาไม่ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าให้เดรโกเบาๆ เดรโกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ

"ดีมาก" เขาพูดกับเด็กชาย ..ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า มีเรื่องต้องคุยกับเขา ถึงได้เดินไปทักเด็กชายเกเรคนนี้

"เออ..ใช่..ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ" เด็กชายหันขึ้นมองหน้าเดรโกอย่าง งงๆ
เดรโกเดินนำเขาไปที่เก้าอี้ไม้ตัวยาว ตัวเดิมที่เขาเพิ่งจากมา เด็กชายเดินตามเดรโกอย่างเงียบๆ
เดรโกนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ เขานั่งมองเด็กชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"เอ๊า..นั่งลงสิ" เขาออกคำสั่ง  เด็กชายรีบทำตามโดยเร็ว โดยที่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมต้องยอมทำตามคนแปลกหน้า
เดรโกหันไปมองเด็กชายช้าๆ ก่อนจะเริ่มคำถามแรก

"เธอ..ชื่ออะไร" เดรโกจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำของเด็กชาย เด็กชายไม่กล้าสบตาเขา เพียงแต่ก้มหน้าลงมองพื้นดินเบาๆ

"ผม..อ่อ..เลอ ดา ..ฌอง เลอ ดา..เรียกว่า ฌอง ก็ได้ครับ" เด็กชายตอบเสียงเบา
เดรโกยังคงมองเขาอยู่และเริ่มคำถามที่ 2

"เธอ..รู้จักเดบาร่าห์ เอ่อ..เด็บบี้ไหม" คำถามนี้ทำให้เด็กชายหันมามองเดรโกด้วยความสงสัย ก่อนจะตอบคำถามเขา

"เอ่อ..รู้จักสิ..ยัยผีดิบ" น้ำเสียงเด็กชายตอบเขาแบบเหยียดหยันเด็กหญิงที่เอ่ยถึง เดรโกขมวดคิ้ว
สีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก

"ฉันว่า..เธออย่าเรียกเขาแบบนั้นอีกดีกว่า เพราะมันคงไม่ดีกับตัวเธอ" เดรโกพูดกับเด็กชายน้ำเสียง
คล้ายออกคำสั่งและขู่ ในเวลาเดียวกัน เด็กชายยังคงมองหน้าเดรโกพลางกลืนน้ำลาย ด้วยความเกรงกลัว

"เอ่อ..เอ่อ..คุณถามถึง..เอ่อ..เธอทำไม" น้ำเสียงเด็กชายติดขัด อย่างพยายามระวังคำพูดให้มากที่สุด
เดรโกหันมองออกไปทางอื่น ก่อนจะเอ่ยเรื่องโกหกกับเด็กชาย

"ฉันมีของต้องคืนเขานะ..เขาลืมทิ้งเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน" เด็กชายมองเดรโก อย่างครุ่นคิด
เดรโกจึงเริ่มถามคำถามที่ 3

"เธอพอจะรู้ไหมว่า..ฉันจะเจอเด็บบี้ได้ยังไง" เดรโกหันมามองเด็กชายอีกครั้งเพื่อรอคำตอบ
ท่าทางของเด็กชายกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เขาหมวดคิ้วและมองไปมาที่เดรโก ก่อนจะรวบรวมความกล้า
ตั้งคำถามหนึ่งกับเดรโก

"เอ่อ..เอ่อ..คุณ..คุณจะทำร้ายเธอหรือเปล่า" เด็กชายขยับตัวเล็กน้อย เหมือนกำลังเตรียมตัว
เพื่อเผชิญบางอย่าง เดรโกมองหน้าเด็กชายอย่างนึกตลก  "ให้ตายสิ เด็กคนนี้ชอบแกล้งเด็บบี้แต่กลับเป็นห่วง
ว่าเธอจะเกิดอันตราย " เดรโกคิดขึ้นในใจ ก่อนจะยิ้มให้เด็กชายซึ่งกำลังลุกลี้ลุกลน

"ฉันไม่คิดทำอะไรกับเพื่อนเธอหรอก..ฉันแค่อยากเจอเธอเท่านั้น..อีกอย่างถ้าฉันจะทำจริงๆ ฉันคงไม่ต้อง
มาหาเธอให้เธอเห็นหน้าฉันหรอก..จริงไหม" เดรโกพูดพร้อมกับยิ้มอย่างไมตรี ให้เด็กชายไว้ใจ
ฌอง เลอ ดา ยังคงครุ่นคิดอยู่ มันก็จริงอย่างที่เขาพูด ถ้าหากจะทำร้ายเด็บบี้จริงๆ คนแปลกหน้าคนนี้จะมาให้
เขาเห็นหน้าทำไม เพราะเขาอาจเป็นคนแจ้งความจับเขา  หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นาน เด็กชายก็ตอบเดรโกออกมาได้

"คุณจะไม่เจอเธอหรอก..เพราะเธอจะมาที่นี่เฉพาะวันที่แม่เธอกลับช้าเท่านั้น" เด็กชายตอบเดรโกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เดรโกพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะถามเด็กชายอีก

"แล้วแม่เธอจะกลับช้าวันไหนบ้างหละ" เด็กชายจ้องมองเดรโกด้วยความสงสัยอีกครั้ง เขาส่ายหน้าเบาๆ

"ผมก็ไม่รู้" เขาตอบเดรโก น้ำเสียงแผ่วเบาเจือด้วยความผิดหวังเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่
เดรโกมองเด็กชายสักครู่  เขาพอรู้แล้วว่า ฌองคงรู้สึกอะไรบางอย่างกับเด็บบี้คนสวย แน่นอน
เดรโกอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงฌองพูดขึ้น

"อ่อ..แต่คุณสามารถไปเจอเธอได้" เด็กชายพูดด้วยความตื่นเต้นเพราะเพิ่งนึกออก
เดรโกขมวดคิ้วมองเขา และรอคำตอบ

"อ่อ..เธอจะไปเรียนเปียโนกับคุณนายดาเอ้ ที่โรงเรียนดนตรี ทุกบ่ายวันเสาร์ถึงห้าโมงเย็น" เมื่อพูดจบ เด็กชายถึงกลับ
หน้าแดงขึ้น เมื่อเห็น เดรโกมองมาแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"ดูเธอรู้เรื่องเด็บบี้ดีจังเลยนะ..ทั้งๆ ที่ไม่ชอบหน้าเธอ" เดรโกพยายามกลั้นหัวเราะกับท่าทางกระวนกระวายของเด็กชาย

"เอ่อ..เอ่อ..ผมเปล่านะ..ก็แค่บังเอิญไปเจอเข้า ก็แค่นั้น" เด็กชายแก้ัตัวเสียงดัง แต่น้ำเสียงนั้นก็ยังคงติดขัด เพราะความเขินอาย

"แล้วโรงเรียนนั้นอยู่ไหน" เดรโกถามต่อ เด็กชายชี้ไปที่ถนน

"จากสี่แยกตรงนี้ไปเลี้ยวซ้าย แล้วตรงไปเรื่อยๆ โรงเรียนจะอยู่ตรงข้ามกับร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อโอไฮโย" เด็กชายตอบเสียงชัดเจน เพราะชำนาญทางเป็นอย่างดี
เดรโกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่เก้าอี้

"ขอบใจมากนะ..ฌอง" เดรโกหันกลับมามองหน้าเด็กชาย "คืนนี้เธอจะฝันดี" เมื่อพูดจบเขาหมุนตัวเดินกลับไปที่รถยนต์สีดำขลับที่จอดอยู่ริมถนน
เด็กชายมองตามด้วยแววตา งุ่นงง แล้วก็เกิดรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า

"ฉัน..จะได้ฝันดี" เด็กชายพูดกับตัวเองอย่างมีความหวัง ก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้ เพื่อวิ่งไปหาเพื่อนๆ ของเขาที่กำลังรวมกลุ่มกันอยู่

---------
เดรโก มัลฟอย ขับรถ BMW สีดำคันงามของเขาไปตามที่ ฌอง บอก
เขามองซ้ายทีขวาที เพื่อหาโรงเรียนสอนดนตรี
เมื่อไม่พบโรงเรียนที่ต้องการหา เดรโกตัดสินใจจอดรถไว้ริมถนนตรงบริเวณที่สามารถจอดได้
เขาคิดว่า การเดินหาและถามผู้คนแถวนั้นคงเป็นการดีกว่า อย่างน้อยๆ เขาก็ยังคงสังเกตุได้ถี่ถ้วนมากกว่าการขับรถ
เดรโก เดินย้อนไปตามทางที่เขาขับรถผ่านมา บริเวณโดยรอบเป็นตึกเก่าสไตล์ฝรั่งเศส
ที่ยังคงความเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงาม และก็เป็นอย่างที่คิดไว้
เขาขับรถเลยโรงเรียนสอนดนตรี นี้จริงๆ  เดรโกยืนอยู่หน้าตึกสีขาวที่ถูกสร้างอย่างงดงาม
เขาเดินเข้าไปด้านใน ภายในถูกตกแต่งไว้อย่างทันสมัยผิดจากด้านนอก เดรโกเดินตรงไปที่แผนทองเหลืองที่บอกตำแหน่ง
สถานที่ต่างๆภายในตึก จากนั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นชื่อที่ต้องการจะเจอ

"โรงเรียนสอนดนตรีดาเอ้ แผนกเปียโน ชั้น5" เดรโกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะจึงหันหลังเดินเข้าไปในลิฟท์
พร้อมกับกดเลข 5
เมื่อถึงชั้น 5 ตามความประสงค์ของเดรโก เขาเดินออกมาจากลิฟท์
เขาสังเกตุเห็นป้ายทองเหลืองข้างประตูไม้สีขาวขนาดใหญ่ "แผนกเปียโน"
เดรโกมองซ้ายมองขวา อย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจ เปิดประตูเข้าไป
เมื่อเข้ามาถึงด้านในห้องสอนดนตรี เดรโกมองไปรอบๆ ภายในนี้ ถูกตกแต่งให้ดูเมื่ออยู่ในความฝัน
มองไปทางไหนก็เจอแต่ ภาพวาดงานศิลปะมากมาย บรรยากาศภายในดูอบอุ่นและเป็นกันเองมาก
ในขณะที่เขากำลังหาไปรอบๆ นั้น สายตาเขาก็บังเอิญไปเห็นใบประกาศแผ่นหนึ่งเข้า

"รับสมัครอาจารย์สอนเปียโน" เดรโกอ่านมันอย่างครุ่นคิด ทันใดนั้นเอง ความคิดในหัวของเขาก็พรวยพุ่งขึ้น

"ฉันจะเป็นอาจารย์" เดรโกคิดกับตัวเอง อย่างชาญฉลาดที่สุด เพราะนี้เป็นโอกาสของเขาแล้ว
บางทีลูกศิษย์ที่เขาได้สอน อาจจะเป็นเด็บบี้ก็ได้
เดรโก เดินไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ของแผนกเปียโนอย่างเร็ว

"เอ่อ..ผมจะมาสมัครเป็นอาจารย์สอนเปียโนครับ" เดรโกพูดเสียงเข้ม ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้มองหน้าเขา

"คุณเตรียมเอกสารมาไหมค่ะ" ประชาสัมพันธ์สาวพูด ในขณะที่ยังคงง่วนอยู่กับงานที่ทำตรงหน้า
เดรโก ขมวดคิ้วสักครู่  เพราะ เขาไม่รู้ว่า มักเกิ้ล เวลาสมัครงานต้องเตรียมอะไรบ้าง

"เอ่อ..ผมต้องมีอะไรใหุ้คุณบ้างครับ" สิ้นเสียงเดรโก ประชาสัมพันธ์สาวเหงยหน้าขึ้นมามองเขา
สายตาเธอจับจ้องอยู่ที่เขาสักครู่ ใบหน้าเริ่มเป็นสีชมพูระเรื่อ ก่อนจะได้สติขึ้นมานิดหน่อย

"เอ่อ..เอ่อ..คุณต้องมีเอกสารที่เกี่ยวกับตัวคุณ รูปถ่าย ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับดนตรี และเบอร์โทรศัพท์"
พูดจบ ประชาสัมพันธ์สาวยิ้มให้เดรโกอย่างมีเลสนัย เดรโกขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถามเธอ

"เบอร์โทรศัพท์ด้วยหรอครับ" ประชาสัมพันธ์สาว ยิ้มให้เดรโกอีกครั้งพร้อมกับนัยน์ตาหวานซึ้งแสนยั่วยวน

"ประวัติของคุณทางโรงเรียนต้องการ....ส่วนเบอร์โทรฯ คุณ..ฉันต้องการเอง" เดรโกจ้องมองประชาสัมพันธ์สาวด้วยแววตาเจ้าชู้
เขากัดริมฝีปากล่างเบาๆ มันทำให้เขาแลดูเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่มาก เดรโกโน้มตัวเข้าหาเธอช้าๆ ประชาสัมพันธ์สาวเองก็ดูจะไม่ลังเลเลย เธอโน้มตัวเข้าหาเขาเช่นกัน
เดรโกเลื่อนใบหน้าของเขามาที่ ข้างๆ ใบหน้าเธอ พร้อมกับกระซิบน้ำเสียงเซ็กซี่ของเขาให้เธอได้ยิน

"ขอโทษนะครับ..ผมแต่งงานแล้ว" เดรโกถอดหน้าออกมาจากเธอช้าๆ สีหน้าประชาสัมพันธ์สาวเปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อย
แต่เธอก็ยังคงไม่หมดความพยายาม เธอยิ้มให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะขยับแว่นตาอย่างยั่วยวนเล็กน้อย

"ความจริง..ฉันก็ไม่ถือนะค่ะ" เดรโกก้มลงมองพื้นครู่เดียว ก่อนจะกลับมามองหน้าของเธออย่างอารมณ์ขัน

"อันที่จริง...ผมค่อยข้างกลัวภรรยา นะครับ" เมื่อได้ฟังคำตอบ ประชาสัมพันธ์สาวชักสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย

"น่าเสียดายนะค่ะ" เธอจีบปากจีบคอพูดกับเขาเล็กน้อย เดรโกมองเธออย่างขบขัน

"ตกลงที่ผมต้องเอามาให้คุณคือเท่านี้ใช่ไหมครับ" เดรโกกลับมาพูดจริงจังอีกครั้ง ประชาสัมพันธ์สาวเองก็กลับมาจริงจังกับงานเช่นกัน

"ใช่ค่ะ เดี๋ยว ดิฉันจะเอาใบสมัครให้คุณและคุณต้องแนบเอกสารมาพร้อมกับใบสมัครนะค่ะ..และทางอาจารย์ใหญ่จะสัมภาษณ์คุณทันที"
พูดจบ เธอยิ้มให้เขาเบาๆ ก่อนจะ ก้มลงไปหยิบเอกสารขึ้นมา 1 ชุดและส่งมันให้เดรโก

"ขอให้โชคดีนะค่ะ..หวังว่าเราคงได้พบกันอีก" เธอยิ้มหวานให้เดรโกอีกครั้ง เขาเองก็ไม่เสียมารยาทที่จะปฏิเสธรอยยิ้มเธอ

"ขอบคุณครับ" เมื่อกล่าวอำลาจบ เดรโกเดินจากไปจากตรงนั้น และกำลังจะเดินเข้าไปในลิฟท์
ลิฟท์อีกตัวเปิดขึ้นมาพอดี แต่เดรโกไม่ได้สนใจ เขาเดินเข้าไปในลิฟท์ของตัวเองและกดชั้นล่างสุด
หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากลิฟท์ตัวที่เปิด เธอหันไปมองบุคคลที่เพิ่งเข้าไปในลิฟท์เมื่อครู่นี้
แต่ก่อนที่เธอจะมองเห็นว่าเป็นใคร ลิฟท์ก็ปิดซะแล้ว - - -

เดรโกลงมาถึงชั้นล่าง เขาเดินออกจากตึกนั้นพร้อมกับเอกสารในมือ เดรโกเดินย้อนกลับขึ้นไปเส้นทางเดิม
เพื่อกลับไปที่รถยนต์ของเขา  เมื่อเดินมาถึงรถยนต์สีดำคันงาม เดรโกปลดล็อคสัญญาณกันขโมย
และเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ พลางมองเอกสารสมัครงาน เขาสำรวจรายละเอียดจนทั่ว จนไปหยุดอยู่ที่หัวข้อหนึ่ง

"ประวัติการศึกษา..." เดรโกอ่านหัวข้อนั้นแล้วหยุดนิ่งไป

"ถ้าฉันบอกว่า..จบจากโรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนต์ศาสตร์ฮอกวอต์ส จะรับฉันเข้าทำงานไหมเนี่ย" เดรโกบ่นพึมพำอย่างเซ็งๆ
เขาโยนเอกสารการสมัครงานไว้เบาะหลัง แต่แล้วเขาก็คิดขึ้นมาได้ เดรโกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์อีกครั้ง

"ใช่...ฉันเป็นพ่อมดนี่น่า"




ChelseaFC_FiFA_118726

  • Status : คิดถึง PSW Family ทุกคนนะครับ ; )
  • มนุษย์หมาป่า
  • ******
  • Offline Offline
  • Posts: 295
  • Status : This's Bad
    • www.chelseafc.com
โห ไปเป็นนักเขียนเลย มั๊ยครับ >:(

modtanoi1626

  • Guest
กรุงปารีส   18.30 นาฬิกา
บรรยากาศในยามเย็นของเมืองหลวงนี้ ช่างงดงาม แสงแดดอ่อนๆ ที่กำลังส่องผ่านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ทำให้เมืองนี้ดูมีมนต์สะกดที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกที่มาเยือนหลงใหล
รถยนต์สีดำขลับคันงาม แล่นผ่านท้องถนนที่เต็มไปด้วย ใบไม้สีแดงอมส้มที่ร่วงจากต้น เป็นสัญญาณถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ร่วง
เดรโก มัลฟอย ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังขับรถยนต์สีดำขลับไปตามถนนทางหลวงในกรุงปารีส อย่างใจเย็น

--คลืน--คลืน---- เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนคอนโซลด้านหน้าที่ปูพรมสีดำอย่างหรูหราสั่นขึ้นเสียงดัง ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย
ก่อนที่เขาจะหยิบบลูทูธอันเล็กขึ้นมาเหน็บที่ใบหูขาวซีด
"สวัสดีครับ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นทักทายผู้ที่โทรฯ เข้ามา พร้อมกับหมุนพวงมะลัยรถยนต์เพื่อเลี้ยวรถ
"ไง..เดรโกทำอะไรอยู่หรอ" เสียงแหลมเล็กคุ้นหูเอ่ยขึ้นเสียงดัง จนทำให้เดรโกต้องปรับระดับความดังของเสียงให้ลดลง
"เอ่อ..เปล่าฉันกำลังขับรถอยู่หน่ะ..เธอมีอะไร..แพนซี่" เดรโกเอ่ยถามเจ้าของเสียงแหลมเล็ก อย่างตะกุกตะกัก
"อ๋อ..เปล่าหรอก ฉันโทรหาเธอเฉยๆ หน่ะ..พอดีกำลังรอ ฮิวโก้ เรียนดนตรีเสร็จ..เซ็งๆ ก็เลยหาเพื่อนคุยหน่ะ..อิอิ" จบประโยคสนทนาของแพนซี่ เดรโกถึงกับส่ายศีรษะเบาๆ
พร้อมกับอมยิ้มอย่างเซ็งๆ
"ที่แท้..เธอก็แค่หาคนฆ่าเวลา" เดรโกเอ่ยขึ้นฟังดูเหมือนจะน้อยใจผู้ที่โทรเข้ามา
"เปล่า..เปล่านะ ไม่ใช่เลย..ฉันแค่เป็นห่วงเธอเท่านั้น" เสียงที่ปลายสายแสดงถึงความร้อนรนและเป็นกังวลกับคำพูดที่ได้ยิน ทำให้เดรโกอดที่จะขำไม่ได้ แต่แล้วสิ่งหนึ่งในสมอง
ของเขาก็พรวยพุ่งขึ้นมา
"เออ..ใช่แพนซี่ ฉันถามอะไรเธอหน่อยสิ" เดรโกเอ่ยปากถามเพื่อนสาวเก่าแก่ของเขาด้วยน้ำเสียงตื่นตัว
"เอ๋?..มีอะไรหรอว่ามาสิ" หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูงุ่นงงไม่น้อย  ชายหนุ่มผมบอร์นครุ่นคิดอยู่ ก่อนจะเอ่ยคำถามขึ้นกับเธอ
"เอ่อ..คือ..เอ่อ...พวกมักเกิ้ล สมัครงานกันยังไง" คำถามถูกเอ่ยออกไป อย่างกลั้นใจ หญิงสาวที่ปลายสายน้ำเสียงอึกอักเมื่อได้ยิน
"ห่ะ??..เอ่อ..เธอ..ถามทำไม?" แพนซี่ วิสลีย์ ถามขึ้นอย่างงุ่นงง เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนรักและอดีตเด็กหนุ่มที่เธอเคยหลงรักอย่างหัวปักหัวปำ
"คือ..ฉันกำลังจะไปสมัครงาน.......ตกลงว่าต้องมีอะไรบ้าง" คำตอบจากเดรโกดูเหมือนจะไม่เต็มใจที่จะต้องเท่าใดนัก แพนซี่ยังคงเงียบอยู่สักครู่ เพราะไม่แน่ใจว่าจะถามต่อหรือจะตอบคำถามที่เขาถามเธอ
"อ่าว..ไม่ได้ยินที่ฉันถามเธอหรือไง" เสียงที่ต้นสายตะหวาดขึ้นแสดงถึงความไม่พอใจ ทำให้แพนซี่ วิสลีย์ สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบออกไปอย่างงุ่นงง
"เอ่อ..คือ..ก็มี ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ถ้าเธอมีนะ..แล้วก็ประวัติส่วนตัวของเธอ..รูปถ่ายตัวเธอและ สำเนาบัตรประชาชน" แพนซี่ตอบออกมาเสียงเบาๆ เพราะกำลังสับสนกับสิ่งที่เพื่อนรักจะทำ
"แค่นี้ใช่ไหม..ขอบใจมาก" เมื่อได้ฟังคำตอบ เสียงของชายหนุ่มฟังดูดีขึ้นกว่าเมื่อสักครู่นี้ ที่เขาเพิ่งจะระเบิดอารมณ์ออกมา
"แต่ว่า เดรโก..เธอจะเอาเอกสารพวกนี้ไป สมัครงานกับมักเกิ้ลทำไม..ในเมื่อเธอเป็นพ่อมด" เสียงแหลมเล็กของแพนซี่เอ่ยถามขึ้นแผ่วเบา
"คือ ฉันต้องการทำอะไรบางอย่าง..ซึ่งต้องไปอยู่กับพวกมักเกิ้ล..จึงจำเป็นต้องไปสมัครทำงานกับพวกมักเกิ้ล" เดรโกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ ฟังดูมีเลศนัยอะไรบางอย่าง ยิ่งทำให้แพนซี่ สงสัยมากขึ้นกว่าเดิม
"เธอจะทำอะไร..บอกได้ไหม" แพนซี่ลองเสี่ยงถามขึ้นอีกครั้ง เผื่อว่าเพื่อนรักของเธอจะยอมบอกความลับ
"เอาไว้..ถึงเวลาฉันจะบอกเธอเอง" ไม่ผิดจากความคิดของแพนซี่ เดรโก มัลฟอย ไม่ยอมบอกความลับของเขาจริงๆ แต่เมื่อเขาไม่ยอมบอก เธอก็ไม่จำเป็นที่จะซักไซร้ไล่เลียงอะไรต่อ เพราะยังไงซะ เมื่อถึงเวลา
ที่สมควรจริงๆ เขาก็จะบอกเธอเอง โดยที่เธอไม่ต้องเอ่ยปากถามเลย
"ถ้าเธอยืนยันจะต้องทำแบบนั้นจริงๆนะ เดรโก..ฉันว่า ของพวกนั้นไม่จำเป็นหรอก" แพนซี่ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหลมสูงแผงด้วยเลสนัยบางอย่าง
ประโยคนั้นของแพนซี่ ทำให้เดรโกชะงักเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ คิ้วของเขาขมวดกันเป็นปม ใบหน้าขาวซีดแสดงถึงความไม่เข้าใจ
"เธอ..หมายความว่าอะไร" น้ำเสียงทุ่มต่ำของเดรโกเอ่ยขึ้นอย่างติดขัด เขาได้ยินเสียงที่ปลายสายหัวเราะ คริคักอย่างชอบใจ
"เดรโก..เธอจำเป็นอะไรต้องใช้ของพวกนั้น..เธออย่าบอกนะว่าเธอจะเสกมันขึ้นมา..โธ่เอ้ย!!เสียเวลาเปล่าๆ ..เธอก็ใช้คาถาสะกดใจ ให้พวกมักเกิ้ลรับเธอเข้าทำงานเลยสิ..ง่ายจะตายไป"
เสียงหัวเราะแหลมเล็กของแพนซี่ ดังขึ้นอย่างชอบใจ คำแนะนำของแพนซี่ทำให้เดรโกพอใจอย่างมาก
"ถูกของเธอนะ..ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้ซะตั้งแต่แรก..ขอบใจนะแพนซี่" ใบหน้าของเดรโกปรากฏรอยยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ทั้งสองสนทนากันอยู่สักครู่ ก่อนที่เดรโกจะตัดบทสนทนาและวางหูจากแพนซี่ไป
เมื่อเขาขับรถมาถึงบริเวณย่านร้านค้ามากมายในกรุงปารีส เดรโกตัดสินใจจอดรถเอาไว้ริมถนน เพื่อเดินไปร้านหนังสือที่เขาขับรถเลยมา
เมื่อถึงร้านหนังสือที่มีผู้คนคับคลั่งไม่ต่างจากร้านตัวบรรจงและหยดหมึกที่เขาคุ้นเคย มันทำให้เขารำลึกถึงหญิงสาวผมฟูสีน้ำตาลเป็นประกายสวยงามที่ชอบขลุกที่อยู่ร้านนี้เพื่อเลือกซื้อหนังสือนานหลายชั่วโมง 
ภาพความทรงจำที่ผ่านเข้ามาในจิตใจทำให้เขายิ้มและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน
เดรโก มัลฟอย ชายหนุ่ม หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่ง เสื้อเชิ้ตสีดำของเขายิ่งขับให้ผิวขาวซีดของเขา ยิ่งดูขาวเด่นสะดุดตาใครต่อใคร โดยเฉพาะสาวๆ บริเวณนั้น
แน่นอนว่า มีสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่จ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียวและแสดงอาการเขินอายอย่างชัดเจน เมื่อเดรโกหันไปสบสายตากับพวกเธอ
เดรโกเดินไปยังจุดหมายในร้านหนังสือที่เขาต้องการโดยไม่ได้สนใจสาวๆ ที่กำลังจ้องเขาตาเป็นมัน เดรโกมองมาหยุดอยู่ที่แผนกหนังสือเกี่ยวกับศาสตร์ด้านดนตรี
ขณะที่เขากำลังยืนมองหาหนังสือที่ต้องการ ระหว่างนั้นเองที่เขาไม่ได้สังเกตุเลยว่า มีคนกำลังยืนอยู่ข้างๆ เขา
"สวัสดีค่ะ" เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นข้างกายของเดรโก ทำให้สะดุ้งเฮือกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองที่ต้นเสียงโดยเร็ว
เมื่อหันไปหาหญิงสาวที่เอ่ยปากทักเขา เดรโกถึงกับต้องตกตะลึง เมื่อพบกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย เธอมีผมยาวตรงสลวยสีทองอร่าม นัยน์ตาสีฟ้าใสเป็นประกาย ผิวขาวนวลเนียนราวกับหินอ่อน
และรูปร่างที่บอบบางอ้อนแอ้น ราวกับวีล่า
เดรโกราวกับตกอยู่ในความฝัน เมื่อพบกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขา เธอไม่ใช่แค่สวยงามแต่เธอราวกับเป็นสิ่งที่ใช่แทนความหมายของความงาม เลยก็ว่าได้
เดรโกพยายามหลุดออกจากภวังค์ความเพ้อฝันตรงหน้า ก่อนจะตั้งสติและเริ่มสงบจิตใจ
"เอ่อ..สวัสดีครับ..มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า" เดรโก หลี่ตามองเธออย่างสงสัย ก่อนจะละสายตาจากเธอไปมองอย่างอื่น เพื่อไม่ให้ความสวยงามของเธอทำลายสมาธิของเขา
"เอ่อ..ไม่มีธุระอะไรหรอกค่ะ..เพียงแต่เห็นคุณหาหนังสือในแผนกนี้อยู่นานแล้ว..เลยคิดว่าคุณต้องการให้ใครสักคนช่วยหรือเปล่า" หญิงสาวยิ้มขึ้นอย่างเป็นไมตรีเมื่อพูดจบ
เดรโก เหลือบสายตามามองเธอเล็กน้อย ก็พบกับรอยยิ้มตรึงใจของเธอ มันยิ่งทำให้จิตใจของเขาปั่นป่วนและไขว้เขว
"เอ่อ..คือ..ผมกำลังมองหาหนังสือที่เกี่ยวกับเปียโนครับ..แต่ว่าผมยังหามันไม่เจอเลย" เดรโกพยายามชี้แจงจุดมุ่งหมายของเขาให้เธอฟัง หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเดิน
ออกห่างเดรโกไป และหยุดที่หน้าชั้นวางหนังสือชั้นหนึ่งในแผนก เธอหันกลับมายิ้มให้เดรโก ที่กำลังยืนมองเธออยู่ ก่อนที่เธอจะก้มลงไปหยิบหนังสือออกมา สอง สามเล่มและเดินกลับมาหาเดรโก
ยังไม่ทันที่เธอจะถึงตัวเขา กลิ่นหอมหวลจากกายของเธอก็นำหน้ามาก่อนตัวเธอซะอีก
กลิ่นหอมนั้นยิ่งทำให้เดรโกมึนงง แต่เขาก็พยายามตั้งสติไม่ให้ลุ่มหลงกับสาวที่เจอกันเพียงครู่เดียว เธอเดินเข้ามาใกล้เขา กลิ่นหอมนั้นยิ่งหอมชัดเจนขึ้น
เดรโกพยายามถอยห่างเล็กน้อยเพื่อเว้นช่องว่างให้มีอากาศอื่นนอกจากกลิ่นหอมๆ ของเธอ ผ่านเข้ามา
หญิงสาวยิ้มให้เขาเบาๆ ก่อนจะยื่นหนังสือที่ถือมาส่งให้เขา
"นี้ค่ะ..หนังสือที่เกี่ยวกับเปียโน" เดรโกมองหนังสือที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะยื่นมืออกไปรับหนังสืออย่างระมัดระวัง
เมื่อได้หนังสือมาแล้ว เดรโกจับมันพลิกไปพลิกมา เพื่อสำรวจดูความน่าสนใจในตัวหนังสือ
"คุณกำลังจะหัดเรียนเปียโนหรอค่ะ" หญิงสาวตรงหน้าถามขึ้น เดรโกละสายตาออกจากหนังสือ เหลือบมามองใบหน้าสวยงามของเธอ
"ไม่ครับ..คือ ผมเป็นอาจารย์สอนเปียโน" เดรโกกล่าวอย่างวางตัวเล็กน้อย หญิงสาวตรงหน้าแสดงอาการสนใจเขาไม่น้อย
"วิเศษจัง..คุณคงเก่งมากนะค่ะ" หญิงสาวพูดพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความชื่นชมในตัวของเดรโก แต่เธอหารู้ไม่ว่า เดรโกยังไม่ได้เป็นอาจารย์เพียงแต่กำลังจะเป็นเท่านั้น
"ไม่เก่งกาจนักหรอกครับ..เอ่อ ผมเห็นที่จะต้องไปแล้ว..ขอบคุณนะครับที่ช่วยเหลือ" เดรโกกล่าวอย่างเป็นมิตร และกำลังเดินถอยหลังทิ้งระยะห่างจากเธอ
แต่หญิงสาวคนงามกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เธอเดินตรงมาที่เขาอย่างเร็วและคว้าแขนของเขาไว้
"เอ่อ..คือ ขอโทษค่ะที่เสียมารยาท" เธอพูดพร้อมกับปล่อยมือที่จับแขนของเดรโกเอาไว้
"คุณจะรังเกียจไหมค่ะ..ถ้าฉันจะขอชวนคุณไปดินเนอร์คืนนี้" ใบหน้าของหญิงสาวเป็นสีชมพู่ระเรื่อ เธอก้มลงมองพื้นอย่างเขินอาย ผิดกับเมื่อครู่นี้ที่เธอทักทายเขาอย่างมั่นใจ
เดรโกยืนนิ่งอยู่สักครู่ พร้อมกับคิดไม่ถึงว่า คนสวยเช่นนี้จะมาชวนเขาดินเนอร์ เดรโกยังคงพินิจพิจารณาอยู่นานกับคำชวนของเธอ
"ก็ได้ครับ..ผมรับคำเชิญ" เมื่อได้ยินคำตอบรับของเดรโก หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
"ขอบคุณนะค่ะ..งั้นคืนนี้เจอกันที่ ภัตตราคาร เดอริเชียล ตรง สี่แยก ห่างจากร้านที่ไป สองบล็อกนะค่ะ ตอน 2 ทุ่ม.." หญิงสาวพูดรัวจนลิ้นแทบพันกันด้วยความดีใจ
เดรโกยิ้มอย่างมีเสน่ห์เล็กน้อย
"ตกลงครับ..เพื่อคุณผมว่างอยู่แล้ว" หญิงสาวเขินอายกับคำพูดของเดรโกจนใบหน้าของเธอแดงออกมาอย่างชัดเจน เธอผยักหน้าเบาคำเดรโกเบาๆ ก่อนจะเดินจากไปด้วยทวงท่าสง่างาม
เดรโกยังคงมองเธอเดินจากไปอย่างช้า เขาอมยิ้มขึ้นอย่างมีเลสนัย
"ก็ดีเหมือนกัน..วันนี้ฉันจะได้มีอะไรไว้แก้เบื่อ" เดรโกคิดขึ้นมาอย่างสบายใจ ก่อนที่เขาจะเดินถือหนังสือที่อยู่ในมือตรงไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน อย่างสบายอารมณ์
ขณะที่เขาเดินออกจากร้านหนังสือ เดรโกถึงกับผงะเพราะความตกใจ เมื่อสายตาเขาบังเอิญเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ขับรถยนต์ผ่านหน้าเขาไป
"เฮอร์ไมโอนี!!" เดรโกคิดขึ้นอย่างตกใจ เมื่อหญิงสาวที่ขับรถผ่านหน้าเขาไปเมื่อครู่นี้ เธอดูละม้ายคล้ายเฮอร์ไมโอนีมาก แต่เดรโกไม่ทันได้คิดอะไรมากมายกว่านี้
เขารีบวิ่งตามรถยนต์คันนั้นไป อย่างรวดเร็ว และดูเหมือนสวรรค์จะเข้าข้างเขา เมื่อรถยนต์ของหญิงสาวที่ขับผ่านไปเมื่อครู่นี้ จอดติดไฟแดงอยู่
เดรโกจึงรีบวิ่งไปให้ถึงตัวรถยนต์คันนั้นโดยเร็วที่สุด แต่แล้วเมื่อเขาวิ่งไปถึงและมองดูหญิงสาวที่อยู่ในรถ..เธอมองกลับมาที่เขาอย่างงุ่นงง
"มีธุระอะไรกับดิฉันหรือเปล่าค่ะ" หญิงสาวคนนั้นถามขึ้นอย่างระแวดระวังตัว
เดรโกยืนมองหญิงสาวด้วยสายตาที่ผิดหวัง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่มีอะไรครับ..ขอโทษนะครับ บังเอิญผมจำคุณสลับกับคนอื่น" เดรโกเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวัง ก่อนที่เขาจะเดินหันหลังเดินจากไปจากจุดนั้น
"แกมันบ้าเดรโก" เดรโก นึกสมเพชตัวเองในใจ ที่เขาเพ้อคลั่งเรื่อง เฮอร์ไมโอนี ขนาดนี้ อันที่จริงแล้ว เขาน่าจะลืมๆ เธอไปซะตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เขาถึงลืมเธอไม่ลง และ รักผู้หญิงคนไหนอีกไม่ได้แล้ว
แน่นอนว่าช่วงเวลาหลายปีมานี้ มีแม่มดและมักเกิ้ลสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่เสนอตัวมาให้เขา  แต่เดรโกก็ไม่เคยคิดจะยุ่งกับพวกเธอ  ต่อให้เรื่องแบบนี้เคยเกือบเกิดขึ้นก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว เขากลับทำไม่ได้
และทุกครั้งที่เกือบจะเกินเลยกับผู้หญิงคนไหน เขามักจะหนีออกมาจากตรงนั้นและใช้คาถาเพ้อฝันกับหล่อนแทน  เพื่อให้หล่อนคิดไปว่า  ได้นอนกับเขาตามความปรารถนาของเธอ
เดรโก เดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ พลางดูร้านค้าต่างๆ มากมาย  ซึ่งย่านที่เขากำลังเดินอยู่นี้ จะว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งโปรดของบรรดาสาวๆ ปารีสเลยก็ว่าได้ เพราะแถบจะทุกร้านจะมีแต่ผู้หญิงเต็มไปหมด
จนกระทั่ง เดรโกเดินไปหยุดอยู่ที่ร้านๆ หนึ่ง บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งอยากอบอุ่นและน่ารัก ราวกับบ้านหลังเล็กๆ ที่อบอุ่น
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เดรโก เดินเข้าไปในร้านนั้นอย่างไม่รู้ตัวราวกับถูกมนต์สะกด ซึ่งเขามารู้สึกตัวอีก เมื่อถูกชนเข้าที่ขาเบาๆ
"ขอโทษครับ" เด็กชายตัวน้อย ผมดำ ใบหน้าคมเข้ม บ่งบอกเชื้อชาติคนฝรั่งเศส  ก้มศีรษะลง ขอโทษผู้ใหญ่ที่เขาวิ่งชน
"ไม่เป็นไร..ฉันไม่ได้เจ็บอะไร" ผู้ใหญ่ร่างสูงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเด็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลูบศีรษะของเขาเบาๆ เด็กน้อยเมื่อรู้ว่า ได้รับการอภัย ก็ยิ้มกว้างออกมา เผยให้เห็นฟันกระต่ายด้านหน้าเพียง 2 ซี่
ก่อนจะวิ่งไปหา พ่อและแม่ ของเขา
เดรโก เดินเหม่อลอย เข้ามาในร้านขายสินค้าสำหรับเด็ก อย่างไม่ได้ตั้งใจ เหตุจูงใจที่ทำให้เขาเดินเข้ามาเพียงเพราะ เดรโกคิดถึงบางสิ่งบางอย่าง และรู้สึกอบอุ่นหัวใจเท่านั้น
เขาเดินดูสินค้าภายในร้านไปเรื่อย พลางหยิบจับของบางชิ้นขึ้นมาดูอย่างถูกใจ แต่ภายในใจเขากลับหม่นหมอง เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้และยิ่งได้เห็นครอบครัวอื่นๆ พาลูกๆ มาจับจ่ายซื้อสินค้าที่อยากได้
แต่สำหรับเขากับได้เพียงเดินดูสินค้าพร้อมกับเจ็บปวดใจ
"ถ้าหากเธอยังอยู่..เราคงมีโอกาสได้ซื้อของพวกนี้สำหรับลูกของเรา" เดรโกคิดขึ้นอย่างปวดร้าว พร้อมกับวางสินค้าชิ้นนั้นลง
เดรโกพลิกข้อมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกาว่าถึงเวลาที่ เขามีนัดหรือยัง เพราะ เขาจวนจะเริ่มเซ็งเต็มทีแล้ว
"เอ๊ะ!..ใกล้เวลาแล้วนี่" เดรโกมองดูเวลาอย่างแปลกใจ เพราะไม่น่าเชื่อว่า เขาจะใช้เวลาเรื่อยเปื่อยได้นานขนาดนี้ 
เดรโกเดินออกจากร้านขายสินค้าสำหรับเด็กและเดินย้อนกลับไปยังถนนที่เขาจอดรถทิ้งเอาไว้
เมื่อเดินมาถึงรถยนต์สีดำขลับของเขา เดรโกกดรีโมตปลดล็อคสัญญาณกันขโมยและเปิดประตู ขึ้นรถอย่างสง่างาม
พร้อมกับเริ่ม ขับรถของเขาไปยังร้านอาหารที่สาวสวยคนนั้น นัดกับเขาไว้  เมื่อถึงร้านอาหาร เดรโกจึงขับรถยนต์ของเขาไปจอดไว้ที่ลาดจอดรถ
เมื่อลงมาจากรถยนต์ เดรโกมองไปยังร้านอาหาร  มันไม่เชิงจะเป็นร้านอาหารซะทีเดียว แต่อาจจะรวมเป็นบาร์ขนาดเล็กๆ ที่ดูเก๋ไก๋ เลยทีเดียว
"ก็เข้าใจเลือกดีนี่" เดรโกคิดขึ้นพร้อมกับก้มลง จัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้ดูดี ก่อนจะเดินอย่างภูมิฐานเข้าไปในร้าน
เมื่อเดรโกเข้าไปในร้าน บริกร คนหนึ่งเดินเข้ามากล่าวทักทายเขาอย่างสุภาพ
"สวัสดีครับ เมอซิเออร์..ไม่ทราบว่าจองไว้ไหมครับ" เดรโกมองบริกรอย่างแปลกใจ ก่อนจะยกมือบอกปัดไป
"ไม่..ฉันนัดเพื่อนเอาไว้" เขาตอบด้วยน้ำเสียงยานคางเรียบเย็น เมื่อได้ยินคำตอบของเดรโก บริกรคนนั้นจึงเดินถอยไป  เดรโกจึงเดินเข้าไปภายในของร้านและมองหาคู่นัดของเขา
เดรโกกวาดสายตาไปรอบจนไปสะดุดที่โต๊ะๆ หนึ่งริมหน้าต่าง ที่มีสาวสวยผมสีทองอร่ามสะดุดตานั่งอยู่ เธอยิ้มให้เขาและโบกมือทักทาย เมื่อพบเธอ เดรโกจึงเดินเข้าไปหาเธอที่โต๊ะทันที
ระหว่างทางที่เดรโก เดินไปหาเธอ ไม่เพียงแต่สายตาของสาวๆฝรั่งเศสเท่านั้นที่มองเขา แต่ยังมีสายตาหนุ่มๆ อีกหลายคู่ที่มองเขาอย่างอาฆาต
"คุณมาสาย" หญิงสาวกล่าวประโยคทักทายประโยคแรก ที่ทำให้เดรโกต้องชะงัก
"เอ่อ..พอดีผมมั่วแต่เดินดูอะไรนิดหน่อย" เดรโกพลิกข้อมือของตัวเองเพื่อดูนาฬิกาอีกครั้ง "ผมช้ากว่าคุณ 5 นาทีเองนะ" เขาพูดขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูเซ็กซี่ไปให้เธอ
หญิงสาวอมยิ้มขึ้นเล็กน้อยและส่ายศีรษะอย่างยอมแพ้
"เชิญนั่งเถอะค่ะ" เธอกล่าวเชิญเดรโก ที่ยืนเด่นอยู่กลางร้านอาหารให้นั่งลง
เดรโกจึงค่อยๆ ขยับเก้าอี้ของเขาและนั่งลงตรงข้ามกับเธอ
เมื่อเดรโกนั่งลงอย่างเรียบร้อยและบริกร 2 คนจึงเข้ามาที่โต๊ะพร้อมกับยื่นเมนูให้ทั้งคู่
"อีกสักครู่จะมารับรายการนะครับ" บริกรพูดขึ้นและก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะถอยหลังเดินไปจากโต๊ะ
ท่ามกลางแสงไฟสีเหลืองนวล เดรโกผละสายตาออกจากเมนูที่กางอยู่ตรงหน้าเขา เหลือบมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างระวังตัว
แต่เหมือนว่า หล่อนจะรู้ว่าเขาแอบมอง หญิงสาวก็ยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย ทำให้เดรโกละสายตากลับมามองที่เมนูอีกครั้ง
"ฉันยังไม่ได้ถามชื่อ คุณเลย..คุณชื่ออะไรหรอค่ะ" หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น ขณะที่เธอวางปิดเมนูแล้ววางมันไว้บนโต๊ะ
เดรโกนิ่งอยู่สักครู่ เพื่อครุ่นคิด ชื่อของเขาที่จะบอกเธอไป หญิงสาวจึงมีท่าทีงุ่นงงเล็กน้อยกับอาการนิ่งเงียบของเดรโก
"เอ่อ..ผม..คริส " เดรโกตอบเธออย่างดูมีพิรุษ หล่อนยิ้มกว้างให้กับเขา รอยยิ้มมีเสน่ห์ของเธอทำให้ผู้ชายหลายๆ คนที่นั่งอยู่กับคู่รัก หันเหสายตามามองเธอเป็นตาเดียว
"ฉันดาวินซ์..วิคตอเรีย ดาวินซ์..เรียกฉันว่า วิค จะดีมากเลย" เธอกล่าวแนะนำตัวเองอย่างสง่าผ่าเผย
ทั้งสองนั่งยิ้มอย่างเป็นไมตรีให้แก่กัน ไม่นานบริกรคนเดิมก็กลับมาเพื่อรับรายการอาหารจากทั้งคู่  ทั้งวิคตอเรียและคริสหรือเดรโก ต่างสั่งอาหารและเครื่องดื่มกันคนละอย่าง เมื่อได้รับรายการเรียบร้อย
บริกรหนุ่มจึงก้มศีรษะลงอีกครั้ง พร้อมกับเดินถอยหลังไปจากโต๊ะ  การกระทำของบริกรทำให้เดรโกนึกถึงเอลฟ์ประจำบ้านขึ้นมาทันที
เมื่อสั่งอาหารเสร็จ เกิดความเงียบขึ้นกลางโต๊ะอาหาร เพราะคนทั้งคู่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน จึงไม่มีใครคิดหาบทสนทนาอะไรมาพูดคุยกัน จนกระทั่ง
"คริส..ไม่ทราบว่า คุณเป็นคนที่ไหนหรอค่ะ..เพราะดูแล้วสำเนียงการพูดของคุณไม่น่าจะเป็นคนฝรั่งเศส" หญิงสาวคนสวยทำลายความเงียบของโต๊ะอาหารโดยการเอ่ยถามเรื่องถิ่นกำเนิดของคู่ดินเนอร์
"ผมเป็นคนอังกฤษครับ..เกิดและโตที่อังกฤษ" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เขาก็มีรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรให้เธอ
"แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่หรอค่ะ" หญิงสาวถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอีกครั้ง
"ผมมาพักผ่อนครับ" เดรโกเอ่ยคำโกหกกับเธอออกไป อย่างหน้าตาเฉย เพราะ เขาคิดว่า มันไม่จำเป็นที่เจ้าหล่อนต้องรู้เรื่องอะไรของเขามากมายนัก
เดรโกนั่งมองเธอด้วยดวงตาสีเงินมีเสน่ห์ทำให้คู่ดินเนอร์ของเขาเกิดอาการเขินอายไม่น้อยเลยทีเดียว
"แล้ว..คุณอยู่ที่นี่นานหรือยังค่ะ" วิคตอเรียแก้อาการเขินด้วยการเอ่ยปากถามเดรโกอีกครั้ง
"ราวๆ 4 เดือนได้แล้วครับ" เดรโก ยิ้มเล็กน้อยให้เธอ
ผ่านไปสักครู่ บริกรหนุ่ม 2 คน เดินตรงมาที่โต๊ะของเดรโก พร้อมกับอาหารค่ำและเครื่องดื่มแสนน่ารับประทาน ก็พร้อมลงบนโต๊ะพร้อมเสริฟ์ให้แก่ทั้งคู่
เมื่อเสริฟ์อาหารเสร็จ บริกรหนุ่มทั้งสองก้มศีรษะลงต่ำอย่างสุภาพ พร้อมกับเดินถอยหลังจากไป
"ว๊าว!..น่าทานจังนะค่ะ" วิคตอเรียยิ้มกว้างแสดงอาการตื่นเต้นกับอาหารตรงหน้าอย่างแลดูใสซื่อ ซึ่งต่างจากเดรโก ที่มองดูหล่อนอย่างพินิจพิจารณา
หญิงสาวรู้ตัวว่า กำลังถูกมองด้วยสายตาคม เธอเกิดอาการประหม่าขึ้นทันที
"คริส..คุณจะมองฉันถึงเมื่อไหร่กันค่ะ...รู้อะไรไหม..คุณทำให้ฉัน ประหม่า" หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างแง่งอน ใบหน้าแสดงสีหน้าออดอ้อน ของเธอทำให้ชายหนุ่มหลายๆ คน ต่างหลงใหลเธอ
และอิจฉา ริษยา เดรโก ไปพร้อมๆ กัน
ทั้งสองเริ่มลงมือรับประทานอาหารของตนเอง เดรโกสังเกตุเห็น คู่ดินเนอร์ของเขาไม่ค่อยอยากแตะอาหารเลย ด้วยความเป็นห่วงเดรโก จึงได้เอ่ยปากถามเธอ
"วิคตอเรีย..คุณไม่สบายหรือเปล่า..ทำไมไม่ทานเลย" เดรโกถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความห่วงใย
เมื่อได้ยินเดรโกถาม หล่อนยิ้มให้เขาเล็กน้อย
"พอดีว่า ฉันเป็นคนทานน้อยอยู่แล้วค่ะ..แต่ว่า ไวน์นี้ รสชาติดีมากเลยนะค่ะ" หล่อนยิ้มให้เขา และเปลี่ยนบทสนทนาเรื่อง อาหารเป็น ไวน์ แทน
"คุณรู้ไหม..ไวน์ยี่ห้อนี้ ขายดีที่สุดใน ฝรั่งเศสเลยนะค่ะ..คุณจะลองสักหน่อยไหมค่ะ คริส" หล่อนเชิญชวนเขาให้ทดลอง เดรโกสังเกตเห็นสีหน้าของหล่อน ดูเหมือนว่าจะเริ่มเมาไวน์รสเยี่ยมของเธอซะแล้ว
"ไม่หละครับ ขอบคุณ..ผมว่า คุณน่าจะเริ่มเมาแล้วนะ วิคตอเรีย คุณเลิกดื่มก่อนดีไหม" เดรโกพยายามอย่างยิ่งที่จะโน้มน้าวให้หล่อนเลิกดื่ม เพราะสีหน้าท่าทางของวิคตอเรีย เริ่มไม่สง่างาม เหมือนเดิมแล้ว
ตอนนี้หล่อนแทบจะกลายเป็นดาวยั่วให้ผู้ชายโต๊ะข้างๆ น้ำลายหกกันบ้างทีเดียว เดรโกเริ่มสังเกตุเห็นท่าไม่ดี และเขาก็เริ่มเกิดความอับอายกับกริยาที่มักเกิ้ลสาวคนนี้ทำ
เจ้าหล่อนนั่งเอนไปเอนมาบนเก้าอี้ของเธอ หล่อนแทบจะไหลลงจากเก้าอี้ หากเดรโก ไม่รีบไปขว้างตัวเธอเอาไว้ และรีบเรียกพนักงานให้เก็บเงินค่าอาหาร
แต่หากเดรโกไม่สามารถจะรอได้แล้ว เพราะ วิคตอเรียควบคุมสติของตัวเองไม่อยู่ หล่อนแทบไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำอะไรหรือพูดอะไรอยู่ เดรโกไม่รอพนักงานที่จะมาเก็บเงิน
เขารีบวางเงินจำนวนหนึ่งเอาไว้บนโต๊ะอาหาร เงินจำนวนนั้นไม่สามารถคาดได้ว่าจำนวนเท่าไหร่ แต่มันก็มากเกินกว่าราคาของอาหารมื้อนี้แน่นอน
เดรโกพยายามประคับประคองสาวสวยคู่ดินเนอร์ของเขาไปที่รถ อย่างยากลำบาก เขาพยายามประคองหล่อนและอุ้มหล่อนไปพร้อมๆ กัน เพื่อไม่ให้เจ้าหล่อนต้องนอนกองอยู่กับพื้นถนน
"โธ่เอ๊ย!! ผู้หญิงมักเกิ้ลเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดทุกคนหรือเปล่านะ..ทุเรศสิ้นดี" เดรโกมองดูหญิงสาวตรงหน้าที่เคยสวยงามจนเขาแทบตะลึง ที่บัดนี้ หล่อนกลายเป็นอะไรสักอย่างที่เขารังเกียจ
เดรโกเบะปากมองหญิงสาวในอ้อมกอด ก่อนที่จะเปิดประตูรถยนต์และอุ้มเธอเข้าไปข้างใน
"วิค..วิคตอเรีย..วิคตอเรีย!!" เดรโกตะโกนเรียกชื่อเธอ แต่ดูเหมือนว่า เธอจะไม่รับรู้อะไรเลย
จนในที่สุด

"เพี๊ยะ!!"

"อ๊ะ!!" วิคตอเรียสะดุดเหือก ดวงตากลมโต เบิกกว้างขึ้นและมองที่หน้าของเดรโกอย่างตกใจ

"ที่..ที่นี้ที่ไหนค่ะ" วิคตอเรีย ถามขึ้นอย่างหวาดๆ พลางสำรวจตัวเองไปด้วย เดรโกมองเธออย่างถอดใจและถอนหายใจออกมา

"ที่นี้รถของผมเอง..คุณเมามาก..คิดว่าจะให้ผมไปส่งไหม" คำพูดของเดรโก ดูเหมือนจะทำให้วิคตอเรียดีใจไม่น้อย

"ก็ดีค่ะ..ดีเลย ขอบคุณนะค่ะ" หล่อนยิ้มกว้างให้เดรโก รายกับว่า นี้คือสิ่งที่เธอรอคอยให้เขาหยิบยื่นให้

เดรโกจึงเดินถอยห่างจากเธอและปิดประตูรถ ทันที เขารีบเดินไปอีกฝั่งของรถและขึ้นไปนั่งที่ประจำของคนขับ

"บ้านคุณอยู่ที่ไหนบอกทางผมด้วยนะครับ" หญิงสาวพยักหน้ารับคำเดรโก

"สงสัยว่าฉันจะเมามากเลยนะค่ะเนี่ย..หน้าชาไปหมดเลย" หญิงสาวใช้มือเล็กๆ ลูบแก้มที่แดงและชาของตัวเองเบาๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มันไม่ได้ชาเพราะเธอเมา
เดรโก อมยิ้มเบาๆ ในขณะที่ขับรถยนต์คันงาม

 
----- 30 นาที ต่อมา--------

หญิงสาวบอกทางเดรโกไปเรื่อยๆ เส้นทางที่เธอบอกเขา สลับซับซ้อนมาก หนทางเริ่มมืดลงทุกที ทุกที
ดวงไฟที่เคยมีกลับเริ่มเหลือน้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งบ้านที่เคยมีตามข้างทาง เริ่มหายไป
เดรโกเริ่มเอะใจแล้วว่า หญิงสาวคนนี้เธออยู่ในที่แบบนี้จริงๆ หรือ หนทางเริ่มมืดมนและวังเวงทุกที
เดรโกเริ่มรู้สึกไม่ดีกับบ้านของหล่อนแล้ว

"อ่อ..วิคตอเรีย..บ้านคุณอยู่อีกไกลไหม" เดรโกเริ่มถามเธอ น้ำเสียงของเขากังวลไม่น้อย
"อีกไม่ไกล..คริส เดี๋ยวก็ใกล้แล้ว" คำตอบของวิคตอเรีย ไม่ได้ทำให้เดรโกรู้สึกสบายใจขึ้นเลย กลับยิ่งทำให้เขาคิดไปต่างๆ นานา
แต่เขาก็หาได้กลัวอะไร เพราะ เขาคือ พ่อมด ไม่มีทางที่จะเกรงกลัวมักเกิ้ลกระจอกๆ
"เอาละ..จอดได้แล้ว เราถึงแล้ว..ลงกันเถอะ" วิคตอเรียพูดเสียงดัง ทำให้เดรโกตกใจเล็กน้อย เขาหยุดรถตามที่เธอบอกทันที
เดรโกมองไปรอบๆ สถานที่แห่งนั้น เขาจ้องมองลึกลงไปในเขตป่า ขณะที่ดวงตาเขาเริ่มชินกับความมืดของมองเห็นบ้านหนึ่ง
บ้านทรงดัชต์แสนวังเวง ที่ทำให้เดรโกรู้สึกขนลุกที่ได้มองมัน
"ลงไปดื่มชากันสักแก้วก่อนกลับนะค่ะ..แปบเดียวเท่านั้น" คำเชิญชวนแกมบังคับดังขึ้นข้างๆ หูของเดรโก น้ำเสียงอ่อนหวานปนเย็นชาทำให้เดรโกยิ่งรู้สึกวังเวงมากขึ้น
เดรโกหันกลับมามองที่ต้นเสียง เขาตั้งใจจะปฏิเสธเธอ แต่เมื่อได้สบดวงตาสีฟ้าใส มันกลับทำให้เขาอยากตบหน้าตัวเองที่ไม่กล้าพูดปฏิเสธเธอออกไป
"อ่อ..อ่อ..เอางั้นก็ได้ครับ" เมื่อได้ฟังคำตอบของเดรโก วิคตอเรียยิ้มหวานกว้างอย่างดีใจ เธอลงจากรถด้วยท่าทางปกติ จนทำให้เดรโก รู้สึกงงว่า เธอส่างเมาแล้วหรือ
แต่อย่างไรก็ตามเดรโกก็ลงจากรถตามเธอไป
หล่อนเดินอย่างสง่านำหน้าเดรโกเข้าไปยังบริเวณป่า ที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่
"อ่อ..คุณอยู่ที่นี้คนเดียวหรอ" เดรโกตั้งใจจะทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นจากบรรยากาศรอบๆ ตัวบ้าน
หญิงสาวยังคงเดินนำเดรโกไป ผ่านเข้าประตูรั้วเหล็กขึ้นสนิมที่มีเหล่าไม้เลื้อยพันเกี่ยวอยู่ จนเกือบจะถึงบริเวณทางเข้าบ้าน หล่อนหันหน้ามาหาเดรโกพร้อมกับรอยยิ้มแสนหวาน

"เปล่าหรอกค่ะ...แต่ฉันอยู่กับ...." ไม่ทันสิ้นคำพูดของเธอ ชายหนุ่มรูปกายกำยำ สีผิวซีดขาว ผมทองสว่าง กระโดดลงมาจากหลังคาชั้นบนสุดของบ้าน
เดรโกผงะถอยหลังเล็กน้อย และมองบุคคลทั้งสองอย่างเอาเรื่อง

"พวกแกเป็นใคร..พวกแกต้องการอะไร" เดรโกจ้องมองทั้งคู่ด้วยแววตาอาฆาต ผิดจากบุคคลทั้งคู่ที่จ้องมองเดรโกราวกับอาหารชั้นยอด
ชายหนุ่นคนนั้น ยิ้มเยาะให้เดรโก

"คำถามซ้ำซากทุกที..แกเป็นใคร"

"ต้องการอะไร" วิคตอเรียพูดเสริม ขณะที่ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เดรโกอย่างช้าๆ

"อยู่นิ่งๆ แปบเดียวไม่เจ็บหรอก เชื่อฉันสิ" วิคตอเรียก้าวย่างมาที่เดรโก เพียงพริบตาเดียวก็ถึงตัวเขา
เดรโก แสยะยิ้มอย่างไม่เกรงกลัว วิคตอเรียที่อยู่ตรงหน้า
ทันใดนั้นเอง ลำแสงสีเขียวก็พุ่งตรงเข้าใส่กลางลำตัวของวิคตอเรียอย่างแรง ทำให้เธอกระเด็นไปไกลหลายเมตร

"เกิดอะไรขึ้น" ชายหนุ่มผิวซีดขาว อุทานเสียงดังอย่างตกใจ  "แกเป็นใครกัน" ชายหนุ่มยกมือขึ้นชี้หน้าเดรโก
ขณะที่เดรโกไม่แสดงปฏิกริยาหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายืนเบะปากยิ้มอย่างพอใจ ขณะที่ค่อยๆ ใช้มือซ้ายค่อยๆ ยกไม้กายสิทธิ์ขึ้น

"รู้จักไอ้นี้หรือเปล่า..ไอ้ปีศาจ" เดรโกกล่าวขึ้น ขณะเดียวกันที่เขาใช้มือขวาลูบไล้ไม้กายสิทธิ์ในมืออย่างพอใจ
เวลาเดียวกันที่วิคตอเรียเดินกลับมายืนเคียงข้างชายหนุ่มผิวซีดขาวอีกครั้ง

"อย่าบอกนะว่าแกเป็น..." วิคตอเรียพูดขึ้นมา พร้อมกับแววตาที่ตื่นตระหนก

"แก..เป็นพ่อมดงั้นหรอ" ชายหนุ่มผิวซีดพูดเสริม
เดรโก ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก ใบหน้าและแววตาของเขาแสดงความเหนือชั้นกว่าบุคคลทั้งคู่ ที่ดูเหมือนเริ่มเกรงกลัวเขาขึ้นมา

"เออใช่ ฉันพ่อมด" เดรโกกล่าว

"งั้นก็ดี ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน..ว่าพวกพ่อมด มันทำอะไรได้บ้าง พวกแกก็แค่มนุษย์ธรรมดาที่ เล่นกลเก่ง แค่นั้นแหละ" ชายหนุ่มผิวซีดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและแววตาท้าทายเดรโก
ผิดจากวิคตอเรียที่ตื่นกลัว หล่อนพยายามห้ามชายหนุ่มผิวซีดด้วยการจับแขนของเขาไว้

"อย่านะเจมส์..มันไม่คุ้มกันหรอก" หล่อนพยายามเขย่าแขนชายหนุ่มอีกครั้ง แต่เหมือนว่า ความพยายามของเธอจะไม่เป็นผล  เจมส์สลัดมือของวิคตอเรียออกอย่างแรง
เขาพุ่งตัวไปหาเดรโกด้วยเร็ว เดรโกเองก็เตรียมตัวตั้งรับอย่างดี

"สตูเปฟาย" ลำแสงสีแดงจ้าพุ่งออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ของเดรโก ปะทะเข้ากับร่างของเจมส์อย่างแรง ทำให้เจมส์กระเด็นออกห่างไปไกลหลายเมตร
เดรโกแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจอีกครั้ง

"ต่อไปจะทำยังไงกับเธอดีละ..ยัยปีศาจจอมดูดเลือด" เดรโกเดินมาหาวิคตอเรียอย่างช้าๆ ด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับวิคตอเรียที่แสดงอาการหวาดกลัวเดรโกอย่างมาก

"ฉัน..ฉันขอโทษ..มั
« Last Edit: 18 March 2010, 01:05:46 PM by ☆☆Rose Miyuki☆☆ »

modtanoi1626

  • Guest
ตอนที่ 4 (ต่อ)

"ต่อไปจะทำยังไงกับเธอดีละ..ยัยปีศาจจอมดูดเลือด" เดรโกเดินมาหาวิคตอเรียอย่างช้าๆ ด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับวิคตอเรียที่แสดงอาการหวาดกลัวเดรโกอย่างมาก

"ฉัน..ฉันขอโทษ..มันเป็นธรรมชาติของฉัน..ที่ต้องกินเลือดจากมนุษย์..ยกโทษให้ฉันเถอะ" วิคตอเรียร่างสั่นเทาด้วยความกลัว ขณะที่เดรโกเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ทันใดนั้นเอง ร่างของเดรโกเหมือนถูกแรงมหาศาลจับโยนขึ้นไปบนอากาศ เดรโกลอยตัวอยู่บนอากาศและกำลังจะตกลงสู่พื้น

"อะพาเรเต้" สิ้นเสียงร่ายคาถา ร่างของเดรโกก็หายไป สร้างความตกใจให้กับวิคตอเรียมาก

"มันหายไปไหนแล้ว" เจมส์ผู้ที่ถูกคาถาสะกดนิ่งเมื่อครู่นี้กลับมา พร้อมกับเป็นคนโยนเดรโกขึ้นไป เขามองหันซ้ายทีขวาที เพื่อหาเดรโก แต่ก็ไม่ปรากฏร่างนั้นให้เห็น จนกระทั่ง..

"กรี้ดดดดดดดดดดด!!!" เสียงกรีดร้องของวิคตอเรียดังลั่นขึ้น พร้อมกับลงไปนอนดิ้นทุลนทุลาย ด้วยความเจ็บปวด เธอยังคงร้องต่อไปไม่หยุด เจมส์ซึ่งยืนมองเหตุการณ์ด้วยความตกใจ
เขาหันไปมองรอบตัว ตะโกนโวยวายราวกับแวมไพร์เกิดใหม่

"แกอยู่ที่ไหน..ออกมานะโว้ย..ไอ้พ่อมด" เจมส์ยืนหมุนรอบตัวเองมองหาเดรโก อย่างระวังตัว

"ฉันว่า ฉันจัดการแยกร่างแม่นี้..แล้วจับเผาซะเลยดีไหม..พวกแกจะได้สูญพันธุ์ไปซะที" เสียงของเดรโกดังขึ้นจากทางต้นไม้ไม่ไกลจากจุดที่เจมส์ยืนอยู่
ปรากฏร่างของเดรโกเดินออกมาจากเงามืดที่ใต้ต้นไม้
วิคตอเรียยังคงกรีดร้องไม่หยุด ความเจ็บปวดเหมือนถูกมีดเป็นพันๆ เล่มกรีดแทงทั่วร่างกาย
เจมส์ทรุดตัวนั่งลงข้างกายวิคตอเรียและพยายามช่วยจับตัวเธอที่กำลังนอนดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด

"ที่รัก..ทำใจดีดีไว้" เจมส์พูดขึ้นพลางใช้มือลูบใบหน้าซีดเผือดของวิคตอเรีย

"เอายังไง..พวกแกใครจะตายก่อนดี" เดรโกพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาแสยะยิ้มพร้อมกับหลี่ตามอง วิคตอเรียผู้ที่เคยงดงามราวนางฟ้า ซึ่งบัดนี้ หล่อนคือ นังปีศาจดูดเลือดโสโครก ดีดีนี่เอง

"ฉัน..ฉันยอมแล้ว" เจมส์พูดเสียงเบาจนแทบเหมือนเสียงกระซิบ

"ว่ายังไงนะ..ฉันไม่ได้ยินที่แกพูดเลย" เดรโกจงใจยั่วโมโหของเจมส์ ด้วยการแกล้งไม่ได้ยินที่เขาพูด สิ่งที่เดรโกทำได้ผล
เจมส์ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเดรโก แววตาสีดำสนิทที่มองเดรโกโหดเหี้ยมเกินกว่าอสูรตนใด
เดรโกตีสีหน้านิ่ง แววตาสีเทาจ้องประสานกับดวงตาของเจมส์ ทั้งคู่จ้องตากันอยู่สักครู่ จนกระทั่งเดรโกยกปลายไม้กายสิทธิ์ขึ้นชี้ที่ปลายคางของเจมส์  เมื่อเห็นไม้กายสิทธิ์สีหน้าแววตาของเจมส์อ่อนลง
จนกระทั่งเจมส์ยอมกลั้นใจตะโกนคำยอมแพ้ออกมา

"ฉันยอมแล้ว!!" เจมส์ทรุดตัวลงกับพื้นดินทันที เดรโกยิ้มเบาๆ อย่างผู้กำชัยชนะ
เขาเดินถอยหลังเอาตัวออกห่างจากเจมส์ เพราะรู้สึกเหม็นกลิ่นสาบผีดูดเลือด

"ถ้างั้น..พวกแก 2 ตัว ไปจากที่นี้ซะ..ออกไปจากฝรั่งเศส อย่าให้ฉันรู้หรือได้เห็นพวกแกอีก ไม่งั้นฉันจะจับพวกแก 2 ตัว ฉีกให้เป็นชิ้นๆ แล้วเผาซะให้วอด" เดรโกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว
เมื่อพูดจบ เขาจึงเดินหันหลังกลับไปที่รถยนต์คันงามของเขา
เจมส์และวิคตอเรีย ซึ่งบัดนี้พ่ายแพ้หมดรูป
ทั้ง 2 นั่งมองหน้ากันอยู่สักครู่ เจมส์จึงดึงตัววิคตอเรียคู่รักมาแนบอกเย็นเฉียบ

"เราต้องไปอยู่ที่อื่นแล้วที่รัก" เจมส์เอ่ยเสียงแผ่วเบา
เมื่อได้ยินคำพูดของคู่รัก วิคตอเรียจึงผละตัวออกจากอ้อมกอดของเจมส์

"แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน" วิคตอเรียกล่าวถาม
เจมส์จ้องมองแววตาสีฟ้าใสของวิคตอเรียสักครู่ ก่อนจะบอกคำตอบให้เธอรู้

"เราจะไปอยู่ที่เมือง ฟ๊อกซ์ ประเทศ อเมริกา" เจมส์โอบกอดวิคตอเรียอีกครั้งและมองไปที่รถยนต์ที่เพิ่งเคลื่อนตัวออกไป
______

รถยนต์ BMW สีดำขลับ เคลื่อนตัวด้วยความเร็ว โดยมีคนขับใบหน้าหล่อเหลาขับเคลื่อนมันไปอย่างสบายใจ

"อาหารมื้อนี้..ตื่นเต้นดีจริงๆ เลย" เดรโก มัลฟอย นึกคิดขึ้นภายในใจอย่างสนุกสนาน ก่อนที่เขาจะเริ่มต้นทำภารกิจที่สำคัญในวันพรุ่งนี้
ภารกิจใหญ่ที่จะทำให้เขาค้นเจอบางสิ่งที่ตามหามานาน เงื่อนงำที่มีอาจจะนำพาเขาไปสู่คำตอบที่ต้องการ...
วันพรุ่งนี้ คือ..คำตอบ!
 
 

Mewziiyer

  • หากข้ามีเวทมนตร์ 55555
  • ผู้วิเศษเลือดบริสุทธิ์
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 225
  • ความสุขเดินตามคุณไปทุกพื้นที่ :)
โห !!!!
สุดยอดอ่ะ
เอา HARRY กับ TWILIGHT.
มาผสมกัน เจ๋งอ่ะ *
แล้วเอามาให้อ่านอีกนะคะ
สนุกจัง รอติดตามค่ะ

modtanoi1626

  • Guest
โห !!!!
สุดยอดอ่ะ
เอา HARRY กับ TWILIGHT.
มาผสมกัน เจ๋งอ่ะ *
แล้วเอามาให้อ่านอีกนะคะ
สนุกจัง รอติดตามค่ะ

__________________

ขอบคุณ สำหรับ คอมเม้น นะค่ะ

^^

จะพยายามอัพให้ ไวไว นะค่ะ

ChelseaFC_FiFA_118726

  • Status : คิดถึง PSW Family ทุกคนนะครับ ; )
  • มนุษย์หมาป่า
  • ******
  • Offline Offline
  • Posts: 295
  • Status : This's Bad
    • www.chelseafc.com
ถ้าจะให้มันส์ๆ แหนตาซีมากขึ้น แนะนำ

ให้ผสมกับ อวตาร เลยดีก่า (คิดได้ไงวะ -*-)

แต่งได้เยี่ยมครับ ชมเชย (^^**)

modtanoi1626

  • Guest
ถ้าจะให้มันส์ๆ แหนตาซีมากขึ้น แนะนำ

ให้ผสมกับ อวตาร เลยดีก่า (คิดได้ไงวะ -*-)

แต่งได้เยี่ยมครับ ชมเชย (^^**)


ขอบใจสำหรับคำชม จ๊ะ อิอิ เขิน


กำลังคิดอยู่เหมือนกัน ... ฮ่า ๆ ว่าจะให้ หลุดไปใน มิติ ของ อวตาล  ..แต่ คิดไปคิดมา...อย่าดีกว่า

ไม่งั้น อาจจะ เกินเลยไปถึง ดาวอังคาร.... ฮ่า ฮ่า

nym_nymphadora

  • Guest
ได้อ่านเรื่องนี้ที่คุณโพสท์ไว้ที่เว็บเด็กดีแล้ว ชอบมากๆๆๆ เลยค่ะ สนุกมากๆ
พอมาเจอที่นี่ด้วย คิดว่าไม่ให้กำลังใจไม่ได้แล้ว ต้องบอกสักหน่อย

รอลุ้น รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ อยากให้เดรโกเจอคนที่ตามหาเร็วๆ จริงๆ  :)

modtanoi1626

  • Guest
ได้อ่านเรื่องนี้ที่คุณโพสท์ไว้ที่เว็บเด็กดีแล้ว ชอบมากๆๆๆ เลยค่ะ สนุกมากๆ
พอมาเจอที่นี่ด้วย คิดว่าไม่ให้กำลังใจไม่ได้แล้ว ต้องบอกสักหน่อย

รอลุ้น รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ อยากให้เดรโกเจอคนที่ตามหาเร็วๆ จริงๆ  :)





เดรโก กำลังจะได้เจอ คนที่ตามหาแล้วหละค่ะ แต่ก็ต้องเจออุปสรรค และ เรื่องประหลาดใจอยู่หลายอย่างเหมือนกัน


^^ ต้องรอลุ้นกันต่อไป อิิอิ


 ขอบคุณสำหรับ กำัลังใจ นะค่ะ  ^0^

modtanoi1626

  • Guest
กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เวลา 8 นาฬิกา

แสงแดดจ้าของฤดูใบไม้ร่วง สาดส่องผ่านผ้าม่านสีขาวสะอาดตา เข้ามาภายในห้องนอนบรรยากาศอึมครึมและเย็นยะเยือก
ภายในเตียงสี่เสาหรูหราที่ถูกปิดด้วยม่านมุงสีขาว ปรากฏร่างชายหนุ่มผิวขาวซีดเซียว ผมสีบอร์นจาง นอนหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากการสู้รบปรบมือกับคู่รักแวมไพร์ เมื่อคืน
แสงแดดร้อนเริ่มสาดแสงเข้ามาในห้องนอนมากขึ้น แสงแดดส่องปะทะเข้ากับใบหน้าขาวซีดของเดรโกอย่างจัง ทำให้เขาแสบตาและพยายามหลี่ตาขึ้นมา ปรากฏร่างของหญิงสูงวัย
รูปร่างท้วมอ้วน ใส่ชุดเดรสสีฟ้ายาวปรกเข่าและมีผ้ากันเปื้อนสีขาวอีกผืนพันรอบเอวหนาๆ ของเธอ ยืนเปิดผ้าม่านหน้าต่างห้องนอนของเดรโกทีละบาน พร้อมกับยืนบ่นพึมพำเป็นภาษาฝรั่งเศส
เมื่อเธอหันมาพบเดรโกกำลังพยายามพยุงตัวให้ลุกขึ้นจากเตียง เธอจึงกล่าวทักทายเขาด้วยน้ำเสียงดุ

"สวัสดีค่ะ คุณสมิธ คุณตื่นได้แล้วหรือค่ะ นี้ก็สายมากแล้วนะค่ะ คุณควรออกไปสูดอากาศตอนเช้าๆ ข้างนอกบ้าง อย่าเอาแต่ อุดอู้อยู่แต่ในห้องเลยค่ะ..คุณควรใช้ชีวิตวัยหนุ่มให้คุ้มค่าบ้างนะค่ะ" หล่อนบ่นเดรโกพร้อมกับ
เดินวนไปวนมาจัดแจงปัดกวาดสิ่งของภายในห้อง เดรโกนั่งขัดสมาธิบนเตียงพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งนวดคลึงขมับทั้ง 2 ข้าง ในขณะที่หญิงร่างท้วมอ้วนกำลังจัดแจงถอดปลอกหมอนบนเตียงและกำลังดึงผ้าปูที่นอนออกจากเตียง

"หลบหน่อยได้ไหมค่ะ..คุณสมิธ" หญิงร่างอ้วนออกคำสั่งเสียงดุ ทำให้เดรโกต้องเคลื่อนที่ออกจากเตียงนอน มานั่งที่โซฟาริมหน้าต่างแทน เดรโกนั่งเอามือข้างหนึ่งเท้าคางไว้และทำท่าเหมือนจะหลับต่อ
แต่ก็ต้องตื่นเพราะ เสียงตะโกนของหญิงร่างอ้วน ทำให้เดรโกสะดุ้งตกใจ

"คุณสมิธ!! คุณยังจะหลับอีกหรือค่ะ..คุณควรตื่นได้แล้วนะค่ะ!!" เดรโกทำหน้านิ่วคิ้วขมวด มองหญิงร่างอ้วน

"มาร์ธา..ตกลงผมจ้างคุณมาทำความสะอาดบ้านหรือมาเป็นแม่ผมเนี่ย" เดรโกบ่นอุบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน  หญิงร่างอ้วนหรือมาร์ธาแม่บ้านของเดรโก ยืนทำท่างเท้าสะเอวมองเดรโก อย่างเอาเรื่อง

"คุณจะไม่จ้างดิฉันก็ได้นะค่ะ..ถ้าคุณคิดว่า ดิฉันทำงานให้คุณไม่ดี คุณสมิธ" มาร์ธากล่าวด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง
เดรโกอมยิ้มและส่ายหน้าเล็กน้อย พร้อมกับลุกออกจากโซฟา เดินตรงไปหามาร์ธาที่ยืนจังก้าเท้าสะเอวอยู่ เดรโกยกมือขึ้นแตะที่บ่าหนาของเธอเบาๆ

"ขอบใจมาก มาร์ธา ขอบใจที่ช่วยดูแลผมดี..และดีมากจนเกินไป" เดรโกกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนประชดประชัน ทำให้มาร์ธาถึงกับอมยิ้มเล็กน้อย

"งั้นดิฉันขอตัวไปทำงานต่อนะค่ะ" มาร์ธากล่าว  เดรโกยิ้มและพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือออกจากบ่าของเธอ  เดรโกเดินเข้าไปในห้องน้ำ จัดแจงถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชิ้นออกจากร่างกาย
เพื่ออาบน้ำ เพราะวันนี้เขามีนัดสมัครงานตอนเที่ยงตรง

เดรโก มัลฟอย ชายหนุ่มผู้สูญเสียคนรักไป เขาย้ายถิ่นฐานมาพำนักอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสได้ราวๆ 4 เดือนกว่า เนื่องจากเขาต้องการหนีออกจากความเป็นอยู่ที่เลวร้ายและสภาพความทรงจำเดิมๆ ที่ทำให้เขาเจ็บปวด
หัวใจ เขาต้องการมาอยู่ในที่ที่เขาเคยให้สัญญากับหญิงสาวอันเป็นที่รักว่า จะพาเธอมาที่นี้ เพราะเธอชื่นชอบประเทศแห่งนี้ ครั้งแรกที่เดรโกมาถึงประเทศนี้ เขาได้ตัดสินใจแล้วว่า จะเลิกยุ่งเกี่ยวกับโลกเวทมนต์อีก
เขาเลือกดำรงค์ชีวิตแบบมักเกิ้ล โดยที่เขาไม่เคยย่างกายเข้าไปในเขตเมืองเวทมนต์ของฝรั่งเศสเลย  ในช่วงแรกที่เดรโกมาถึงประเทศแห่งนี้ เขายังไม่มีที่พักที่เป็นหลักแหล่ง จึงอาศัยพักอยู่ตามโรงแรมของกรุงปารีส
จนกระทั่งได้พบกับมาร์ธาหญิงร่างอ้วน เชื้อชาติฝรั่งเศส วัย 52 ปี ที่โดนโจรวิ่งราวขโมยกระเป๋าและเพิ่งจะตกงาน เดรโกได้ช่วยเหลือเธอไว้ และมาร์ธาคือ ผู้ที่แนะนำบ้านหลังนี้ให้กับเดรโก มันเป็นบ้านของนายจ้างเก่าแก่ของเธอ ซึ่งเมื่อเขาจากไป
ลูกๆ ของเขาจึงขายบ้าน เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้การพนัน มาร์ธาไม่อยากให้บ้านตกไปอยู่ในมือของคนไม่ดี เธอจึงแนะนำให้เดรโกซื้อไว้ ซึ่งเป็นคนที่เธอถูกชะตาและเดรโกเองก็ถูกชะตากับเธอ 
มาร์ธาเป็นหญิงหม้ายที่สามีและลูกชายจากไปในอุบัติเหตุทางน้ำ เธอจึงรักและดูแลเดรโกราวกับเป็นแม่อีกคนของเขา ซึ่งเดรโกเองยอมรับว่า บางครั้งรู้สึกรำคาณเธอและเขาเคยไล่เธอไป แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ต้องไปตามเธอกลับมา
เพราะไม่มีใครที่ทำงานได้ดีและถูกใจเขาเท่ามาร์ธาอีกแล้ว มาร์ธามาดูแลบ้านให้เดรโกอาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากเธอสุขภาพไม่แข็งแรง แต่เธอยืนกรานอยากดูแลบ้านหลังนี้จนกว่าเธอจะจากไป โดยที่เธอไม่เรียกร้องเงินจากเดรโกเลย เดรโกจึงขัดเธอไม่ได้
แต่เขาก็จ่ายค่าจ้างให้เธอ เป็นจำนวนเงินมากพอที่เธอจะอยู่ได้อย่างสุขสบาย

เวลาผ่านไปราว 1 ชั่วโมง

เดรโกเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาสวมเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว ผมสีบอร์นจางของเขาเปียกชุ่ม เดรโกใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่มาร์ธาเตรียมไว้ให้เช็ดศีรษะเบาๆ พร้อมกับเดินไปที่ระเบียงห้องนอน มองดูทัศนียภาพของฤดูใบไม้ร่วง
ทำให้เขาหวนนึกถึงภาพความทรงจำหนึ่ง เป็นภาพความทรงจำอันแสนนาน  ความทรงจำที่เขานอนเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีใบสีส้มแดงหลังโรงเรียน โดยมีเฮอร์ไมโอนีนั่งพิงต้นไม้อยู่เหนือที่เขานอนและกำลังอ่านหนังสือเล่มหนาของเธอ

"นี่!..ไม่อ่านหนังสือหรอ" หญิงสาวผมยาวหนาฟู กล่าวขึ้นเสียงดังพร้อมกับหยิกแขนของชายหนุ่มที่เขาใช้นุ่งศีรษะ

"โอ้ย! เจ็บนะ ..ทำอะไรของเธอหน่ะ ยัยเพี้ยนเอ๊ย" ชายหนุ่มผมบอร์นยันตัวเองขึ้นมาอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ เขาหันหลังไปมองหน้าหญิงสาวอย่างอารมณ์เสีย

"ฉันถามว่าเธอไม่อ่านหนังสือหรือไงเดรโก..มันจะสอบ ว.พ.ร.ส อยู่แล้วนะ" เฮอร์ไมโอนีพูดเสียงดุพร้อมกับแววตาจริงจัง ทำให้เดรโกสีหน้าอ่อนลงและทำหน้าเบื่อหน่าย เขากำลังจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่ก็ถูกเฮอร์ไมโอนีดันศีรษะเอาไว้

"หยุดนะ!..ไม่ให้นอนแล้ว..อ่านหนังสือได้แล้ว!" เฮอร์ไมโอนีโวยวายเสียงดัง ขณะที่พยายามดันศีรษะคนรักให้ลุกขึ้นมา แต่ดูเหมือนเดรโกจะไม่ให้ความร่วมมือกับเธอ เขายังคงพยายามดันศีรษะของตัวเองลงไป
จนกระทั่ง.. เดรโกใช้มือทั้งสองข้างเอื้อมไปจับข้อมือเล็กๆ ของเฮอร์ไมโอนีให้ปล่อยจากศีรษะเขา พร้อมกับฉุดแขนเธอลงมาให้ตัวเธอโผลมาหาเขา

"ว๊าย!!" เฮอร์ไมโอนีร้องด้วยความตกใจเมื่อถูกฉุดแขนอย่างแรงและทำให้ตัวเธอโผลไปหาเดรโกซึ่งนอนอยู่ จนใบหน้าเธอปะทะเข้ากับอกแน่นของเดรโกอย่างแรง เฮอร์ไมโอนีพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ถูกแรงมหาศาลดึงไว้ แต่แล้วเธอสังเกตุเห็นเดรโก
ดิ้นไปดิ้นมาอยู่ใต้ร่างเธอ

"โอ้ย! โอ้ย! ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย ฉันหายใจไม่ออก " เดรโกตะโกนโวยวายเสียงดังอยู่ภายใต้หน้าอกของหญิงสาว ทำให้เฮอร์ไมโอนีรู้สึกอับอายมาก ใบหน้าของเธอแดงกล่ำราวกับลูกมะเขือเทศสุก
เฮอร์ไมโอนีพยายามดิ้นรนอีกครั้งและพยายามหมุนข้อมือไปมาเพื่อให้เขาปล่อยเธอ

"ปล่อยนะ!!..ไอ้คนบ้า ไอ้ลามก " เฮอร์ไมโอนีโวยวายเสียงดัง

"ฮ่าๆ ไม่ปล่อยหรอก..ฉันอยากตายแบบนี้" เสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจของเดรโกดังออกมาพร้อมกับคำพูดที่ทำให้เฮอร์ไมโอนีหน้าแดงกว่าเดิม เฮอร์ไมโอนีพยายามดิ้นอีกครั้ง
แต่เดรโกก็ไม่ยอมปล่อยเธอ กลับยิ่งจับแน่นกว่าเดิม จนในที่สุด เฮอร์ไมโอนีเริ่มโมโหจริงๆ ขึ้นมาแล้ว

"หนอย!ไม่ปล่อยใช่ไหม๊!!นี่แน่ะ" สิ้นประโยค เฮอร์ไมโอนีฝังฟันเป็นระเบียบเพราะเวทมนต์มาดามพอมพรีย์ของเธอเข้ากับเนื้อหน้าอกของเดรโกทันที 

"โอ้ยยยยยยยยยย!!เจ็บนะ ยัยบ้า หยุด หยุดนะ" เดรโกร้องครวญครางเมื่อถูกเฮอร์ไมโอนีกัดเข้าที่เนื้ออกอย่างแรง เขาจึงยอมปล่อยมือเธอ เพื่อให้เธอปล่อยเขาเช่นกัน
สมใจเฮอร์ไมโอนี เธอหลุดออกจากพันธนาการลามกของเดรโก มัลฟอย ได้สำเร็จ เธอกลับไปนั่งที่เดิม พร้อมกับจัดแจงเสื้อผ้าและทรงผมให้เข้าที่อย่างสบายใจ ต่างจากเดรโกซึ่งนอนเอามือลูบหน้าอกเพราะความเจ็บอยู่
เมื่อคลายความเจ็บลง เดรโกลุกขึ้นมานั่งประจันหน้ากับเฮอร์ไมโอนี ด้วยอารมณ์โมโห

"ฉันเป็นแฟนเธอนะ..มากัดฉันได้ยังไง" เดรโกกล่าวเสียงเขียว

"แล้วไง" เฮอร์ไมโอนีตีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจคำพูดเขา   เมื่อได้ฟังคำตอบเดรโกถลึงตาโต ทำท่าลุกลี้ลุกลน เหมือนเด็กที่ไม่ได้รับความสนใจ

"ก็ฉันเป็นแฟนเธอนี่!" เดรโกเริ่มโวยวายเสียงดังขึ้น เฮอร์ไมโอนีจ้องมองเดรโกด้วยสีหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง

"แล้วไง" คำตอบของเธอทำให้เดรโกเริ่มโมโหมากขึ้น

"ก็แล้วยังไงหล่ะ..เธอเอาปากเธอมากัดฉันได้ยังไงกัน" เดรโกโวยวาย ใบหน้าเขาเริ่มแดง ผิดกับเฮอร์ไมโอนีที่ยังคงมีสีหน้าไม่สนใจเขา

"แล้วอุ๊บ!" ประโยคคำตอบของเฮอร์ไมโอนีถูกดูดกลืนหายไปด้วยริมฝีปากเรียวบางของเดรโก เฮอร์ไมโอนีตะลึงอยู่สักครู่ ก่อนที่จะรู้สึกตัวเมื่อเดรโกถอนริมฝีปากของเขาออกไปแล้ว แววตาของเดรโกที่สบตากับดวงตาเบิกกว้างของเฮอร์ไมโอนี ฉายความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างชัดเจน

"ปากของเธอ มีไว้ให้ฉันจูบ ไม่ได้มีไว้กัดฉัน..จำไว้เลย เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ หึหึ" เดรโกอมยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจ ก่อนที่จะหันกลับไปล้มตัวลงนอนอีกครั้งอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้เฮอร์ไมโอนีนั่งตะลึงเขินอาย
ทำอะไรต่อไปไม่ถูก....

"ก๊อก..ก๊อก" เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เดรโกตื่นจากภวังค์รักแสนหวานของเขา
ภาพแห่งความทรงจำหวานชื่นค่อยๆ เลือนรางจางหายไปอย่างช้าๆ กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย ความจริงที่ ณ ตอนนี้มีเพียงเดรโกเท่านั้น
เดรโกเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอน พบมาร์ธายืนอยู่หน้าประตูด้วยกิริยาสุภาพสมกับการเป็นอดีตสาวรับใช้ของบ้านผู้ดีฝรั่งเศส

"มีอะไรมาร์ธา" เดรโกกล่าวถามเสียงเรียบ

"ดิฉันจะถามคุณว่า คุณจะรับประทานอาหารเช้าที่บ้านไหมค่ะ..ดิฉันจะได้เตรียมไว้ให้คุณ" มาร์ธากล่าว

"อืม..ผมขอกาแฟสักแก้วก็แล้วกัน..ผมจะลงไปกินข้างล่างนะ ไม่ต้องยกขึ้นมา" พูดจบเดรโกจึงหันไปเช็ดผมของเขาที่หน้ากระจกบานใหญ่

เมื่อได้รับคำสั่งเรียบร้อย มาร์ธาก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อมก่อนจะค่อยๆ ปิดประตูลงอย่างช้าๆ ขณะที่เดรโกจัดแจงเช็ดผมที่เปียกชุ่มให้แห้งและจัดแต่งทรงด้วยอุปกรณ์จัดแต่งผมของมักเกิ้ลที่เขาชื่นชอบ
อันที่จริงเดรโกมีความชื่นชมมักเกิ้ลมานานแล้ว หลังจากที่ได้อ่านหนังสือของมักเกิ้ลที่เฮอร์ไมโอนีนำมาให้เขา เดรโกได้เรียนรู้ว่ามักเกิ้ลสามารถสรรค์สร้างทุกอย่างได้ด้วยมือเล็กๆ คู่เดียว แม้ไม่มีเวทมนต์
มักเกิ้ลก็สร้างไปดวงดาวอื่นที่ไม่ใช่โลกใบนี้ได้ เมื่อจัดการกับผมยุ่งๆ ของเขาเรียบร้อย เดรโกหันมาเลือกเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เก็บเสื้อผ้าขนาดใหญ่ของเขา ภายในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อและกางเกงที่จัดเป็นชุดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยฝีมือของมาร์ธา
เดรโกยอมรับมาร์ธาอีกเรื่องหนึ่งคือ หล่อนเป็นหญิงแก่ที่มีรสนิยมเรื่องเครื่องแต่งกายดีมากคนหนึ่ง ชุดที่หล่อนจัดไว้ให้เขาแต่ละชุดล้วนแต่ผสมผสานกันได้อย่างดี และแน่นอนว่า เสื้อผ้าของเขา มาร์ธาก็เป็นผู้ที่จัดแจงซื้อหามาให้
ซึ่งเสื้อผ้าทุกชิ้นเดรโกจะสั่งเธอเพียงแค่ "เอาสีดำเท่านั้นนะ" นอกเหนือจากนั้นเธอสามารถซื้อเสื้อผ้าแบบไหนมาให้เขาก็ได้ทั้งนั้น

"เอาเป็นทางการหน่อยก็แล้วกัน" เดรโกบ่นพึมพำในขณะที่เลือกเสื้อผ้าและชุดที่เขาหยิบออกมา คือ ชุดสูทสีดำกับเนคไทสีดำของอามานี่
เดรโกจัดแจงหยิบจับเสื้อผ้าอาภรณ์มาใส่อย่างปรานีบรรจง เมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย เดรโกยื่นมองกระจกบานใหญ่อีกครั้งเพื่อสำรวจความบกพร่อง
เขาจ้องมองใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกใส เดรโกขยับกายเข้าไปใกล้กระจกมากขึ้น เขาจ้องมองลึกเข้าไปในกระจกกว่าเดิม..

"ทำไมแก่ไปเยอะขนาดนี้นะ" เดรโกถอนหายใจเบาๆ อย่างถอดใจ ก่อนจะเดินไปหยิบสิ่งของที่จำเป็นสำหรับวันนี้และเดินออกประตูห้องนอนไป
เมื่อเดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง เดรโกเดินตรงไปที่ห้องรับประทานอาหารหรูหรา ที่มีโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาวสไตส์วิคตอเรียตั้งอยู่ โต๊ะนี้สามารถนั่งรับประทานอาหารได้ราว 20 คน
แต่หัวโต๊ะกับมีเพียงเดรโกเท่านั้นที่นั่งอยู่ ขณะที่นั่งรอมาร์ธามาเสริฟ์กาแฟให้ เดรโกเหม่อลอยนึกว่าโต๊ะอาหารที่บ้านของเขา โต๊ะกว้างใหญ่แต่มีเพียงพ่อ แม่ ลูก ที่ไม่มองหน้ากัน 3 คนเท่านั้นที่นั่งอยู่
หรือบางทีก็มีเพียงเขาคนเดียว

"ขอประทานโทษนะค่ะ" เสียงของมาร์ธาดังขึ้น ทำให้เดรโกหยุดเหม่อลอยลงได้ มาร์ธามาพร้อมกับกาใส่กาแฟใบเล็กๆ หล่อนรินกาแฟใส่ถ้วยกาแฟให้เขาอย่างสุภาพ

"คุณอยากทานอะไรเพิ่มอีกไหมค่ะ" มาร์ธากล่าวถามน้ำเสียงห่วงใย เดรโกส่ายหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้รู้ว่า เขาไม่ต้องการอะไรอีก มาร์ธาจึงก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป

เดรโกจิบกาแฟดำหอมกรุ่นอย่างใจเย็น พร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์ของมักเกิ้ล เพื่อให้รู้ทันสถานการณ์ปัจจุบันของโลกมักเกิ้ลที่เขาอาศัยอยู่

"เกร้ง...เกร้ง...เกร้ง...." เสียงนาฬิกาไม้เก่าแก่ประจำบ้านตีบอกเวลาชั่วโมงเสียงดังก้องไปทั้งบ้าน เดรโกได้ยินเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาชั่วโมงจึงพลิกข้อมือดูนาฬิกาข้อมือของเขาอย่างช้าๆ

"เฮ้ย!11 โมงแล้วหรอ..ให้ตายสิ!" เดรโกรีบดื่มกาแฟในถ้วยอย่างรวดเร็ว เขารีบลุกออกจากเก้าอี้ที่นั่งและรีบเดินออกจากห้องรับประทานอาหารเพื่อไปที่โรงเก็บรถยนต์คันโปรดอย่างเร็วที่สุด
เมื่อถึงโรงเก็บรถ เดรโกควานหากุญแจรถยนตร์ตามกระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกงจนทั่วแต่ก็หามันไม่พบ

"โธ่เอ๊ย!!บ้าชะมัดอยู่ไหนกันว่ะ" เดรโกเริ่มโมโห

"คุณสมิธค่ะ..คุณสมิธ..คุณลืมกุญแจค่ะ" เสียงมาร์ธาตะโกนเสียงดังมาจากนอกโรงเก็บรถ เดรโกรีบเดินออกไปหน้าประตูโรงเก็บรถทันที ก็พบมาร์ธายืนกระหืดกระหอบอยู่ หล่อนไม่พูดอะไรเพียงแต่ยื่นกุญแจรถยนตร์ให้เขาเท่านั้น
เดรโกจึงรีบรับกุญแจจากมาร์ธาโดยเร็ว

"ขอบใจมากนะ มาร์ธา" พูดจบ เดรโกรีบเดินตรงดิ่งไปที่รถยนต์ BMW สีดำคันโปรดทันที เขารีบกดรีโมตปลดล็อครถยนต์และรีบเข้าไปนั่งข้างในทันที ไม่ช้าเดรโกก็ขับรถยนต์ออกไปอย่างเร่งรีบที่สุด
เวลาผ่านไปสักครู่ เดรโกยังคงขับรถด้วยความเร็ว เขาขับผ่านสวนสาธารณะที่พบกับเด็บบี้ครั้งแรก

"ใกล้ถึงแล้ว..ใกล้ถึงแล้ว" เดรโกบ่นพึมพำกับตัวเอง ด้วยหัวใจที่ตื่นเต้นและกระวนกระวาย และแล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า เขาอาจจะลืมหยิบของสำคัญมาด้วย เดรโกจึงรีบค้นตามกระเป๋าเสื้อด้านใน
แล้วเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

"เฮ้อ~ดีนะที่หยิบไม้กายสิทธิ์มาด้วย..อุปกรณ์สมัครงานของฉัน หึหึ" รอยยิ้มแฝงความชั่วร้ายของเดรโกปรากฏขึ้นอีกครั้ง เดรโกตั้งใจจะใช้ คาถากับคนรับสมัครงาน
เขารู้ดีว่า มันไม่ถูกต้อง แต่เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่เขาต้องการ เลวกว่านี้ เขาก็จะทำ  เดรโกขับรถมาถึงตรงบริเวณสี่แยกไฟแดง ซึ่งบริเวณถนนอีกฝั่งก็คือ จุดหมายของเขา
เมื่อสัญญาณไฟเขียว เดรโกขับรถเลี้ยวไปทางซ้ายและตรงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเห็นตึกที่มีป้ายสีทองเหลืองขนาดใหญ่เขียนว่า "โรงเรียนสอนดนตรีดาเอ้" เดรโกยิ้มกรุ่มกริ่มออกมา
เขาขับรถไปจอดไว้บริเวณที่สามารถจอดได้ เดรโกจัดแจงจัดระเบียบตัวเองอีกครั้ง จึงลงจากมารถยนต์คันงาม ด้วยผิวสีขาวสว่างขลับกับชุดสีดำล้วน ยิ่งทำให้เดรโกดูโดดเด่นสะดุดตาสาวๆ ฝรั่งเศสที่เดินผ่านเขาไป
ทุกคนต่างหันมามองเขาตาเป็นมัน เดรโกแสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาสาวๆเหล่านั้น เขารีบเดินอย่างเร่งรีบเข้าไปภายในตึกสีขาวสะอาดตา เดรโกเดินตรงเข้าไปในลิฟท์ทันที เขากดปุ่มหมายเลข 5 เพื่อขึ้นไปชั้นที่ 5 แผนกเปียโน
เมื่อถึงชั้นที่ 5 เดรโกรีบเดินเข้าไปภายใน เขาได้พบกับประชาสัมพันธ์สาวสวยคนเดิมอีกครั้ง หล่อนเองก็ดูเหมือนจะจำเขาได้ เมื่อเห็นหน้าของเดรโก เจ้าหล่อนแสดงอาการดีใจออกมาจนเกินเหตุราวกับกลัวว่าถ้าเก็บเอาไว้มันจะระเบิดออกมา

"ว๊าว!ไม่น่าเชื่อเลยว่า จะได้พบคุณอีก คราวนี้มาทำอะไรค่ะ" ประชาสัมพันธ์สาวสวยกล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มพร้อมกับรอยยิ้มเริงร่า
เมื่อเห็นหล่อนทำท่าดีใจขนาดนั้น ทำให้เดรโกรู้สึกว่า หากได้ทำงานที่นี้ เขาอาจจะได้ประโยชน์อะไรบางอย่างกับหล่อนอยู่ไม่น้อย เดรโกจึงยิ้มรับกลับไปเล็กน้อย

"คือผมมาสมัครเป็นอาจารย์ที่นี้ครับ" เดรโกวางมาดสุขุม ประชาสัมพันธ์สาวดูดีใจไม่น้อยไปกว่าเดิม

"เอ่อ..คุณเตรียมเอกสารมาด้วยไหมค่ะ" ประชาสัมพันธ์สาวกล่าว  เดรโกอมยิ้มเล็กน้อย

"อ๋อมีแน่นอนครับ" เดรโกกล่าว

"งั้นดิฉันขอตรวจสอบเอกสารหน่อยนะค่ะว่า ครบถ้วนหรือเปล่า" ประชาสัมพันธ์สาวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้เตรียมพร้อมตรวจสอบเอกสาร
เดรโกคิดอยู่แล้วว่า หล่อนต้องขอตรวจสอบเอกสารของเขา เดรโกจึงคิดไม้เด็ดไว้ใช้จัดการมักเกิ้ลสาวคนนี้ เดรโกก้มตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าขาวชมพูของหล่อน
ระยะใกล้พอที่จะรู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่าย เดรโกจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของหล่อน

"ผมคิดว่า ผมอยากชวนคุณไปทานมื้อค่ำกันวันนี้ หลังจากที่คุณเสร็จงาน ผมรู้ว่างานคุณเยอะอยู่แล้ว ผมไม่อยากสร้างงานให้คุณอีก หากคุณทำงานเสร็จเร็วแล้วเรามีเวลาเหลือกันมากพอ..บางทีผมคิดว่า เราอาจจะ.." ยังไม่ทันสิ้นสุดประโยคของเดรโก
ประชาสัมพันธ์สาวทรุดตัวลงไปนั่งกับเก้าอี้ ราวกับถูกสะกดจิตและราวกับกำลังจะละลาย หล่อนหายใจหอบอยู่สักครู่ แล้วจึงชี้มือไปที่ประตูบานหนึ่ง

"ชะ..เชิญคุณ..ที่ห้องนั้นเลยค่ะ" ใบหน้าประชาสัมพันธ์สาวแดงกล่ำราวกับคนเป็นไข้ เดรโกมองหน้าของหล่อนแล้วอมยิ้มออกมานิดหน่อย
เดรโกเดินไปตามที่ประชาสัมพันธ์สาวบอกไว้ เมื่อถึงประตูหน้าห้อง เดรโกเคาะประตู 3 ครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงตอบรับดังมาจากในห้อง


modtanoi1626

  • Guest
"เชิญเข้ามาได้เลยค่ะ" เมื่อได้รับการอนุญาติ เดรโกหมุนลูกบิดเบาๆ และค่อยๆ เปิดประตูห้องอย่างช้าๆ ภายในห้องนั้นถูกตกแต่งด้วยงานศิลปะหลากหลายแขนงทั้งภาพวาดดินสอ ภาพสีน้ำมัน และงานปั้นต่างๆ
ผนังของห้องถูกตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีขาวลายกุหลาบสีครีมเหลือบทอง เข้ากันได้ดีกับผ้าม่านหน้าต่างยาวจรดพื้นสีแดง เดรโกมองไปรอบๆ ห้อง ก็พบกับหญิงสาววัยกลางคน นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้หรูหรา

"เชิญนั่งค่ะ" หญิงสาวกล่าว เดรโกเดินไปที่เก้าอี้อย่างภูมิฐาน เขาเลื่อนเก้าอี้ไม้ขัดมันเงางามและนั่งลงอย่างช้าๆ

"ผมมาสมัครเป็นอาจารย์สอนเปียโนครับ" เดรโกกล่าว หญิงสาวมองหน้าของเดรโกสักครู่ ก่อนจะเอ่ยปากถามคำถามเขา

"เอ่อ..คุณมีประสบการณ์ด้านเปียโนมานานแค่ไหนค่ะ" หญิงสาวกล่าวเสียงเข้ม

"ผมเล่นเปียโนมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบจนถึงปัจจุบัน ครับ" เดรโกกล่าว หญิงสาวทำสีหน้าครุ่นคิด

"งั้นดิฉันขอดูประวัติของคุณหน่อยนะค่ะ" หญิงสาวเอ่ยขึ้น เดรโกอมยิ้มเล็กน้อย มือของเขาค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในเสื้ออย่างช้าๆ

"ดูให้ดีนะครับ" เกิดแสงสีขาวสว่างจ้าขึ้นภายในห้อง เดรโกลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ มือข้างหนึ่งของเขาถือไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือและชี้ไปที่หน้าของหญิงสาว หล่อนตาค้างราวกับถูกสะกดจิต สีหน้าไม่แสดงอาการรับรู้อะไรทั้งสิ้น

"มาดามดาเอ้..คุณจะรับผม..เอริก สมิธ เป็นอาจารย์สอนเปียโนในโรงเรียนของคุณ..ประวัติของผมคุณทราบหมดแล้วและคุณไม่ต้องการจะรู้อะไรอีก" สิ้นสุดคำพูดของเดรโกแสงสีขาวสว่างจ้าจากปลายไม้กายสิทธิ์ของเขา รวมตัวกัน
กลายเป็นเส้นแสงสีขาวพลิ้วไหวเสมือนเส้นผมล่องลอยอยู่ในอากาศ ไม่ช้า เดรโกใช้ไม้กายสิทธิ์ของเขาวนรอบศีรษะของเธอ ทำให้เส้นแสงสีขาวสว่างจ้าวนเวียนอยู่รอบๆ ศีรษะของเธอและในไม่ช้าเส้นแสงเหล่านั้นก็ซึมผ่านเข้าไปภายในศีรษะของเธอ
เดรโกมองดูเหตุการณ์และยิ้มออกมาอย่างพอใจ เขาเก็บไม้กายสิทธิ์เข้าไปในเสื้อและนั่งลงบนเก้าอี้ดังเดิม
ไม่ช้ามาดามดาเอ้ ได้สติกลับคืนมา หล่อนทำหน้านิ่วคิ้วขมวน ราวกับกำลังสับสนกับความคิดในหัวสมอง เดรโกเห็นอาการของหล่อน ก็รู้ได้ทันทีว่า หล่อนกำลังสับสนกับความทรงจำเดิมและความทรงจำใหม่ที่เขาหยิบยื่นให้ 
เดรโกจึงตัดสินใจตัดบทการสนทนาในวันนี้ลง

"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ คุณดาเอ้..แล้วคุณจะให้ผมเริ่มงานวันไหนดี" เดรโกกล่าวขึ้นเสียงดังและหนักแน่น เพื่อให้มาดามดาเอ้แน่ใจในความทรงจำ แต่หล่อนยังคงมีสีหน้าที่สับสนอยู่

"เอ่อ..เอ่อ เริ่มวันนี้เลยก็แล้วกันนะค่ะ..เดี๋ยวดิฉันจะเอาตารางสอนของคุณให้"พูดจบ หล่อนจึงก้มลงไปหยิบแฟ้มเอกสารเล่มหนึ่งให้เดรโก

"นี่ค่ะ"

"ขอบคุณครับ" เดรโกรับแฟ้มเอกสารมาจากมาดามดาเอ้ เขาค่อยๆ เปิดดูเอกสารรายละเอียดข้างใน

"นี่เป็นรายละเอียดเวลาที่คุณต้องสอนในแต่ละวันนะค่ะ ..และมีรายชื่อของนักเรียนที่คุณต้องสอนอยู่ด้านหลังสุด" หลังจากฟังมาดามดาเอ้พูดจบ เดรโกเปิดหน้าแฟ้มไปยังหน้าสุดท้ายทันที
มีรายชื่อของนักเรียนที่ต้องเรียนกับเขาในแต่ละวัน เดรโกไล่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวันเสาร์ เขาไล่ดูรายชื่อนักเรียนแต่ละคนช้าๆ จนกระทั่งพบ "เดบาร่าห์  เอเมอร์" ดวงตาของเดรโกเบิกกว้าง
เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อได้เห็นชื่อเธอ เขาละสายตาออกจากเอกสารรายชื่อ และมองหน้าของมาดามดาเอ้

"เอ่อ คุณดาเอ้ครับ ไม่ทราบว่า ผมจะขอดูประวัติของนักเรียนแต่ละคนที่ผมต้องสอนได้ไหมครับ" เดรโกกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มาดามดาเอ้แสดงสีหน้างุ่นงงเล็กน้อย จากนั้นเธอจึงก้มลงไปหยิบแฟ้มเอกสารสีแดงสดอีกหนึ่งเล่มให้เดรโก
เธอยื่นมันให้เขา เดรโกรับแฟ้มเอกสารมาอย่างเร่งรีบ เขารีบเปิดแฟ้มนั้นทันที จนกระทั่งถึงเอกสารหน้าสุดท้าย เขาพบภาพถ่ายของเด็กหญิงผมบอร์นทองที่เขาคุ้นเคย เดรโกไล่อ่านประวัติของเธอทีละบรรทัด

"ชื่อ เดบาร่าห์  ชาร์ล็อต เอเมอร์ 
เกิดวันที่ 8 เดือน มีนาคม ปี 1998
อายุ  9 ปี
พี่น้องร่วมสายโลหิต 1 คน 
ชื่อ ดาโกต้า แอนเดรีย เอเมอร์
มารดาชื่อ เจนนิเฟอร์ เอเมอร์
บิดา - ไม่ระบุ -"

(*หมายเหตุ : ปีเกิดของเด็บบี้อ้างอิงจากปีเกิดในแฮร์รี่ พอตเตอร์นะค่ะ)
[/i]

เดรโกไล่อ่านประวัติของเด็บบี้ด้วยหัวใจที่สั่นระรั่ว ในประวัติของเธอไม่ระบุว่า ใครคือพ่อและไม่ได้บอกถึงสถานะของบิดาว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เดรโกยิ่งเกิดความสับสนงุ่นงงในตัวของเด็บบี้มากขึ้นทุกที
เขาไล่นับปีเกิดของเธอ มันเป็นปีที่เฮอร์ไมโอนีหายตัวไปได้ 1 ปีพอดี 
แต่เมื่อเห็นว่าเธอมีพี่น้อง ยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจในตัวเธอมากขึ้นกว่าเดิม 
เวลานี้สิ่งเดียวที่เขาอยากจะเห็น คือ จี้ที่ห้อยคอของเด็บบี้ เขาอยากดูมันใกล้ๆ ว่า มันใช่สิ่งของที่เขาคุ้นเคยหรือไม่
เพราะถ้ามันใช่ เขาก็อยากจะเห็นแม่ของเด็กคนนี้เหลือเกิน
เดรโกพยายามพลิกหน้าเอกสารเพื่อหาประวัติของพี่น้องเด็บบี้อีกคน แต่ก็ไม่พบ เขาจึงละสายตาออกจากเอกสารเพื่อถามเรื่องราวกับมาดามดาเอ้

"เอ่อ..เด็กที่ชื่อ ดาโก้ต้า เอเมอร์ เรียนที่นี้หรือเปล่าครับ" เดรโกเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา แต่สีหน้าและแววตาที่เขาแสดงออกมานั้นจริงจังจนดูน่ากลัว

"เรียนค่ะ" มาดามดาเอ้กล่าว พลางหยิบแว่นตาขึ้นมาใส่ เดรโกพยายามเปิดหาประวัติของดาโกต้า เอเมอร์ แต่ก็ไม่พบ

"เธอไม่ได้เรียนกับคุณหรอกค่ะ..เธอเรียนอยู่แผนกไวโอลีนที่ชั้น 4" มาดามดาเอ้กล่าว ขณะที่เธอกำลังง้วนอยู่กับเอกสารมากมายตรงหน้า 

"ผมขอดูประวัติของเธอได้ไหม" เดรโกกล่าวน้ำเสียงจริงจัง มาดามดาเอ้ละสายตาออกจากเอกสารตรงหน้า เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าของเดรโก

"คุณจะดูไปทำไมค่ะ" มาดามดาเอ้หลี่ตามองเดรโกด้วยความสงสัย ทำให้เดรโกต้องระวังตัวมากขึ้น

"คือ ผมเห็นชื่อเธอในประวัติของเดบาร่าห์ เอเมอร์ นักเรียนคนหนึ่งของผมหน่ะครับ ก็เลยแค่อยากรู้ว่า พี่น้องคู่นี้เรียนด้วยกันในห้องเรียนหรือเปล่า" เดรโกกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร
มาดามดาเอ้เลิกหลี่ตามองเดรโก เธอก้มลงไปสนใจเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง

"เด็กแฝดคู่นั้นไม่ได้เรียนด้วยกันหรอกค่ะ..รูปร่างหน้าตาเหมือนกัน แต่นิสัยกลับต่างกันราวสีขาวกับสีดำ" มาดามดาเอ้กล่าวเสียงเรียบ
ในขณะที่เดรโกกำลังรู้สึกมึนงงกับเรื่องที่ได้ฟัง

"เด็ก 2 คนนั้นเป็น ฝาแฝดกันหรือครับ" เดรโกกล่าวเสียงสั่น

"คุณก็ได้ยินชัดแล้วนี่ค่ะ" มาดามดาเอ้ตอบโดยยังคงยุ่งวายกับเอกสารตรงหน้า ไม่ช้าเธอก็ถอดแว่นตาออกและนั่งเอามือทั้ง 2 ข้างประสานกันบนโต๊ะทำงาน ขณะที่มองหน้าเดรโกด้วย

"คุณไม่ต้องกังวลว่าจะจำเด็ก 2 คนนี้สลับกันหรอกนะ คุณสมิธ..คือ..แฝดผู้น้องเดบาร่าห์หน่ะ น่ารัก พูดจาสุภาพเรียบร้อย แต่กับแฝดผู้พี่ดาโกต้านี้สิ..อืม..เธอค่อนข้างขี้โมโหและเจ้าอารมณ์ เธอเคยทำเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งหัวแตกโดยการเอาไวโอลีนฟาดเขา..ร้ายกาจน่าดูเลยใช่ไหม" มาดามดาเอ้กล่าว
เดรโกนั่งครุ่นคิดอยู่สักครู่ โดยไม่ได้กล่าวอะไรต่อ มาดามดาเอ้หันหลังไปมองนาฬิกาไม้หลังโต๊ะทำงานของเธอ

"โอ้ตายจริง..คุณสมิธคุณได้เวลาสอนชั่วโมงแรกแล้วหละ..ขอให้โชคดีนะอาจารย์คนใหม่" มาดามกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มเมตตาให้เดรโก
เดรโกยิ้มเบาๆ และพยักหน้ารับรู้เล็กน้อย ก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้และเดินออกจากห้องทำงานมาดามดาเอ้ไป
เมื่อถึงทางเดินยาวเหยียดเดรโกเปิดหน้าเอกสารเพื่อดูว่า เขาจะต้องไปสอนที่ห้องไหน

"ห้องเปียโน 13..อยู่ไหนกันนะ" เดรโกปิดแฟ้มเอกสารและเริ่มเดินไล่เลขห้องทีละห้อง ขณะที่เดรโกมัวแต่มองแผ่นป้ายเลขห้องทองเหลืองที่ติดอยู่เหนือประตูทุกบาน เขาก็ต้องหยุดเดินต่อเพราะชนเข้ากับใครบางคน

"โอ้ย!" เสียงของเด็กหญิงคนหนึ่งร้องเสียงดัง เมื่อชนกับเดรโกและตัวเธอก็ล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นห้อง
เดรโกก้มลงไปมองเด็กหญิงที่ชนเขา ขณะที่เดรโกกำลังจะช่วยผยุงเด็กหญิงขึ้นมา เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบกับเด็กที่อยู่ตรงหน้า

"เด็บบี้!" เดรโกร้องเสียงหลง เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกับเด็กหญิงที่เขาตามหา แต่แล้วเดรโกกลับเห็นเด็กหญิงมองเดรโกตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเอาเรื่อง เธอรีบยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

"เด็บบี้ที่ไหนกัน..คนอะไรชนคนอื่นแล้วไม่รู้จักขอโทษ..ไร้มารยาท" เด็กหญิงพูดกล่าวโทษเดรโกด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน เดรโกถึงกับตกตะลึงในคำพูดนั้น
เขารู้ทันทีว่า นี้ไม่ใช่เด็บบี้ที่เขารู้จักแน่นอน เธอต้องเป็น ดาโกต้า พี่สาวฝาแฝดของเด็บบี้แน่ เด็กหญิงผมบอร์นคนนั้นก้มตัวลงเก็บกระเป๋าของเธอที่ตกอยู่ ก่อนจะเดินชนเดรโกอีกครั้ง เพื่อให้หลีกทางเธอ
เดรโกหันหลังกลับไปมองเด็กหญิงผมบอร์นที่กำลังเดินเข้าไปในลิฟท์

"ร้ายอย่างที่พูดไว้จริงๆ" เดรโกอมยิ้มออกมาเล็กน้อย ขณะที่เขากำลังจะเดินหาห้องเรียนต่อไป เท้าของเขาก็เหยียบเข้ากับวัตถุบางอย่าง
เดรโกจึงรีบละเท้าออกมาด้วยความตกใจ ทันทีที่เขาได้เห็นวัตถุชิ้นนั้น เสียงหัวใจของเดรโกเต้นระรั่วราวกับเสียงรั่วกลอง เขาค่อยๆ ก้มลงหยิบวัตถุชิ้นนั้นด้วยอาการมือสั่น เขาหยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือ
ทันทีที่วัตถุชิ้นนั้นสัมผัสกับมือขาวซีดของเดรโก มันเริ่มสั่นและเริ่มลอยขึ้นหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วก่อนที่จะเบาลงและหยุดอยู่กับที่ลอยอยู่ในอากาศเหนือมือของเดรโก

"วัตถุเวทมนต์" เดรโกพึมพำ ขณะที่จ้องมองวัตถุชิ้นนั้นลอยอยู่เหนือมือของตัวเอง มันดูคล้ายจี้ล็อคเก็ตเล็กๆ ซึ่งไม่รู้ว่า ภายในนั้นบรรจุอะไรอยู่ แต่ที่แน่นอนคือ มันต้องมีส่วนผสมของวัตถุเวทมนต์บางอย่างประกอบอยู่ด้วย
เดรโกมองดูวัตถุชิ้นนี้อย่างพินิจพิจารณา ว่าเหตุใดวัตถุชิ้นนี้จึงได้มีปฏิกิริยาเมื่อเขาสัมผัสถูกมัน เขาตัดสินใจคว้าวัตถุชิ้นนั้นไว้ในมือและเก็บมันลงในกระเป๋าเสื้อด้านใน เพื่อนำมันไปหาคำตอบต่อไป

-----------

ในชั้นล่างสุดของอาคาร หญิงสาวรูปร่างหน้าตาสวยสง่าในชุดแซกทำงานสีดำ นั่งอยู่บริเวณล็อบบี้ของอาคาร เธอกำลังนั่งอ่านหนังสือนิตรสารแฟชั่นเล่มหนึ่ง เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่

"แม่ค่ะ..แม่" เด็กหญิงใบหน้าน่ารัก วิ่งกระหืดกระหอบมาหาหญิงสาวคนนั้น

"อ้าวมาแล้วหรอ" หญิงสาวกล่าวทักเด็กหญิงตัวน้อย เธอพยักหน้ารับคำทักผู้เป็นแม่ทันที

"แม่รู้ไหม!เมื่อกี้หนูเจอผู้ใหญ่ไร้มารยาทมาชนหนูด้วย..นิสัยแย่มากจริงๆ" เด็กหญิงทำท่าทางเล่าเรื่องราวให้แม่ของเธอฟัง หญิงสาวเมื่อได้ฟังเหตุการณ์ที่ลูกสาวของเธอเล่า เธอยิ้มเล็กน้อยให้กับลูกสาวก่อนจะใช้มือลูบศีรษะของเด็กหญิงเบาๆ

"ลูกรัก..ลูกไม่ควรพูดจาแบบนั้นรู้ไหม..แม่เลี้ยงหนูมาให้เป็นเด็กดีนะจ๊ะ" เด็กหญิงทำท่าจุ๊ปาก ตีสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาชัดเจน หญิงสาวเมื่อได้เห็นลูกสาวแสดงกริยาแบบนั้น เธอหัวเราะออกมาเบาๆ และใช้มือลูบศีรษะลูกสาวอีกครั้ง

"เหมือนพ่อจังนะเรา" หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เด็กหญิงเมื่อได้ยินคำเปรียบเปรยก็ยิ้มกว้างออกมา หญิงสาวหันไปมองรอบบริเวณนั้นและหันกลับมามองลูกสาวคนสวยของเธออีกครั้ง

"ดาโกต้า..เด็บบี้ไปไหนหละ" หญิงสาวเอ่ยถามลูกสาวตัวน้อยของเธอ เด็กหญิงทำท่าชี้ขึ้นไปข้างบน

"เด็บบี้รอเรียนเปียโนต่อค่ะแม่..เธอบอกให้เรากลับกันไปก่อนเดี๋ยวเธอจะให้ ยัยอ้วนริเน่มารับ" เด็กหญิงพูดขึ้น ขณะที่ผู้เป็นแม่ทำตาดุมองเธอ

"แม่บอกแล้วไง ว่าไม่ให้เรียก คุณริเน่แบบนั้น..ดาโกต้า" เด็กหญิงผมบอร์นจุ๊ปากไม่พอใจอีกครั้ง เธอหยิบกระเป๋าและเดินออกมาจากล็อบบี้ทันที หญิงสาวเมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักของเธอแสดงกริยาแบบนั้น เธอส่ายหน้าเบาๆ และถอดใจอย่างช่วยไม่ได้

"เหมือนพ่อจนเกินเหตุจริงๆ" หญิงสาวบ่นพึมพำ ขณะที่ลุกขึ้นจากโซฟาและเดินตามลูกสาวเจ้าอารมณ์ไป ทั้งคู่เดินออกจากตัวอาคารและเดินตรงไปที่รถยนต์ของพวกเขาซึ่งจอดอยู่ข้างๆ กันกับรถยนต์สีดำตียี่ห้อ BMW


Mewziiyer

  • หากข้ามีเวทมนตร์ 55555
  • ผู้วิเศษเลือดบริสุทธิ์
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 225
  • ความสุขเดินตามคุณไปทุกพื้นที่ :)
โห !! เฉียดกันนิดเดียวเองอ่ะ

ลุ้น ๆๆ จัง รีบ ๆ เอามาต่อนะคะ

Bojae Xose0

  • Guest
แต่งดีมากเลย สุดยอด มาแต่งต่ออีกนะ สนุกมาก

modtanoi1626

  • Guest
เวลา 13 นาฬิกา 15 นาที  กรุงปารีส

ณ ห้องเปียโน หมายเลข 13

เดบาร่าห์ เอเมอร์ หรือที่ผู้คนมักเรียกเธออย่างเอ็นดูว่า เด็บบี้
เด็กหญิงใบหน้าขาวใสราวกับหิมะ เว้นแต่เพียงพวงแก้มที่เป็นสีชมพูระเรื่อเจือจางอยู่บนใบหน้าสวยงาม
ผมสีบอร์นซีดของเธอสะท้อนกับแสงไฟสีขาวจ้าภายในห้องเรียนยิ่งทำให้เธอนั้นแลดูขาวสว่างมากกว่าใครๆ ในห้อง
เด็บบี้นั่งประจำอยู่ที่โต๊ะเรียนตัวหน้าสุดของแถว เธอกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับตำราดนตรีของเธอโดยไม่ได้ใส่ใจต่อสิ่งรอบกาย ราวกับว่า เธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนั้น
แต่ทว่าสมาธิของเธอต้องจบลง เมื่อมีมือดีมาปัดหนังสือของเธอตกลงจากโต๊ะเรียน เด็บบี้เงยหน้าขึ้นมองบุคคลผู้นั้นทันที

"อุ๊ย! ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ" เด็กหญิงผมยาวดำคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเสแสร้ง

"ใช่..พวกเราไม่ได้ตั้งใจ..เธอคงไม่โกรธหรอกใช่ไหม๊" เด็กหญิงผมสีน้ำตาลหยิกฟูกล่าวเสริมด้วยสีหน้าท้าทาย

เด็บบี้ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะ ลดสายตาต่ำลงและส่ายหน้าเบาๆ ก่อนที่เธอจะเอียงตัวก้มลงเก็บหนังสือบนพื้น
ขณะที่เด็บบี้กำลังหยิบหนังสือของเธอ กลับมีเท้าของคนๆ หนึ่งเหยียบหนังสือของเธอเอาไว้ เด็บบี้จึงละมือออกจากหนังสือและยันตัวเองกลับมาที่เดิม
และเมื่อเธอเหลือบสายตามองบุคคลที่เหยียบหนังสือเธอ เด็บบี้ถึงกับต้องผงะตกใจ เมื่อได้พบเด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้า
เด็กหญิงผู้นั้นมีผมยาวเป็นลอนสวยงาม สีน้ำตาลประกายทอง ดวงตากลมโต ขนตาดกดำ ใบหน้าคมเข้ม ตามรูปลักษณ์ของชาวฝรั่งเศส
แต่ใบหน้าเธอคงจะดูสวยกว่าในปัจจุบัน หากไม่มีริ้วรอยแดงช้ำบนใบหน้า

"มิแชล!" เด็บบี้อุทานอย่างตกใจ

"ใช่ฉันเอง..ทำไมตกใจมากนักหรือไงที่เจอฉัน" เด็กหญิงหรี่ตามองเด็บบี้อย่างมุ่งร้าย
เด็บบี้พยายามฝืนบังคับตัวเองไม่ให้ตื่นตะหนก เธอแอบบีบมือทั้งสองอยู่ใต้โต๊ะ

"เปล่า" เด็บบี้ตอบเสียงแผ่วเบา
มิแชลโค้งตัวลงต่ำ ใบหน้าเธออยู่ในระดับเดียวกับเด็บบี้ แววตาของเธอซึ่งกำลังมองเด็บบี้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

"เห็นอะไรไหม" มิแชลพูดลอดไรฟัน

"เห็นสิ่งที่ พี่สาวเธอ ทำกับฉันไหม" มิแชลพูดด้วยน้ำเสียงคาดคั้น ขณะที่ใบหน้าของเธอนั้นแสดงอารมณ์โกรธแค้นอย่างมาก

เด็บบี้ซึ่งกำลังมองใบหน้าของเธอด้วยดวงตาคลอน้ำตา เธอส่ายหน้าเบาๆ
และด้วยโทสะร้ายมิแชลใช้ฝ่ามือเล็กๆ ของเธอ ตบลงที่โต๊ะเรียนของเด็บบี้อย่างแรง ก่อนที่จะใช้มืออีกข้างกระชากผมบอร์นสลวยของเด็บบี้ ทำให้หน้าของเด็บบี้เงยขึ้นอย่างแรง

"แกไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ยัยผีดิบตัวซีด!!..พี่สาวแกทำร้ายฉัน!..จนหน้าบวมขนาดนี้แกยังจะบอกว่าไม่รู้อีกหรอ..
งั้นวันนี้ฉันขอฝากรอยนี้ไว้กับแก แทนหน้าสวยๆ ของพี่สาวแกก็แล้วกัน" มิแชลตะหวาดเสียงดังลั่น เธอเงื้อมือออกไปอย่างเร็วและฝ่ามือนั่นกำลังจะกลับลงมาที่ใบหน้าของเด็บบี้ .....

"อย่า!!" เด็บบี้หลับตาแน่นหวีดร้องขึ้นเสียงดัง ขณะที่เธอใช้มือทั้งสองข้างปิดบังใบหน้าของตัวเอง
ทันใดนั้นเอง มีมือใหญ่ขาวซีดมาจับข้อมือของมิแชลเอาไว้แน่น

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!..ยัยเด็กอันตพาล" น้ำเสียงดุตะหวาดขึ้นเสียงดังทำให้ทั้งมิแชลและเด็บบี้ต่างตกใจไม่แพ้กัน
มิแชลหันไปมองด้านหลัง ขณะที่เด็บบี้ลดระดับมือที่ปิดตาของตัวเองลง เธอเงยหน้ามองไปที่ต้นเสียง แล้วเธอก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อได้พบกับบุคคลที่เคยเป็นเพื่อนคุยของเธอ

"คุณเดรก!!" เด็บบี้อุทานออกมาเสียงดัง จนทำให้มิแชลและเด็กอื่นๆ หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว

"เรียกฉันว่า อาจารย์สมิธ ฉันจะชอบมากกว่า" เดรโกกล่าวและยิ้มให้กับเด็บบี้อย่างอ่อนโยน
แต่ไม่ช้าสายตาของเขาก็กลับเย็นชาและดูน่ากลัว เมื่อมองมาที่มิแชล

"ส่วนเธอ แม่เด็กร้ายกาจ เหลือขอ..เธอจะต้องถูกลงโทษแน่นอน" เดรโกพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเย็นชา  ก่อนที่เขาจะดึงและลากตัวมิแชลที่กำลังจะร้องไห้ออกมาจากห้องเรียนเปียโน
เมื่อเดรโกออกไปจากห้องเรียน เด็กที่เหลือคนอื่นๆ ต่างพากันซุบซิบกันอย่างออกรสออกชาติ
และกลุ่มเด็กหญิงที่กำลังหาเรื่องเด็บบี้ก็ล้มเลิกความคิดนั้นและกลับไปนั่งประจำที่ของตัวเอง
การปรากฏตัวของเดรโก ยิ่งเพิ่มความประหลาดใจให้กับเด็บบี้เป็นอย่างมาก อันที่จริงเธอเกือบจะลืมเขาไปแล้ว
ถ้าหากว่า ไม่มาเจอเขาที่นี้ เธออาจจะจำอะไรที่เกี่ยวกับเขาไม่ได้เลย

เวลาผ่านไปราว 15 นาที

เดรโกกลับมาที่ห้องเปียโน หมายเลข 13 อีกครั้ง หลังจากที่เขาพาตัวมิแชลส่งไปให้กับมาดามดาเอ้เพื่อพิจารณาโทษของเธอ
เดรโกเดินเข้ามาภายในห้องเรียนอย่างสง่าผ่าเผย เขาเดินมาหยุดและยืนอยู่บนแท่นพูด ขณะที่กำลังกวาดสายตามองเด็กๆ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเรียนอย่างเป็นระเบียบ

"สวัสดีทุกคน ฉันชื่อว่า เอริก สมิธ ฉันมาเป็นอาจารย์สอนเปียโน คนใหม่ของพวกเธอ" เดรโกกล่าวขึ้นเสียงดังท่ามกลางความเงียบของเด็กๆ

"กฏในห้องเรียนของฉัน..คือ พวกเธอจะต้องไม่ทำตัวเป็นอันตพาล เพราะไม่ว่า ยังไงก็ตาม พวกเธอที่คิดจะเป็นอันตพาลปกครองห้องเรียนแห่งนี้
เธอจะพบว่า ตัวเองถูกจับโยนออกไปนอกห้องเรียนและจะไม่มีสิทธิ์ได้กลับมาเรียนที่โรงเรียนดนตรีอันที่เกีรยตินี้อีก..อย่างแน่นอน" เดรโกกล่าวน้ำเสียงหนักแน่นน่าเกรงขาม
ขณะนั้นเองมีเด็กหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้น เธอคือ หนึ่งในเด็กหญิงที่อยู่ในกลุ่มของมิแชล

"อาจารย์ค่ะ..ละ..แล้ว มิแชลหละค่ะ เธอจะโดนไล่ออกไหม" เด็กหญิงกล่าวเสียงสั่น เดรโกหรี่ตามองเด็กหญิงเล็กน้อย

"ตอนนี้...ยัง" เดรโกกล่าวน้ำเสียงยานคางตามแบบของเขา

เด็กหญิงในกลุ่มของมิแชลมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
เดรโกใช้สายตาเย็นยะเยือกกวาดสายตามองเด็กๆ รอบห้อง

"ใครมีอะไรจะถามอีกไหม...เราจะได้เริ่มเรียนกันซะที" เดรโกกล่าว
เด็กๆ ในห้องต่างพากันก้มหน้าก้มตามองโต๊ะเรียนของตัวเอง ไม่มีใครกล้าสบสายตาของเดรโก
ยกเว้นเพียงเด็บบี้เท่านั้น ที่กล้าหาญจ้องตอบสายตาเย็นชาคู่นี้  เดรโกยิ้มให้กับเธอเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาจากดวงตาสีเงินซีดที่เขาจ้อง

"เอาละ..วันนี้เราจะเริ่มเรียนกันเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากล และ การอ่านโน๊ตดนตรีสากล" พูดจบ เดรโกหันหลังเดินลงมาจากแท่นพูด
เขาเดินไปหยิบปากกาเคมีบนโต๊ะหน้าห้องเรียนและเดินมาที่กระดานไวท์บอร์ดสีขาว และเริ่มเขียนโน๊ตดนตรีลงไป เมื่อเขียนเสร็จเขาหันกลับมาที่นักเรียนของเขาและเริ่มเดิน
ผ่านแถวทางเดินแต่ละแถวช้าๆ  เมื่อเดินมาถึงกลางห้องเรียน เดรโกหมุนตัวกลับพร้อมกับกวาดสายตามองเด็กๆ ที่กำลังจ้องมองเขา ซึ่งยืนเด่นอยู่ท่ามกลางโต๊ะเรียนของเด็กๆ

"ใครจะบอกได้บ้าง ว่า เสียงดนตรี  ระบบซอลฟา เรียงลำดับยังไงและมีทั้งหมดกี่เสียง" เดรโกกล่าวขึ้นเสียงดัง ขณะที่เด็กบางคนก้มหน้างุด บางคนพยายามเปิดหาคำตอบในหนังสือเรียน
ทันใดนั้นเอง ที่สายตาของเดรโกไปสะดุดเข้ากับท่อนแขนของใครบางคนที่กำลังยกขึ้น เธอหันหน้ามามองที่เขาทันที

"เสียงเรียงลำดับจากเสียงต่ำไปหาเสียงสูง มีทั้งหมด 8เสียง นั่นคือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด ค่ะ " น้ำเสียงแจ๋วแหววของเด็บบี้ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจในคำตอบของเธอ
ช่วงเวลาเพียงอัดใจเดียวที่เดรโกสาบานได้ว่า เขาเห็นเงาใบหน้าของเฮอร์ไมโอนี ผู้หญิงที่เขาแสนรักซ้อนผ่านเงาใบหน้าของเด็บบี้
เดรโกราวกับถูกผีหลอก เขายืนตะลึงอยู่ช่วงครู่ ก่อนจะได้ยินเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้เขาตื่นจากภวังค์

"อาจารย์ค่ะ! อาจารย์ เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ..ที่เธอตอบมาหน่ะ ถูกไหม" เด็กหญิงผมแดงเพลิง หน้าตกกระ กล่าวเสียงดัง ทำให้เดรโกตื่นจากการเห็นภาพหลอน

"อ่อ..อ่อ ถูกต้อง " เดรโกกล่าวติดขัด ขณะที่เด็บบี้มองเดรโกด้วยสีหน้างุ่นงง

เวลาผ่านไปราว 2 ชั่วโมง

วิชา เปียโนเบื้องต้น ของอาจารย์เอริก สมิธ จบลง ด้วยออดดังสนั่น
เสียงครึกครื้นของเด็กๆ ดังขึ้นตามมาติดๆ หลังเสียงออดไม่นาน
เด็กชายร่างอ้วนคนหนึ่งกำลังเดินออกจากห้องเรียนพร้อมกับเพื่อนๆ ร่างผอมบางอีกสองคน

"อาจารย์คนนี้โหดเป็นบ้าเลย" เด็กชายตัวอ้วนเริ่มพูด

"แกคิดงั้นหรอ จัสติน" เด็กชายตัวผมบางผมสีดำสนิทพูดแย้งขึ้น

"ก็ใช่นะสิ..โหดไม่พอ แถมรู้ดีอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่เขียนกระดานอยู่ แต่ดันรู้อีกว่า ฉันแอบกินช็อกโกแล็ตใต้โต๊ะ ฉันเลยโดนยึดของกินไปหมดเลย..บ้าชะมัด" จัสตินกล่าวอย่างเอาเรื่อง พร้อมกับส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย

"ฉันว่า เขาสอนดีออกนะ..ปกติฉันไม่เคยชอบเรียนพวก ทฤษฎีเลย แต่เรียนคราวนี้ ฉันรู้สึกว่า มันไม่น่าเบื่อ แกว่าไหม หลุยส์" เด็กชายร่างเบาหันหน้าไปหาแนวร่วมของเขา หลุยส์เด็กชายร่างผอมอีกคน ผยักหน้าหยึกๆ เชิงเห็นด้วย
จัสติน มองหลุยส์ ด้วยสายตาขัดเคือง

"ฉันสงสัยจริงๆ เลยว่า ตอนแม่แกคลอดแกออกมา..เธอสั่งไม่ให้แกพูดหรือไงนะ" จัสตินกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน พร้อมกับส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย ทำให้หลุยส์หน้าถอดสีทันที

"ค่อยดูนะ ฉันจะหาทาง แก้แค้น ไอ้อาจารย์นั้น หึหึ ฉันจะแอบเอาถุงใส่ฉี่ ติดไว้บนคานประตู พอมันเปิดประตูห้องเข้ามา..ถุงฉี่ก็จะตกใส่หัวมัน..ฮ่าๆ" จัสตินกล่าวด้วยสีหน้ามุ่งร้าย โดยที่เพื่อนๆ ทั้งสองของเขาต่างมีสีหน้าที่หวาดผวา

"พวกแกเป็นอะไรกัน" จัสตินมองเพื่อนๆ ของเขา ด้วยสีหน้างุ่นงง  ขณะนั้นเองที่ไหล่หนาของจัสตินรู้สึกหนักอึ้งราวกับที่ใครเอาอะไรหนักๆ มาทับไว้
จัสตินรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ด้านหลัง เขาค่อยๆ หันหลังกลับไปมองช้าๆ และก็ได้พบกับบุคคลที่เขาต้องการแก้แค้น

"ขอโทษด้วยนะ ที่บังเอิญฉันได้ยินแผนแก้แค้นกิ๊กก๊อกของพวกเธอ..ถ้าคิดจะลองดีกับฉัน ซึ่งไม่ใช่คนที่จะปราณีแม้แต่เด็กตัวกระเปี๊ยกแล้วหละก็..จะลองก็ตามใจนะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเธอ" เดรโกกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและเรียบเย็น
ทำให้จัสตินแทบจะร้องไห้ออกมา เมื่อมองสีหน้าและแววตาเย็นชาของเดรโก จัสตินและเพื่อนๆ ของเขายืนขาสั่นกันหมด จัสตินรับรู้ถึงความน่ากลัวและหนาวเย็นที่ส่งผ่านมือใหญ่ที่แตะอยู่บนไหล่หนาของเขา
ความรู้สึกที่น่ากลัวบางอย่างที่หาคำอธิบายไม่ได้ ไม่ช้าในสมองของจัสตินก็พรวยพุ่งภาพแห่งความเจ็บปวดของเขาขึ้นมา
ภาพความทรงจำซึ่งมีเด็กชายตัวอ้วนน่ารักถูกผู้เป็นพ่อใช้เข็มขัดฟาดตีอย่างโหดร้ายและทารุณ
จัสตินหลับตาแน่น สีหน้าของเขาแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ในที่สุด จัสตินทรุดตัวนั่งลงกับพื้นห้อง มือทั้งสองของเขาปัดป่ายไปมา บางครั้งก็กอดรัดตัวเองเอาไว้ ไม่นานเขาก็ปล่อยโฮออกมา

"พ่อครับ ผมขอโทษอย่าตีผม  อย่าตี ฮือ ฮือ ผมสัญญาว่า ต่อไปจะเป็นเด็กดีครับ" จัสตินปัดป่ายมือไปมา เขาร้องไห้โฮเสียงดัง ทำให้เด็กๆ ที่ยังอยู่ในห้องเรียน ต่างพากันวิ่งออกมาที่ประตูหน้าห้อง และยืนมุงดูจัสตินโวยวาย
เดรโกยิ้มเยาะเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยมือออกมาไหล่หนาของจัสติน เพื่อนๆ ของจัสตินทั้งสอง ยืนขาสั่นมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างหวาดกลัว
ภาพแห่งความทรงจำอันน่ากลัวของจัสตินหายวับไปทันที เขารู้สึกตัวอีกที คือ เขากลายเป็น ตัวตลกให้เพื่อนๆ ในห้องเรียนมุงดูและหัวเราะเยาะกันอย่างสนุกสนาน
เดรโกซึ่งปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเด็กๆ ที่ยืนมุงดูจัสติน เดินกลับมายังโต๊ะอาจารย์หน้าห้องเรียน และเริ่มจัดแจงเก็บเอกสารรายชื่อนักเรียนเข้าแฟ้มให้เรียบร้อยเพื่อส่งคืนมาดามดาเอ้

"อาจารย์ค่ะ คือ หนูมีเรื่องอยากถามค่ะ" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงดังขึ้นด้านหลังของเดรโก เขาหันหลังกลับไปมองทันที ก็พบเด็บบี้ยืนถือหนังสือเรียนเปียโนและยิ้มให้กับเขาอย่างมีไมตรี

"มีอะไรหรอ เด็บบี้" เดรโกกล่าวถามอย่างอ่อนโยน เด็บบี้ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำพูดที่อ่อนโยนของเดรโก เธอค่อยๆ เปิดหน้าหนังสืออย่างบรรจบ จากนั้นจึงใช้นิ้วชี้เรียวเล็กของเธอชี้ไปที่จุดหนึ่งของหนังสือ

"หนูไม่ค่อยเข้าใจ โน๊ตตัวนี้ค่ะ มันต้องเสียงไล่ระดับยังไงค่ะ" เด็บบี้กล่าว
เดรโกละสายตาจากเด็บบี้มามองที่หนังสือเพื่อจะอธิบายส่วนที่เธอไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นจุดที่เด็บบี้ไม่เข้าใจมัน เดรโกก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง

"นี่! เด็บบี้  ตรงนี้ฉันยังไม่ได้สอนเลยนะ โน๊ตตัวนี้ต้องไว้หลังจากที่เธอเรียนทฤษฎีจบหมดแล้วถึงจะเรียนได้" เดรโกกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
เด็บบี้จุ๊ปากตีสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาชัดเจน จนเดรโกสังเกตเห็นได้

"เอาละ เมื่อเธออยากรู้ฉันก็จะบอก..โน๊ตตัวนี้ เธอต้องจำกุญแจฟา ให้ได้ซะก่อน... " เดรโกเริ่มอธิบายหลักการจำและสังเกตตัวโน๊ตให้แก่เด็บบี้ทีละขั้นตอน
จนกระทั่ง เวลาล่วงเลยไปนานพอสมควร เดรโกเงยหน้ามองนาฬิกาที่อยู่หลังห้องเรียน

"โอ้ เด็บบี้ ฉันว่าเธอควรได้เวลากลับบ้านแล้วหละ..เย็นมากแล้วนะเนี่ย" เดรโกอุทานออกมาเสียงดัง ขณะที่เด็บบี้กำลังง่วนอยู่กับการจดบันทึกเทคนิคต่างๆ

"เดี๋ยว คุณริเน่ มารับค่ะ ถ้าเธอมาแล้ว คุณโคลเอ้จะมาเรียกเอง" เด็บบี้พูดขึ้น ขณะที่สายตาของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับสมุดบันทึก

"แม่เธอไม่เคยมารับเลยหรอ" เดรโกกล่าวขึ้น เพราะความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเด็บบี้ เนื่องจากเดรโกรู้สึกว่า เธอเหมือนจะไม่ค่อยไม่ได้รับความอบอุ่นจากคนเป็นแม่เท่าไหร่เลย ดูเหมือนวันๆ
ชีวิตของเธอจะมีแต่พี่เลี้ยงที่ชื่อว่า ริเน่ คนเดียวเท่านั้น

"แม่มารับดาโกต้าไปแล้วค่ะ" เด็บบี้ตอบทันที
เดรโกรู้สึกหัวใจของเขาเต้นรั่วมาก จนกลัวว่า เด็บบี้จะได้ยินเสียงของมัน

"เอ่อ..เอ่อ แม่เธอ มาที่นี้หรอ..แล้วมารับพี่สาวเธอไปแล้วหรอ" เดรโกกล่าวน้ำเสียงติดขัด เขาพยายามเก็บความตกใจนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เด็บบี้ละสายตาออกจากสมุดบันทึกของเธอ และหันสายตามาจ้องที่เดรโก ซึ่งขณะนี้ใบหน้าของเขาซีดเซียวยิ่งกว่าเดิม

"ใช่ค่ะ..อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าค่ะ" เด็บบี้ถามเสียงเรียบเจือไปด้วยความสงสัย เดรโกกัดริมฝีปากแน่น เพื่อเก็บกดอาการตกใจ

"แล้ว..แล้วแม่เธอจะมาอีกไหม" เดรโกกล่าวถาม
เด็บบี้ขมวดคิ้วแน่น เธอจ้องดวงตาสีเงินของเดรโกอย่างไม่กระพริบตา

"อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าค่ะ" เด็บบี้กล่าวถามอีกครั้ง

แต่หากครั้งนี้ เดรโกกลับรู้สึกถึงแรงบางอย่างผลักดันให้เขาพูดความจริงออกมา พลังอำนาจบางอย่างที่เดรโกสัมผัสได้ พลังที่กำลังบีบให้หัวใจเขาอึดอัดและมันกำลังบังคับให้เขาเปิดปากพูดความในใจออกมา
ราวกับถูกสะกดจิต เดรโกมีอาการปากสั่นและดูเหมือนมันจะเริ่มขยับเองได้ หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับเสียงกลอง มันเต้นเร็วจนเขาแทบหายใจไม่ออก
วินาทีนั้นเองที่ความลับกำลังจะถูกอำนาจนั้นบังคับให้พูดออกมา เดรโกกลั้นใจหลับตาแน่น  ทันใดนั้นเองที่พลังอำนาจนั้นหายวับไป เดรโกกลับไปจ้องเด็บบี้ด้วยความตื่นตระหนก
แต่หากดูราวกับเด็บบี้กำลังเหม่อลอยเหมือนไม่ได้สติ เดรโกขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปจับที่แขนเล็กๆ ของเด็บบี้เบาๆ และเริ่มเขย่ามัน

"เอ๊ะ! เมื่อกี้เรียนถึงไหนแล้วนะค่ะ..ขอโทษค่ะ พอดีเมื่อกี้หนูมัวแต่เหม่อ" เด็บบี้กล่าวกับเดรโก ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
เดรโกจ้องมองเด็บบี้ด้วยสีหน้าตื่นตะหนกและเหนื่อยหอบ แต่เด็บบี้กลับมองเขาอย่างปกติ

"อาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ" เด็บบี้กล่าวถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ก่อนที่เธอจะก้มลงเขียนบันทึกอีกครั้ง

เดรโกส่ายหน้าเบาๆ เพื่อเรียกสติ เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหอบ หัวใจของเขาเริ่มกลับมาเต้นในจังหวะปกติอีกครั้ง
ความสงสัยในตัวของเด็บบี้ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่ได้พบเธอ ความประหลาดใจต่างๆ ที่เธอมอบให้แก่เขา มันคือปริศนาที่เขาต้องการคำตอบมากที่สุด
เดรโกเริ่มสงสัยในตัวของเด็บบี้มากขึ้น เขาอยากรู้ว่า  พ่อแม่ของเด็บบี้เป็นใคร อะไรที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอ และยังเรื่องพลังเมื่อครู่นี้อีก หากเด็บบี้เป็นแม่มดหรือมักเกิ้ลที่มีเวทมนต์
ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกถึงพลังเวทมนต์ในตัวเธอ เขาสัมผัสมันไม่ได้เหมือนพ่อมดแม่มดคนอื่น และถ้าหากเด็บบี้ไม่ใช่แม่มดแล้วพลังเมื่อครู่นี้มาจากไหน
เดรโกรู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาในหัว เม็ดเหงื่อที่หน้าผากของเขาเริ่มมีเยอะจนเดรโกรู้สึกสกปรก เขาใช้มือข้างหนึ่งล้วงเขาเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาซับเหงื่อที่หน้าผาก
โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ได้ทำสิ่งของบางอย่างตกไว้
ขณะที่เดรโกกำลังซับเหงื่อที่หน้าผากอยู่นั้น

"อ๊ะ! มาอยู่ที่นี้ได้ยังไงกัน" เด็บบี้กล่าวขึ้นเสียงดังอย่างตกใจ ทำให้เดรโกผงะตกใจไปด้วย

"อะไรเด็บบี้" เดรโกหน้านิ่วคิ้วขมวดมองดูเด็บบี้ด้วยความสงสัย

"อ๋อ..จี้นี้ไงค่ะ" เด็บบี้พูด พลางแบมือเล็กๆ ของเธอให้ดูสิ่งของให้มือ มันคือ จี้ที่เดรโกเก็บได้

"ฉันเก็บมันได้ก่อนเข้ามาห้องเรียน ทำไมหรอ..มันเป็นของเธอหรือไง" เดรโกกล่าวขึ้นด้วยความอยากรู้และหวังให้มันเป็นของเธอ  แต่ เด็บบี้ส่ายหน้าเบาๆ ทำให้เดรโกผิดหวังขึ้นมาทันที

"ไม่ใช่ของหนูหรอกค่ะ...แต่มันเป็นของดาโกต้า" เด็บบี้กล่าว ขณะที่เธอล้วงเข้าไปในคอเสื้อเอาสร้อยคอที่มีจี้ออกมาให้เดรโกดู

"เรามีกันคนละอันค่ะ..มันเป็นเครื่องลางที่คุ้มครองให้เราปลอดภัย..โดยเฉพาะกับดาโกต้า" เด็บบี้พูดเสียงใส ขณะที่เดรโกหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ทำไมต้องเฉพาะกับดาโกต้า พี่สาวเธอ" เดรโกกล่าวความน้ำเสียงจริงจังและสีหน้าเคร่งเครียด
เด็บบี้ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"แม่บอกว่า ดาโกต้ากำลังป่วย เธอชอบสร้างเพื่อนในจินตนาการณ์ แต่เพื่อนของเธอร้ายกาจมาก เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น ดาโกต้าจะบอกว่า เพื่อนของเธอเป็นคนทำ
แม่บอกว่า เครื่องลางนี้จะช่วยให้เธอหายดีและไม่ต้องสร้างเพื่อนในจินตนาการณ์นั้นอีก  เฮ้อ..หนูช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย" เด็บบี้กล่าวด้วยเสียงเศร้า แต่แล้วสีหน้าของเธอก็กลับกลายเป็นตื่นตกใจขึ้นมา

"เอ๊ะ! หนูมาเล่าให้คุณฟังทำไมกันนะ..มันไม่สมควรเลย แย่จริงๆ" เด็บบี้มีสีหน้าวิตกขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"ทำไมหล่ะ เรื่องนี้ห้ามเล่าให้ใครฟังหรือไง" เดรโกกล่าวเสียงขุ่น

"แม่บอกว่า เราไม่ควรเล่าเรื่องที่ดาโกต้าป่วยให้ใครฟัง หนูไม่น่าปากไม่ดีเลย แย่จริงๆ คุณสัญญาได้ไหม ว่าคุณจะไม่บอกใคร" เด็บบี้กล่าวด้วยน้ำเสียงวิตกและจ้องมองเดรโกด้วยแววตาวิงวอน
เมื่อถูกจ้องด้วยแววตาสีเงินน่าสงสารคู่นั้น เดรโกผยักหน้าเบาๆ

"วันนี้ ฉันไม่ได้ฟังเรื่องอะไรจากเด็บบี้ คนนี้เลย  โอเค ไหม" เดรโกยิ้มเล็กน้อยให้เด็บบี้
เธอยิ้มกว้างออกมาทันที ที่ได้ฟังคำพูดของเดรโก
เดรโกหันกลับมาสนใจจี้นั่นอีกครั้ง

"จี้นี้เหมือนล็อกเก็ตนะ..ข้างในใส่อะไรไว้หรอ" เดรโกกล่าวถามขึ้น เด็บบี้ผยักเบาๆ เป็นการรับรู้
"ถูกต้องมันคือ ล็อกเก็ต ส่วนของข้างใน  ..จี้ของหนูมี ของของแม่อยู่  ส่วนของดาโกต้า มีของของพ่ออยู่ข้างใน แม่บอกว่า ของเลือกคน มันจะเลือกอยู่กับคนที่เหมาะกับมันเท่านั้น แต่ก็ไม่รู้ว่า ข้างในมันคืออะไร" เด็บบี้พูดเสียงใส
ขณะที่เธอหมุนดูจี้ไปมา

"สิ่งของ ของพ่อ  ของแม่ หรอ? ..แล้วแกะได้ไหม" เดรโกถามขึ้น
เด็บบี้ส่ายหน้าอีกครั้ง เป็นคำตอบให้เดรโก
ความอยากรู้อยากเห็นของเดรโก มากขึ้นทุกขณะ เขาไม่อยากรออะไรอีกต่อไปแล้ว เขาต้องการรู้วันนี้และเดี๋ยวนี้เลยว่า แม่ของเด็กคนนี้คือใคร เดรโกหัวใจสั่นอีกครั้ง

"เด็บบี้..เธอ..เธอพกรูปแม่บ้างหรือเปล่า" เดรโกกัดฟันพูดออกมาอย่างกลั้นใจ  ขณะที่สีหน้าของเด็บบี้นั้นแสดงออกถึงงุ่นงงชัดเจน

"ติดตัวไว้ตลอดค่ะ" เด็บบี้ยิ้มร่า ต่างจากเดรโกซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด

"ขะ ขอดูหน่อยได้ไหม" เดรโกกล่าวเสียงสั่น เด็บบี้มองเดรโกคิ้วขมวด แต่ไม่ว่า เหตุผลนั้นคืออะไร เด็บบี้ก้มลงไปหยิบกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋าของเธอและหยิบรูปครอบครัวที่เธอพกติดตัวไว้เสมอให้เดรโกดู

เดรโกรับรูปถ่ายนั้นไว้ในมือ แค่เพียงเสี้ยววินาทีที่เดรโกได้เห็นภาพนั้น
ดวงตาสีเงินของเขาเบิกกว้าง มือที่จับภายถ่ายนั้นสั่นไหว หัวใจที่เต้นอยู่ในทรวงอกแทบทะลุออกมานอกเสื้อ
เดรโกหายใจหอบด้วยความตกใจ เขาแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองเลย ว่าคนที่อยู่ในภาพถ่ายนั้นคือ เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ ที่เขารู้จัก
หญิงสาวผู้มีใบหน้าที่เขาคุ้นเคย เวลานี้เธอกลับดูสวยสง่างามราวดอกกุหลาบสีแดง ซึ่งแตกต่างจากเด็กสาวเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เด็กสาวที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกวัน เฝ้ามองภาพถ่ายเคลื่อนไหวของเธอแทบทุกนาที
เดรโกพยายามตั้งสติอีกครั้ง เขารู้สึกราวกับกำลังสติแตก เขาตามหาเฮอร์ไมโอนีทั่วอังกฤษตลอดระยะเวลา 8 ปี แต่แค่เพียงเขาย้ายมาอยู่ฝรั่งเศสแค่ 4 เดือน เขาก็ได้พบกับเธอ คนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอด
เดรโกแทบอยากจะเป็นบ้า เมื่อคิดว่า เขาเสียเวลาอยู่อังกฤษเกือบ 10 ปี ทำไมเขาถึงคิดไม่ได้ว่า เฮอร์ไมโอนี อาจมาฝรั่งเศส เพราะ เธอชอบประเทศนี้ ทำไมเขาถึงไม่ได้เฉลียวใจเลยแม้แต่น้อย
เขามาอยู่ที่นี้ เพียงเพราะ ต้องการหนีความเจ็บปวด แต่ไม่คิดว่าจะมาตามหาเธอที่นี้เลย  เดรโกคิดอยาก สาปคำสาปกรีดแทงใส่ตัวเองสักร้อยครั้งพันครั้ง เผื่อว่า เขาจะมีสมองคิดขึ้นมาได้บ้าง
เดรโกจ้องมองภาพถ่ายใบนั้น ในภาพเป็นภาพครอบครัวเล็กๆ ซึ่งมีเพียง แม่และลูกสาวคู่แฝดสองคน เดรโกพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เมื่อคิดว่าเขาไม่ใช่คนในครอบครัวนี้

"พวกเธออยู่กับแม่แค่สามคนหรอ" เดรโกถามเสียงสั่นโดยไม่ยอมสบตากับเด็บบี้ เนื่องจากนัยต์ตาของเดรโกเวลานี้เริ่มแดงกล่ำเพราะพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

"ใช่ค่ะ แต่บางที คุณริเน่ก็มาอยู่ด้วย..อ๊อ บางที คุณโดมินิค มาแวะมาเหมือนกัน" เมื่อได้ฟังชื่อของใครอีกคน เดรโกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

"โดมินิคเป็นใคร" เดรโกถามด้วยน้ำเสียงดุและมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที 

"คุณโดมินิค เป็นผู้ช่วยของแม่ เขาชอบมาเยี่ยมเราบ่อยๆ ดาโกต้าบอกว่า เขามาจีบแม่..เธอบอกจะจัดการเขา คริ คริ" เด็บบี้พูดติดตลกเธอหัวเราะออกมาเบาๆ ซึ่งต่างจากเดรโกที่กำลังคิดอยากฆ่าคนชื่อ โดมินิค คนนี้
ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นหน้าเขา

"ฉันเห็นด้วยกับดาโกต้านะ" เดรโกพูดน้ำเสียงจริงจัง ทำให้เด็บบี้หยุดหัวเราะและทำหน้างุ่นงงแทน

"แล้วเธอ..ชอบหมอนั่นหรือเปล่า" เดรโกจ้องเด็บบี้ด้วยสีหน้าเครียด เธอทำท่าครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง

"อืมมม..คุณโดมินิคก็เป็นคนดีนะค่ะ ท่าทางแม่ก็ชอบเขา" เด็บบี้พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เดรโกเผลอตัวทุบมือลงที่โต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ทำให้เด็บบี้สะดุ้งตกใจมาก

"เธอไม่ควรชอบคนอื่น นอกจากพ่อของเธอนะ เด็บบี้!" เดรโกตะหวาดเสียงดุ ยิ่งทำให้เด็บบี้สีหน้าตื่นตะหนกเพราะความกลัว แววตาสีเงินของเธอสะท้อนความกลัวออกมาอย่างชัดเจน จนเดรโกต้องลดระดับอารมณ์ของตัวเองลง

"ฉันหมายถึง เธอควรรักพ่อของเธอเท่านั้นนะ เด็บบี้ เธอไม่ควรยุให้แม่ของเธอ มีคนอื่นอีกนอกจากพ่อเธอ" เดรโกพยายามอธิบายเหตุผลให้เด็บบี้ฟัง แต่เมื่อเขาสบเข้ากับดวงตาของเธอ ก็พบว่า
แววตานั้นฉายความโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัด จนเดรโกตกใจไม่น้อย เมื่อดวงตานั้นเริ่มคลอไปด้วยน้ำตาที่กำลังเอ่อ

"หึหึ..คุณพูดหยั่งกับว่า รู้จักพ่อหนู ยังงั้นแหละ  คุณรู้หรือไงว่า เขาเป็นยังไง ถ้าเขารักเราจริงๆ ไม่ว่าแม่จะหนีมาหรือเขาจะมีเรื่องกัน ถ้าเขายังไม่ตายยังไงเขาก็ต้องตามหาเราจนเจอ" น้ำเสียงของเด็บบี้สั่นเครือ
น้ำตาที่เอ่ออยู่ในดวงตาสีเงินของเธอเริ่มไหลออกมาเป็นทาง เธอลุกขึ้นยืนจ้องหน้าของเดรโกด้วยดวงตาที่เริ่มแดงกล่ำ

"คุณไม่รู้หรอกว่า ทั้งหนูและดาโกต้า รักแม่แค่ไหน คุณไม่รู้หรอกว่า คนที่มีพ่อแค่ในจินตนาการณ์หน่ะมันเป็นยังไง  และคุณก็ไม่รู้หรอกว่า เวลาถูกเรียกว่า เด็กไม่มีพ่อ หน่ะ มันโหดร้ายแค่ไหน" เด็บบี้แผดเสียงดังก้องไปทั่วห้อง
เดรโกรู้สึกราวกับถูกใครบางคนเอามีดเล่มยาวแทงทะลุผ่านหัวใจของเขา มันเจ็บปวดราวกับหัวใจถูกแทงด้วยมีดแหลมซ้ำไปซ้ำมา เดรโกกลืนน้ำลายลงคอแต่หากครั้งนี้มันยากเย็นที่สุดในชีวิต

"ฉัน..ฉัน" เดรโกพยายามจะพูดบางอย่าง

"คุณไม่ต้องพูดอะไรหรอก..คุณไม่ต้องมาสั่งสอนหนูว่าอะไรควรอะไรไม่ ...คุณไม่ใช่พ่อของหนู!!" เด็บบี้แผดเสียงตะโกนดังก้อง ประโยคนั้นที่หลุดออกจากปากของเด็บบี้ ทำให้เดรโกแทบสติแตก
เด็บบี้รีบเก็บสิ่งของของเธอลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เธอปิดกระเป๋าและรีบเดินจ้ำอ้าวไปที่ประตูอย่างเร็ว ทิ้งให้เดรโกนั่งสติแตกอยู่คนเดียว
เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้ง

"ขอบคุณนะค่ะ ที่สอนวันนี้..คราวหน้าหากจะกรุณา..อย่าเอ่ยถึงพ่อหนูอีก" เด็บบี้พูดทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะเลื่อนประตูปิดเบาๆ แต่มันกลับเสียงดังไปทั้งห้อง
เดรโกซึ่งอยู่ในอาการสติแตก เวลานี้ดวงตาของเขาเริ่มค่อยๆ เอ่อไปด้วยน้ำตา

"ฉันนี้ไง...พ่อของเธอ" น้ำเสียงของเดรโกสั่นเครือ  เขานั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือเหม่อลอยราวกับคนเสียสติ
หัวใจของเขาเจ็บปวด ยิ่งกว่าตอนที่เฮอร์ไมโอนีหายตัวไป คำพูดของเด็กตัวเล็กๆ คนเดียว แต่กลับมีอิทธิพลกับเขามากมาย
เด็กเล็กๆ คนเดียว...แต่เธอคือ เด็กที่เป็นลูกสาวเขา  ซึ่งเธอพูดเต็มปากเต็มคำว่า เขาไม่ใช่พ่อของเธอ แม้เธอจะไม่รู้ แต่คำพูดนั้นมันบาดลึกลงไปในหัวใจของเดรโก เจ็บปวดยิ่งว่า คำพูดไหนๆ ที่เขาเคยได้ยิน
เดรโกนั่งกุมขมับทั้งสองข้าง เนื่องจากเกิดความเครียดขึ้นในหัวของเขา

"ฉันจะทำยังไงดี..จะบอกได้ยังไงว่า ฉันเป็นพ่อ แล้วฉันจะไปหาเฮอร์ไมโอนีได้ยังไง..ฉัน..ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปพบเธอ" เดรโกกล่าวโทษตัวเอง เพราะเขารู้สึกว่า เขาเลวเหลือเกิน เขาทิ้งเธอให้ต้องเผชิญความเหนื่อยยากคนเดียว
ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว แต่ต้องรับภาระเลี้ยงลูกถึงสองคน เธอจะต้องเหนื่อยมากแค่ไหน และเรื่องที่ลูกสาวทั้งสองจะยอมรับเขาเป็นพ่อของเธอหรือไม่ ถ้าพวกเธอถามว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาหายไปไหน
จะตอบพวกเธอว่าอะไร และที่สำคัญก็คือ เฮอร์ไมโอนี จะยังรักเขา อยู่หรือไหม หากคำตอบคือ เธอรักคนอื่นไปแล้ว เขาจะทำอย่างไร จะมีชีวิตอยู่ต่อได้ไหม เนื่องจากทุกวันนี้ที่เดรโกมีชีวิตอยู่ได้ เพราะเขาคิดแต่เพียงว่า เฮอร์ไมโอนี ยังรักเขาอยู่เสมอ
แต่เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว เธอยังจะเป็นคนเดิมอยู่หรือไม่
ความเครียดต่างๆ ถาโถมเข้ามาหาเดรโกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่า หากได้เจอ เฮอร์ไมโอนีแล้ว เขาก็จะมีความสุขอีกครั้ง แต่เมื่อได้พบกับความเป็นจริง มันกลับไม่เหมือนดั่งที่เขาวาดฝันเอาไว้เลย
เขามัวแต่รักเธอในอดีต จนลืมคิดไปว่า กาลเวลาล่วงเลยไป เธอในปัจจุบัน จะยังเป็นคนเดิมที่รักเขาอีกไหม

"ฉันจะต้องทำอะไรสักอย่าง.." ดวงตาของเดรโกมุ่งมั่นและจริงจัง
เขากำลังจะทำบางอย่าง แผนการณ์บางอย่าง ที่อาจทำให้เขาสามารถไปพบเฮอร์ไมโอนีและลูกสาวทั้งสองคน ได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวอะไร.....
"ไม่ว่า ผลจะเป็นยังไง และไม่ว่า ใครก็ตามที่กล้าแตะเธอ..ฉันจะจัดการมันด้วยตัวฉันเอง ไม่ว่า เธอจะยังรักฉันหรือไม่ ฉันจะไม่ยอมให้ใคร อ้างตัวเป็นพ่อของลูกสาวฉันเด็ดขาด" เดรโกคิดอย่างจริงจัง
ใบหน้าแห่งความร้ายกาจของเขาปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง !!


________________________________

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นนะค่ะ.....


แว็บๆ เข้ามาอ่าน  ก็เม้นๆ ทักทาย กันหน่อยนะค่ะ


เพราะ ถ้า เม้น น้อยก็ไม่อยากเอามาลงแล้ว เพราะถ้า....เรทติ้งไม่ดี แบบนี้   พัชร์ คงไปลงที่เว็ปอื่นนะค่ะ หรือ อาจจะไม่แต่งแล้ว


ฝากกันไว้ด้วยนะค่ะ นักอ่านเงา ทั้งหลาย



~风风~

  • ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ชีวิตนี้ก็ยังไม่สิ้นหวัง(เเต่ก็ไม่อยากจะหวังอะไรอีกเเล้ว)
  • นักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ปี 6
  • *********
  • Offline Offline
  • Posts: 1007
  • เเละเเล้วก็ถึงวันนี้ ...จนได้สิน่ะ
สนุกมากเลยค่ะ เหมือนได้อ่านหนังสือนิยายยอดนิยมเลย ชอบๆ^^ค่ะ
ต่อเลยน่ะค่ะ อยากรู้จังตอนจบเป็นอย่างไร
อดใจไม่ไหวเเล้ว ><

ขอบคุณที่นำมาฝากน่ะ

modtanoi1626

  • Guest
สนุกมากเลยค่ะ เหมือนได้อ่านหนังสือนิยายยอดนิยมเลย ชอบๆ^^ค่ะ
ต่อเลยน่ะค่ะ อยากรู้จังตอนจบเป็นอย่างไร
อดใจไม่ไหวเเล้ว ><

ขอบคุณที่นำมาฝากน่ะ


ขอบคุณสำหรับ คอมเม้น นะค่ะ ^^

aMaDos

  • Guest
ชอบนะ เนื้อหาของเรื่องดำเนินได้ต่อเนื่องดี
ว่าแต่........ทำไมให้รอนคู่กะเพนซี่อะ...............อ๊ากๆๆๆ  >:(
รับไม่ได้............. :(


แต่ตอนแรกฉากสวีทของเดรโกกะเฮฮร์ไมโอนีที่(นอนกันบนหญ้าอ่านหนังสืออะ)
มันดูคำพูดเฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช่เฮอร์ไมโอนี่อะ
คือเรารู้สึกงั้นอะ...คำพูดมันแปลกๆไม่ใช่สไตล์ของเฮอร์ไมโอนี่
มันดูหวานเกินปกติ ฮ่าๆ

เดรโกสูบไปเยอะแน่ๆเลย อ๊าก :o ไม่นะ
คงผอมเหลือแต่กระดูกแน่ๆ ในเมื่อตู้เย็นไม่มีอะไรเลย
คนแต่งใจร้ายกับเดรโกไปไหม?
ให้สวนทางกับลูกสาวตัวเองไปแบบนั้น


ตอนแรกที่เด็บบี้โผล่มา....ว่าละเชียวว่าลูกเดรโก...
แต่ไม่คิดว่าจะมีแฝด........ละที่เฮอร์ไมโอนี่หนีมา
คงเพราะเธอตั้งครรภ์ละกลัวเดรโกจะรับไม่ได้หรือเปล่าน้า....  :-\


รอติดตามตอนต่อไปดีกว่า...ว่าแต่
ไอของวัตถุเวทย์มนตร์นั้น..มันต้องมีอะไรแน่ๆเลยทีเดียวเชียว
รอปริศนาเผยนะคะ ^^ ขอบคุณค่ะ

Mewziiyer

  • หากข้ามีเวทมนตร์ 55555
  • ผู้วิเศษเลือดบริสุทธิ์
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 225
  • ความสุขเดินตามคุณไปทุกพื้นที่ :)
555 แวะมาอีกแล้วว ๆ

เมื่อไหร่จะเอามาต่ออีกอ่ะคะ

อยากอ่านแล้ว ^^

Loser' Change

  • มักเกิ้ล
  • *
  • Offline Offline
  • Posts: 36
  • ฉันมีความสุขแค่เพียงได้มองเธอ =)
อ่าหนุกดี^^
อ่านแล้วคิดถึงคนๆ นึงที่เขา
กำลังจะจากไป

"มีความสุขเวลามองเทออออ" =)
"คนบางคนเสีย 'คนรัก' ไป เพราะเรียกร้อง 'ความรัก' มากเกินไป" -Miin

  • Print